‘World Economic Forum 2026: สรุปรวมสาระสำคัญล่าสุดในงานประชุมเศรษฐกิจที่กรุง Davos’

การประชุมประจำปีของ World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นเวทีที่ ข้ามพ้นกรอบการพูดคุยด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ไปสู่การถกเถียงในประเด็นการเมืองระหว่างประเทศและความเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมอย่างลึกซึ้ง ภายใต้ธีม “A Spirit of Dialogue” ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามสร้างพื้นที่หารือท่ามกลางความตึงเครียดและความไม่แน่นอนของโลกยุคปัจจุบัน
เศรษฐกิจโลก: การเติบโต ความเสี่ยง และเทคโนโลยี
1) การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
การประชุมปีนี้เน้นหนักถึงบทบาทของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะในด้านการยกระดับผลิตภาพ การสร้างงานใหม่ และการเป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมในภาคธุรกิจ โดย IMF และธนาคารกลางหลายแห่งชี้ว่า AI จะเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมและแรงงานอย่างมหาศาล
2) โอกาสและการลงทุน
หัวข้อ AI, เศรษฐกิจดิจิทัล, การปฏิรูปโครงสร้างแรงงาน และการลงทุนในสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน เป็นแกนหลักดึงดูดนักลงทุนชั้นนำโลก โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากสหรัฐฯ ยุโรป และสหภาพอาหรับ ซึ่งมีการประกาศข้อตกลงและโครงการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
3) ความเปราะบางของตลาด
แม้มีแนวโน้มเติบโตจาก AI และเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ ภาวะเงินเฟ้อ ความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะ และการปรับตัวของแรงงาน ยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ โดยนักลงทุนรายใหญ่หลายคนเตือนว่าความเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปอาจนำไปสู่การทิ้งงานแบบเดิมจำนวนมาก ซึ่งกดดันความเท่าเทียมและการกระจายรายได้
การเมืองโลก: ความตึงเครียดและการเจรจาทวิภาคี
1) การปรากฏตัวของผู้นำใหญ่
การมีส่วนร่วมของผู้นำระดับโลกกว่า 60 ประเทศสะท้อนบทบาทของ Davos ในฐานะ เวทีเจรจาการเมืองระดับสูง โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปเกี่ยวกับ “วิกฤตเกาะกรีนแลนด์” และท่าทีด้านการค้าระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งสร้างแรงกดดันในตลาดและต่อความร่วมมือแบบดั้งเดิม
2) เสียงจากผู้นำประเทศอำนาจกลาง
ผู้นำอย่างนายกรัฐมนตรีแคนาดาชี้ว่า ระเบียบโลกเดิมกำลังเปลี่ยนแปลง และย้ำถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มของประเทศขนาดกลางเพื่อรับมือแรงกดดันจากมหาอำนาจหนึ่งเดียว โดยส่งสัญญาณว่ามาตรการภาษีและการค้าที่ไม่เป็นมิตรอาจนำไปสู่การแตกแยกของระบบการค้าโลก
3) รอยร้าวของกฎหมายระหว่างประเทศ
ในรายงานที่เป็นพื้นฐานว่ามีการเรียกถอนคำเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านและการไม่เข้าร่วมของอิสราเอลจากปัญหาทางกฎหมาย ทำให้เห็นว่า ปัญหาสิทธิมนุษยชนและสถานะทางกฎหมายของผู้นำประเทศ สามารถส่งผลโดยตรงต่อเวทีทวิภาคีและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ
สังคมและอุดมคติ: ความยั่งยืนและแรงงาน
1) แรงงานและการถดถอยของงานแบบดั้งเดิม
งานนี้ยังนำเสนอช่องว่างของแรงงานเมื่อเทคโนโลยีเข้ามา บทวิเคราะห์ชี้ว่าบางสาขาอาจจะหายไป ขณะที่โอกาสใหม่เกิดขึ้นในภาคเทคโนโลยีและบริการเชิงนวัตกรรม ซึ่งต้องการการฝึกอบรมและการศึกษาใหม่
2) เสียงจากภาคสังคม
ผู้เข้าร่วมจากภาคประชาสังคม เช่น เวที “Nature Lunch” ซึ่งเน้นเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ แสดงให้เห็นว่าความกังวลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมยัง คงเป็นส่วนที่ไม่อาจละเลย แม้การประชุมจะถูกครอบงำด้วยประเด็นเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
ข้อสังเกตในระดับทวิภาคี: บทบาทของไทย
ไทยนำโดย “ทีมไทยแลนด์” เข้าร่วม Davos เพื่อ เสริมภาพลักษณ์และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การค้า และการลงทุน ซึ่งประสบความสำเร็จในการเจรจากับนักลงทุนระดับสูงและช่วยยกระดับความเชื่อมั่นในประเทศไทยเอง
ข้อควรระวังและข้อสังเกต
ความไม่แน่นอนของระบบโลก
- การประกาศแผนใหญ่เช่น Board of Peace หรือข้อเสนอเชิงนโยบายทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศแม้จะมีศักยภาพ แต่ ยังขาดกลไกปฏิบัติการระยะยาวที่ชัดเจน
ความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัว
- ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีและผลประโยชน์จากเทคโนโลยีบางด้านที่เติบโตอาจยิ่งขยายช่องว่างรายได้ระหว่างคนและประเทศ
การแบ่งขั้วทางการเมือง
- ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ-ยุโรป และประเด็นอำนาจอธิปไตย อาจทำให้ เวทีอุดมคติร่วมกันลดบทบาทลง และนำไปสู่แนวโน้มแบ่งกลุ่มในระบบการค้าและความร่วมมือ
การประชุม Davos 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลของนักเศรษฐศาสตร์และนักธุรกิจ แต่นี่คือจุดตัดของ โลกยุคใหม่—ระหว่างความร่วมมือกับความขัดแย้ง ระหว่างเทคโนโลยีและสังคม และระหว่างนโยบายทวิภาคีกับระบบพหุภาคี ผลลัพธ์จากเวทีนี้จะยังคงสะท้อนต่อไปในปี 2026 และตอกย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง





