ชาแบรนด์ไทย “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” รับรางวัลสูงสุดบนเวทีระดับโลก The Leafies International Tea Awards 2025

นับเป็นข่าวดีสำหรับแวดวง “ชา” ของไทย เพราะGM Live ทราบมาว่าชาแบรนด์ไทย “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” รับบรางวัลสูงสุดบนเวทีระดับโลก  The Leafies International Tea Awards 2025 ที่ประเทศอังกฤษ

ทั้งนี้ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” ซึ่งเป็นผู้ผลิตชาคุณภาพของประเทศจากแหล่งเพาะปลูกที่จังหวัดน่านและจังหวัดเชียงราย ของประเทศไทย  คว้าถึง 2 รางวัลใหญ่จากเวทีประกวดชาระดับโลก “The Leafies International Tea Awards 2025” ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

โดยMystique Assam Green Tea” (มีสทีค ชาเขียวอัสสัมน่าน) ได้รับรางวัล Gold Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในสาขา New Region (แหล่งเพาะปลูกใหม่ที่คนทั่วโลกยังไม่รู้จัก ) นับเป็นแบรนด์ไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลในสาขานี้

สำหรับชาอัสสัมนั้นปลูกบนพื้นที่ป่าภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 800 เมตร ในจังหวัดน่าน ซึ่งมีระบบนิเวศสมบูรณ์และความชุ่มชื้นตลอดทั้งปี ส่งผลให้ใบชามีคุณภาพสูงและมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวโดดเด่น และด้วยระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์และภูมิอากาศเฉพาะตัวของป่าน่าน รวมทั้งการใช้กระบวนการคัดเลือกใบชาด้วยมือ 100% เพื่อให้ได้ใบชาที่สมบูรณ์ที่สุด ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ส่งผลให้ Mystique Assam Green Tea” ได้คาแรกเตอร์ที่มีกลิ่นหอมละมุน โทน ‘ดอกไม้ป่า’ ซึ่งเป็นกลิ่นอายจากธรรมชาติแท้ๆ ของพื้นที่ป่าเพาะปลูก

ขณะเดียวกัน Premium Assam Green Tea” (ชาเขียวอัสสัมน่าน เกรดยอด) ได้รับรางวัล Highly Commended Award ในสาขา Green Panned / Roasted จากเทคนิคการคั่วและอบเฉพาะของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่ควบคุมอุณหภูมิ เวลา และความชื้นอย่างประณีต อีกทั้งยังเลือกใช้ชาเขียวเฉพาะส่วนยอดเพื่อคุณภาพและรสชาติที่ดีที่สุดของใบชา ซึ่งเป็นความโดดเด่นด้วยศิลปะการทำชาแบบหัตถศิลป์ที่เน้นความพิถีพิถัน ผสานกับเทคนิคการคั่วเฉพาะตัวที่ต้องควบคุมทั้งอุณหภูมิ เวลา และความชื้นอย่างแม่นยำ จนเกิดเป็น Taste Note ได้รสชาติหอมหวาน ซึ่งเป็นรสชาติพิเศษ โทนผลไม้สุก (Fruity Tone) ดื่มง่ายและชุ่มคอ สะท้อนคุณภาพระดับสากล

 พร้อมกันนี้ คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด เปิดเผยว่า “ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกแหล่งเพาะปลูก การเก็บใบชาด้วยมือ 100% ไปจนถึงกระบวนการผลิตและแปรรูปชาอย่างประณีต โดยเฉพาะชาอัสสัมจากจังหวัดน่าน ซึ่งมีประวัติการปลูกชายาวนานกว่า 400 ปี เป็นเครื่องยืนยันว่าพื้นที่จังหวัดน่านเป็นแหล่งบ่มเพาะวัฒนธรรมชาที่สมบูรณ์มาหลายศตวรรษ บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 800 เมตร ถือเป็นแหล่งปลูกชาที่มีคุณภาพดี มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศที่มีความชุ่มชื้นเกือบตลอดทั้งปี โดยชาอัสสัมจะเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ในป่าธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดการทำไร่เลื่อนลอย ทั้งนี้ สิงห์ปาร์ค ยังนำแนวคิดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาหลายร้อยปีมาผสานเข้ากับเทคนิคการผลิตสมัยใหม่ จนได้ชาเขียวอัสสัมที่มีรสชาติละมุน มีคาแรกเตอร์เฉพาะของความเป็นป่าน่าน ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของชา ที่ทำให้เราได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดชาระดับนานาชาติในครั้งนี้”

บทความที่น่าสนใจ