fbpx

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ A LADY- MAN IN THE BACKYAR D

ผู้ทำศพแมลงชั่ว-ผู้ไม่อยู่ในศีลธรรมอันดี คำเตือน : บทสัมภาษณ์นี้ ไม่เหมาะกับผู้มีศีลธรรมอันดี ตามนิยามที่เข้าใจกันทั้วไป และอาจเข้าข่าย เรด ห (ห้ามอ่าน​​​ !)  เหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง Insects in the Backyard – เปิดฉาก – ซากแมลง คำไว้อาลัยของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เมื่อ Insects in the Backyard ถูกสั่งห้ามฉายในงานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์กับรัฐธรรมนูญไทย10 ธันวาคม 2553 ณ หอภาพยนตร์ – องก์ที่หนึ่ง – แมลงหำ สถานที่ : บาร์บาหลี ถนนพระอาทิตย์ ในสภาพร้านที่ว่างโล่งไร้ผู้คน มีเคาน์เตอร์ใหญ่กลางร้าน เวลา : บ่ายต้นๆ สถานการณ์ : บทพูดสองสามคน (Tri-Dialogue) ตัวละคร : เป็นผู้กำกับที่กำลังเศร้าสร้อย […]Read More

กฤษณ์ กิตติทัตต์ ชีวิต Mobility กับเทคโนโลยีนำสมัย

คนทำธุรกิจยุคนี้มีเรื่องให้ขบคิดมากมาย ไม่แปลกใจเลยที่คนรอบข้างที่มุ่งมั่นจะเป็น Entrepreneur ต่างหน้านิ่วคิ้วขมวดไปตามๆ กัน แต่ตอนนี้พวกเขาคงหายใจหายคอได้ทั่วท้องและยิ้มได้มากขึ้น เมื่อมีผู้ช่วยมาทำให้ประสิทธิภาพการทำธุรกิจพุ่งฉิวและง่ายกว่าที่เคย GM ขอพาไปรู้จักกับ กฤษณ์ กิตติทัตต์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ตลาดคอนซูเมอร์ ผลิตภัณฑ์อิงค์เจ็ทและเว็บโซลูชั่นส์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารหนุ่มมาดเข้มที่คร่ำหวอดในธุรกิจพริ้นเตอร์มาอย่างยาวนานกว่า 11 ปี ที่จะมาให้เราเจาะลึกถึงเทคโนโลยีอิงค์เจ็ท พริ้นเตอร์ที่เป็นเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยให้เหล่าเอสเอ็มบี (SMB : Small Medium Business) ให้ประสบความสำเร็จ เขาเป็นกูรูแห่งวงการที่ขับเคลื่อนให้พริ้นเตอร์ เครื่องใช้สำนักงานที่มีประจำอยู่ในทุกออฟฟิศซึ่งดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ กลับกลายเป็นเรื่องสนุก มีสีสัน และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ ได้อย่างโดนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มบีแขนงต่างๆ ที่มีจำนวนมากและเกิดขึ้นอยู่ทุกวันในเมืองไทย ทั้งแบบซื้อมาขายไป ธุรกิจส่งออก รวมถึง Hip Business อย่างโรงแรม บูติก ห้องเสื้อ และฟรีแลนซ์อื่นๆ “ภาพรวมอิงค์เจ็ท พริ้นเตอร์ ในปี 2553 พบว่ามีการเติบโตสูงมาก เพราะไม่ใช่แค่งานพิมพ์เอกสารทั่วไป แต่ขยายขอบเขตกว้างออกไปยังงานพิมพ์รูปภาพ กราฟิกดีไซน์ […]Read More

ว.วชิรเมธี

“อาตมายินดีเป็นวัตถุดิบให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์” คนปากร้ายบางคนขนานนามท่าน ว.วชิรเมธี ว่า ‘พระเซเลบ’ คำนี้น่าจะเป็นคำที่เกิดขึ้นมาใหม่ พร้อมกับบทบาทของการเป็นพระสงฆ์ที่ทำงานเชิงรุกในการเผยแผ่ศาสนาพุทธของท่าน โดยเฉพาะในหมู่คนชั้นกลางในเมือง ผลงานของท่านเผยแพร่ออกมามากมาย ทั้งในรูปแบบของหนังสือ สื่อวีดิทัศน์ รายการวิทยุ การบรรยายตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ และแม้กระทั่งผ่านสื่อใหม่อย่างทวิตเตอร์รวมๆ กันแล้ว, บางทีสิ่งเหล่านั้นอาจทำให้พระชื่อดังอย่างท่าน ว.วชิรเมธี กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากมายทั้งในแง่บวกและลบ เนื่องจากสถานภาพของท่านแลดูไม่ต่างจากคนดัง และนาม ว.วชิรเมธี ก็กลายเป็นเสมือนยาสามัญประจำบ้านที่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใด ทุกคนต่างวิ่งมาหาท่าน 4 ปีที่แล้ว GM เคยสัมภาษณ์ท่านมาครั้งหนึ่งที่วัดเบญจมบพิตร ครั้งนั้น ท่านคือพระนักวิชาการรุ่นใหม่ที่กล้าพูดถึงปัญหาทั้งสังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมา จนมีบางคนตั้งคำถามกับบทบาทของพระสงฆ์อย่างท่านด้วยว่า พระควรพูดเรื่องการเมืองด้วยหรือมาครั้งนี้ ถนนที่ทอดสู่ตัวท่านไม่ได้ราบเรียบเหมือนครั้งก่อน แต่คลุ้งไปด้วยฝุ่นแดงและห่างไกลจากคำว่าศิวิไลซ์อยู่มากโข สถานที่ที่เราจะไปไม่มีไฟฟ้าเสียด้วยซ้ำ ไม่มีทางลาดยางวิ่งฉิว มีแต่ทางลูกรังคดเคี้ยวไปตามสวนยางและไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน ไร่เชิญตะวัน – คือสถานที่นัดพบในวันนี้ ไร่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอเทิง ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงรายราว 17 กิโลเมตร โดยท่านมาพัฒนาและดัดแปลงจากไร่ข้าวโพดและป่ารกชัฏ ให้กลายมาเป็นสถานที่สำหรับปลีกวิเวกและจำพรรษา ตลอดจนการทำกิจกรรมเล็กๆ สำหรับการเจริญสติให้กับญาติโยมที่สนใจ การมาพบท่านในครั้งนี้จึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่ได้พบท่านที่กรุงเทพฯ โลกอยู่กับการเปลี่ยนแปลงเสมอ แล้วพระหนุ่มเมื่อ 4 ปีก่อน ผู้เคยตอบคำถามในเรื่องต่างๆ […]Read More

ปฏิบัติการสาวไส้วงการบันเทิง จากปากคำคนข่าวบันเทิงอักษรย่อ ต.

ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ไม่ต้องปรายตาดูข่าวมาก คุณคงรับรู้ได้ว่า พื้นที่ข่าวทั้งบนจอโทรทัศน์ หน้าปัด วิทยุ จออินเตอร์เน็ต และหน้าหนังสือพิมพ์ ล้วนจดจ่ออยู่กับข่าวบันเทิง เรื่องของนักร้องนามแฝง ฟ. กับหญิงสาวนามแฝง อ. อันลือลั่นกลายเป็นตำนานที่ยังค้างคา ไม่นับรวมข่าวคลิปที่รั่วไหล ภายใต้นามแฝงของนักแสดงอย่าง ธ. กับสามีที่ชื่อ ป. ไม่นับรวมผู้เกี่ยวข้องที่ว่ากันว่ามีนามแฝงว่า พ. ทั้งสองเรื่องอาจเพิ่งเกิดขึ้นและยังหาบทสรุปของมันเองไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้ วงการบันเทิงไทยล้วนเต็มไปด้วยข่าวค(ร)าวเหล่านี้ไม่ขาดสาย ใครไปมีอะไรกับใคร ใครตั้งท้องกับใคร ใครมั่วสุมชุมนุมกับใคร ใครมีเพศสภาพของตนเป็นอย่างไร ล้วนคล้ายเป็น ‘พันธกิจ’ อันสูงส่งของเหล่านักข่าวบันเทิงไทย ที่ต้องไปขุดคุ้ยเจาะลึกมาให้ได้ กระทั่งกลายเป็นข่าวฉาว คาว ใคร่ ที่โด่งดัง และส่งผลให้สื่อสามารถ ‘ขายข่าว’ ต่อไปได้อีกเป็นเม็ดเงินมหาศาล นั่นเป็นเหตุผลที่ GM อยากจับเข่าคุยกับคนข่าวบันเทิง เราหมายถึงการพูดคุยกันอย่างจริงจัง เจาะลึกถึงการทำงานของพวกเขา ความคิด จิตใจ จิตวิญญาณ จริยธรรม จรรยาบรรณ ความรู้สึกนึกคิด ว่าคนที่ทำงานในฐานะ ‘นักข่าวบันเทิง’ มีสิ่งเหล่านี้อย่างไร มากน้อย พร่องขาด […]Read More

คำ ผกา ผู้หญิงปากกัด ตีนถีบ

0. ความป่วยไข้ เวลา : 08.30 น. อุณหภูมิ : 24 องศาเซลเซียสเชียงใหม่เช้านี้อากาศดีกว่าที่เราคิดไว้มาก ผิดกับ คำ ผกา เธอสะบักสะบอมจากอาการไข้หวัดกะทันหัน เมื่อคืนเราได้รับแจ้งข่าวจากเธอว่า เธอหลับไม่รู้สมประดีไปนานกว่า 14 ชั่วโมงเต็มๆ พวกเราได้แต่หวังว่า วันนี้เธอคงมีแรงมากพอที่จะลุกมาเปิดประตูต้อนรับและชวนเราคุยในบ้านของเธอได้สองเดือนที่ผ่านมา บทความหลายชิ้นของ คำ ผกา ที่ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์กลายเป็นประเด็นโต้เถียงกันในวงสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิพากษ์วิจารณ์พระสงฆ์ อย่างตรงไปตรงมา (หรือเรียกง่ายๆ ตามภาษาของ คำ ผกา ว่า ‘ด่า’) อีกทั้งการเลือกข้างอย่างชัดเจนของเธอในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองก็เป็นสิ่งที่ผู้คนตั้งคำถามกับผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างมากว่า ทำไมเธอถึงเลือกใช้ ‘ปาก(กา)กัด’ ผู้คน และเลือกใช้ท่าทีเสมือนนางร้ายที่ใช้ ‘ตีนถีบ’ คนอื่นอยู่เสมอ GM ก็สงสัยอย่างนั้น เพราะในฐานะที่ คำ ผกา เป็น ‘คนคุ้นเคย’ (ถ้าจำกันได้ เธอเคยมาฮือฮาเป็นปกนู้ดให้กับ GM PLUS เมื่อหลายปีก่อน) เราจึงพูดได้เต็มปากอย่างมีฉันทาคติต่อเธอว่า เมื่อพบหน้ากัน เธอเป็นคนที่น่ารัก อัธยาศัยดี […]Read More

อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล กบฏหนังไทย

49. ใต้น้ำ-กลางวัน “ชายหนุ่มกำลังลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในพื้นที่ว่างเปล่าสีฟ้า เขาพยายามแหวกว่ายไปที่เบื้องบน แต่ยิ่งสูงเท่าไหร่ ก็มีความมืดมากขึ้นเท่านั้น”* … อภิชาติพงศ์ กลายเป็นชื่อที่คนทั่วโลกรู้จักจากการคว้ารางวัลปาล์มทองคำ (Palme d’Or) รางวัลสูงสุดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ หลังจากที่เขาเข้าไปมีส่วนกับเทศกาลภาพยนตร์นี้ในหลายบทบาท ทั้งผู้กำกับที่มีภาพยนตร์ฉายในเทศกาล ทั้งเป็นคณะกรรมการตัดสิน และล่าสุดเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลสูงสุด แต่ดูเหมือนว่า ที่ผ่านมา ทั้งอภิชาติพงศ์และหนังของเขาจะเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ ในสังคมไทย หนังของเขาถูกห้ามฉายในบ้านเกิด หนังของอภิชาติพงศ์น่าจะเป็นหนังที่คนในชาติมีโอกาสได้ดูน้อยที่สุดก็เป็นได้ ตัวเขาเองก็ถูกมองว่าเป็นพวกศิลปินขวางโลก เป็นผู้กำกับเจ้าปัญหาของภาครัฐ ล่าสุดกับกรณีเงินช่วยเหลือจากงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งอภิชาติพงศ์ออกมาโต้แย้งถึงความไม่เหมาะสม ในบทบาทของภาครัฐอย่างดุเดือด … “อเลี่ยนนอร์” (เสียงกระซิบมาจากอากาศ) “นี่คือศตวรรษที่เท่าไหร่แล้ว ตอนนี้ฉันคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่ฉันฝากตัวตนไว้กับเธอ ตัวเธอมีทุกอย่างสะสมอยู่ ความทรงจำของฉัน ผู้คน สถานที่…ชายหนุ่มเพิ่งรู้ตัวว่า เขาเข้าใจผิดและสับสนเรื่องทิศทาง เขากำลังว่ายดำลงไปในนี้ต่างหาก เขารีบกลับตัวและว่ายสู่เบื้องบน”* … แล้วตัวตนของอภิชาติพงศ์เป็นแบบไหนกันเช้าวันสัมภาษณ์เราไปถึง Kick The Machine ซึ่งจริงๆ ก็คือบ้านของอภิชาติพงศ์ในซอยลาดพร้าว 15 ฝนตกต้อนรับวันเร่งรีบ เราไม่อยากไปช้าเพราะรู้มาว่าอภิชาติพงศ์คิวแน่นทั้งวัน เราทราบมาว่าเช้านี้เขามีคิวสัมภาษณ์สำหรับรายการโทรทัศน์หนึ่งรายการ สำหรับหนังสือพิมพ์อีกหนึ่งเล่ม และอีกหนึ่งนิตยสารคือ GM […]Read More

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ‘ตอบโจทย์’ หลังถ้วยน้ำชา

น้ำชากรุ่นควันกลิ่นหอมกำจายเมื่อผู้ชายคนนี้รินสายน้ำสีสวยลงในถ้วยเล็กแล้วหยิบยื่นให้แขก ความหอมซ่านไปทั่วห้องมากพอๆกับอารมณ์ขันเสน่ห์และความคมคายในคำพูดของตัวเขา ในช่วงร้อนร้ายของบ้านเมืองที่ผ่านมาดูเหมือนหลายคนจะผิดหวังกับ ‘สื่อ’ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ แต่ยังมีรายการโทรทัศน์แนวสนทนาปัญหาบ้านเมืองอยู่อีกหนึ่งรายการ–ที่หลายคนเฝ้ารอ รายการที่ว่าก็คือรายการ ‘ตอบโจทย์’ ทางช่องทีวีไทย (จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และศุกร์ สี่ทุ่มครึ่งโดยประมาณ) เหตุผลของการรอคอยมีหลากหลาย แต่อย่างหนึ่งที่ยากปฏิเสธ ก็คือบุคลิกชัดถ้อยชัดคำและคำถามคมคายที่ตรงไปตรงมาของพิธีกร แม้จริงจัง แต่ยังแฝงอารมณ์ขันอยู่ลึกๆ พิธีกรคนนั้นก็คือผู้ชายที่กำลังรินน้ำชาให้แขกอยู่ตรงหน้านี้เอง–ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้อ่าน GM ที่ติดตามกันมานาน คงจำได้ว่า ผู้ชายคนนี้นอกจากเคยเป็นคอลัมนิสต์ใน GM เมื่อเกือบสิบปีก่อนแล้ว เขายังเป็นผู้ก่อตั้งนิตยสาร Open และสำนักพิมพ์ Open Books ซึ่งผลิตงานเชิงวิพากษ์สังคมอย่างหลากหลายและแข็งแรง ยืนหยัดอยู่ได้ในท่ามกลางกระแสเชี่ยวของการต่อสู้ในตลาดหนังสือ ทั้งยังเป็นนักเขียนฝีมือดี ที่มีงานเขียนติดตรึงอยู่ในความทรงจำของนักอ่านจำนวนมาก อาทิเช่น ‘คุรุ ผีเสื้อ และลมตะวันตก’ ‘สามสิบวัน’ ‘Foolstop’ หรือเล่มล่าสุดอย่าง ‘กรรมสุตรา’ การผันตัวเองมาเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์จึงเป็นความตั้งมั่นไม่ธรรมดาโดยเฉพาะเมื่อโชคชะตาของบ้านเมืองผลักเราเข้าสู่มุมอับการพยายาม ‘ตอบโจทย์’ ด้วยการเชื้อเชิญแขกหลากหลายมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน แดง เหลือง ขาว หลากสี ฯลฯ มาปะทะสังสรรค์กันโดยมี […]Read More

สุนิตย์ เชรษฐา ปฏิวัติสังคมด้วยทุนนิยมที่ยั่งยืน

สังคมของเรากำลังเปลี่ยน ! นั่นเป็นเหตุผลที่เราเลือกสัมภาษณ์ สุนิตย์ เชรษฐา ใน GM เล่มที่วางตัวอยู่บนหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ เขาเป็นคนหนุ่มวัยเฉียดสามสิบปี แต่ภาระบนบ่าและดวงตาบนใบหน้าของเขานั้น แสดงถึงวิสัยทัศน์และทรรศนะวิพากษ์ที่เขามีอยู่เต็มตัว พื้นฐานของเขาคือนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมองว่าการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้น ก็คือการสร้าง ‘นวัตกรรมทางสังคม’ ใหม่ๆ ขึ้นมาดังนั้น บน ‘จุดเปลี่ยน’ ของสังคม คนหนุ่มที่มองไปข้างหน้า และลงมือทำงานอย่างจริงจังเพื่อผลักดันสังคมไปข้างหน้า เพื่อก้าวสู่โลกใบใหม่ที่กว้างขวางและหลากหลายมากกว่าเดิม จึงเป็นคนที่เราควรพูดคุยด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราอาจอธิบาย ‘งาน’ ของเขาได้ไม่ดีนัก เพราะแม้แต่สุนิตย์ เชรษฐา ก็ยังออกตัวว่า ไม่สามารถนิยามได้ถูกเช่นกัน รู้แต่ว่าคล้ายๆ กับการเป็นแม่สื่อแม่ชักให้คนมาพบรักกัน พูดอย่างนี้อาจจะเข้าใจไปว่าเรากำลังคุยกับพ่อสื่อออนไลน์หรือหมอดูจับคู่รักดารา-แต่เปล่าเลย! ทุกวันนี้สุนิตย์ทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร Change Fusion องค์กรที่เรียกตัวเองว่าเป็น Social Enterprise ที่ดำเนินงานในรูปแบบบริษัท ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้คือ ‘นวัตกรรมทางสังคม’ ที่จะช่วยทำให้สังคมโดยรวมนั้นดีขึ้นและลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมลง พูดง่ายๆ ก็คือ เขาเป็น ‘คนกลาง’ ที่คอยเชื่อมโยงระหว่างผู้ที่มีทุน และต้องการช่วยเหลือสังคม กับคนที่มีนวัตกรรมทางสังคมใหม่ๆ ที่จะทำให้สังคมดีขึ้น แต่ไม่มีทุนนั่นเองโดยความสนใจของสุนิตย์นั้น เขาจบมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ เป็นนักอ่านตัวยงพอๆ […]Read More

สืบกรรมกับ ‘ดังตฤณ’

ตัวอักษรสีเหลืองสด ถูกขับเน้นอยู่บนพื้นสีน้ำเงินฟ้า อ่านได้ความว่า ‘เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน’ ดูเป็นประโยคกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ของผู้ที่ยังมีลมหายใจอย่างพวกเราได้เป็นอย่างดีว่า หนังสือชื่อแสนเชิญชวนให้อ่านเล่มนี้ มันมีประโยชน์อันใดบ้างกับชีวิตเหลือบมองขึ้นไปบริเวณมุมบนด้านขวาของหนังสือมีวงกลมสีทองปิดอยู่พร้อมรายละเอียดว่าหนังสือเล่มนี้ ถูกพิมพ์มาแล้ว 70 ครั้ง ! 70 ครั้งสำหรับหนังสือความหนาระดับพจนานุกรมและราคาเกือบสามร้อยบาท นับว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจ ยิ่งหากคุณได้รู้ว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับศาสนาด้วยแล้ว ยิ่งชวนตั้งคำถามว่าอะไรทำให้หนังสือเกี่ยวกับ พุทธศาสนาเล่มหนึ่ง (ที่ไม่ใช่หนังสือพระไตรปิฎก) สามารถทำยอดขายได้มากมายเช่นนี้ผู้เขียนคือ ‘ดังตฤณ’ ชื่อจริงว่า ‘ศรันย์ ไมตรีเวช’ หนุ่มไทยวัยกลางคน เขาไม่ได้นุ่งขาวห่มขาวในวันที่เราเจอกัน ในกระเป๋ากางเกงเขายังมีโทรศัพท์ iPhone และสวมนาฬิกา TAG Heuer ดูเป็นผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งมากกว่าจะเป็นคนเคร่งศาสนาอย่างที่เรานึกคิดไว้แต่แรก เขาเริ่มงานเขียนด้านพุทธศาสนามาตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆ มีทั้งความเรียง บทความ และนิยาย งานเขียนของดังตฤณสร้างกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ชื่นชมและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความแตกฉานในคำสอนของพระพุทธเจ้าของเขา เขาได้ฉายานามจากนักอ่านผู้สนใจธรรมะว่าเป็นนักเขียนที่ให้แง่คิดธรรมะในเชิงรุก มีการนำเสนอในมุมมองของพุทธศาสนาแบบฆราวาสที่แตกต่างจากมุมของสงฆ์ เขียนด้วยภาษาที่กระชับ เรียบง่าย และข้อมูลที่อ้างอิงมาอย่างดี ทำให้หนังสือของเขาไม่เคยหลุดจากชั้นหนังสือขายดี 10 อันดับ ต่อสู้กับนิยายเกาหลีได้อย่างสูสีในภาวะที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวายเช่นนี้ หลายคนพูดถึงศาสนาว่าน่าจะมีบทบาทอย่างสำคัญในการช่วยลดความรุนแรง เราหวังว่าบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ อาจทำให้พวกเราคิดได้และกระจายความคิดดีๆ เหล่านี้ออกไปสู่วงกว้างมากขึ้น […]Read More

พิศณุ นิลกลัด คลุกวงใน

อย่าเข้าใจไปว่าเราจะมาคุยกับ พิศณุ นิลกลัด แค่เรื่องกอล์ฟ เรื่องวงการมวย หรือเรื่องขำๆ จากสะเก็ดเก็บตกหลังข่าว แต่ผู้ชายคนนี้ในวัยเฉียดแซยิด มีเรื่องเล่ามากโขอยู่ในคลังความคิดมาเล่าสู่ให้เราฟังเพียงเรื่องชื่อของเขาก็สนุกแล้ว เพราะชื่อจริงๆ ของเขาตามบัตรประชาชนคือ ‘พิศณุ’ แต่เขาบอกว่า ใครๆ เขียนผิดมาตลอดเป็น‘พิษณุ’ โดยที่เขาไม่ได้ทักท้วง แต่มาปีนี้ เขาอยากแก้ไขให้ถูกต้องตามบัตรประชาชนเสียที นี่แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนใจดีอย่างหนึ่ง เขาถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ทำงานในวงการสื่อสารมวลชนกว่า 22 ปี ในบทบาทของผู้ประกาศข่าว นักพากย์รายการกีฬาและผู้ดำเนินรายการกีฬา นอกเหนือจากนั้น เขายังเป็นกูรูกอล์ฟ เป็นผู้บุกเบิกการสอนกอล์ฟทางโทรทัศน์ และยังเป็นคอลัมนิสต์เขียนเรื่องกอล์ฟตามสื่อต่างๆ ทั้งนิตยสารและหนังสือพิมพ์ รวมทั้งงานเขียนที่ออกจะแปลกแหวกแนวกว่าชิ้นอื่นๆ ที่ทำเป็นประจำ คือคอลัมน์ ‘คลุกวงใน’ ข้อเขียนขนาดป้อมๆ ไม่สั้น ไม่ยาว ในมติชนสุดสัปดาห์ ที่แปลกก็เพราะมันเป็นเรื่องสัพเพเหระของผู้ชายที่สนใจใคร่รู้ไปเสียทุกอย่าง เขาเขียนถึงสารพัดเรื่อง ตั้งแต่เรื่องดาราวัยรุ่นอย่างนิชคุณ เรื่องปลาเค็ม แสนอร่อยที่ตากใบ ไปจนถึงเรื่องหนักหนาสาหัสอย่างการเมือง เขาก็เขียนได้ แถมสนุกน่าอ่านเสียด้วย ถือเป็นมหรสพทางตัวหนังสือขนาดสั้นที่ยืนหยัดมากว่าสิบปีแล้ว ตัวหนังสือเป็นกันเองทำให้เราคุ้นเคยกับเขา เหมือนที่เราคุ้นเคยกับญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ห่างไกลกัน คือสนิท แม้ไม่ได้พบหน้าค่าตากัน ความหลากหลายและอารมณ์ขี้เล่นในข้อเขียน ทำให้เราอยากรู้ว่าตัวจริงเสียงจริงของเขาจะหล่อ ขี้เล่น และรอบรู้เหมือนที่คิดไว้ไหม พักสะเก็ดข่าวไว้สักครู่ […]Read More