โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ x สไมลิง เกกโก จัดดินเนอร์การกุศลประมูลผลงานศิลปินระดับโลก

โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ (W Bangkok) และ สไมลิง เกกโก (Smiling Gecko) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่อุทิศการทำงานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคมในกัมพูชา ร่วมจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อการกุศล รังสรรค์โดย เชฟมารียา อน นูน เชฟใหญ่แห่ง อน (UN) ห้องอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งก่อตั้งและดำเนินงานภายใต้ สไมลิง เกกโก อีกทั้งยังมีการประมูลผลงานศิลปะจากเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนขององค์กรฯ และงานภาพวาดจากฝีมือของ บิล เบนส์ลีย์ สถาปนิกชื่อดัง โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้สไมลิง เกกโก เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กยากไร้และด้อยโอกาสในกัมพูชา
โดยในค่ำคืนพิเศษนี้ มีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย อาทิ Ms. Sophie Steiner Kernen,รองหัวหน้าฝ่ายการเมืองและเศรษฐกิจ จากสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ลิเดีย – ศรัณย์รัชต์, แมทธิว ดีน, มารียา พูลเลิศลาภ, พิชญ์นาฏ สาขากร, อัษฎา พานิชกุล, นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ และ พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
มร. ฮันเนส ชมิด, ช่างภาพระดับปรมาจารย์ของโลกและผู้ก่อตั้ง สไมลิง เกกโก, กล่าวว่า “เชฟมารียา คือ ตัวแทนของผู้ที่ค้นพบพรสวรรค์ จนสามารถนำมาใช้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง ไม่เพียงแค่นั้น ยังนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดสู่คนในชุมชน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถต่อยอดสร้างอาชีพเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว เรามีเป้าหมายในการพัฒนา สไมลิง เกกโก ให้เป็นธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ผมขอขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วนโดยเฉพาะ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ และคุณบิล เบนส์ลีย์ ที่เล็งเห็นความสำคัญของโครงการนี้ และร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน”

มารียา อน นูน เกิดในครอบครัวชาวกัมพูชาที่ยากจน เธอถูกส่งไปอยู่กับครอบครัวที่ร่ำรวยเมื่ออายุได้ 12 ปี โดยทำงานเป็นแม่บ้าน แต่ด้วยความโชคร้าย มารียาต้องเผชิญกับการทารุณกรรมจากหัวหน้าของครอบครัวนั้น เธอจึงตัดสินใจหนีกลับไปยังสลัมของกรุงพนมเปญ และหางานทำในโรงงานเสื้อผ้าเพื่อแลกกับค่าจ้างเพียงเล็กน้อย มารียาแต่งงานกับชายที่อายุมากกว่าขณะที่เธอยังเป็นเพียงวัยรุ่น และให้กำเนิดลูกหนึ่งคน แต่ในที่สุดสามีก็ทิ้งเธอให้เลี้ยงลูกเพียงลำพัง
จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของมารียาเริ่มต้นขึ้นในปี 2013 เมื่อ ฮันเนส ชมิด ผู้ก่อตั้งสไมลิง เกกโก (Smiling Gecko) องค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในปี 2012 ได้รับคำขอร้องจากเพื่อนของคนขับตุ๊กตุ๊กของเขาในพนมเปญ ให้ช่วยดูแลมารียา และลูกสาวของเธอ เมื่อชมิดได้ฟังเรื่องราวและเห็นสภาพความเป็นอยู่ของทั้งสองคน จึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อให้ทั้งคู่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โดยส่งลูกสาวของเธอไปยังสถานรับเลี้ยงเด็ก ส่วนมารียาได้มีโอกาสกลับไปเรียนหนังสือ ซึ่งเธอได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากการเรียนแล้ว มารียายังช่วยงานในบ้านของชมิดในกรุงพนมเปญ ซึ่งต่อมากลายเป็นสำนักงานใหญ่ของ สไมลิง เกกโก แคมโบเดีย ชมิดมักจะมีแขกจากสวิตเซอร์แลนด์เดินทางมาเยี่ยมเยือนเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรของเขา ในค่ำคืนหนึ่งระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เขาเป็นเจ้าภาพเพื่อต้อนรับแขกจาก Hotel Management School Lucerne ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำด้านการบริหารการโรงแรม แขกทุกคนรวมถึงชมิด ต่างรู้สึกประทับใจในอาหารที่มารียาตั้งใจทำขึ้นมาเป็นพิเศษ
ทั้งชมิดและผู้บริหารของ Hotel Management School Lucerne เห็นพรสวรรค์อันโดดเด่นในการทำอาหารของมารียา จึงตัดสินใจส่งเธอเข้าเรียนที่โรงเรียนการโรงแรมแห่งนี้ นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่เปิดทางให้มารียาได้พัฒนาทักษะ ได้ฝึกงานในร้านอาหารของโรงแรมชื่อดัง อาทิ โรงแรมวิดเดอร์ (Hotel Widder) ในเมืองซูริค โรงแรมชต๊าดพาเลซ (Palace Gstaad) ในเมืองชต๊าด และ เดอะ เชดิ (The Chedi) ในเมืองอันเดอร์แมท โดยในปี 2019 มารียาได้รับตำแหน่งหัวหน้าเชฟประจำ ฟาร์มเฮาส์ รีสอร์ท (Farmhouse Resort) ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของสไมลิง เกกโก แคมปัส

ชมิด ยังได้ขยายเครือข่ายกับเชฟระดับแถวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์ โดยจัดการพบปะกับเชฟชื่อดังอย่าง แฟรงค์ จีโอวานนินี (Franck Giovannini) และ อันเดรียส คามินาดา (Andreas Caminada) ซึ่งเชฟอันเดรียสยังให้การสนับสนุน สไมลิง เกกโก และมารียาผ่านมูลนิธิ Fundazion Uccelin ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้ง และยังส่งเชฟหนุ่มสาวผู้มีพรสวรรค์มายัง Farmhouse Resort & Spa เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับมารียาอยู่เสมอ โดยมารียาทำหน้าที่ถ่ายทอดศาสตร์การทำอาหารของกัมพูชา ขณะที่เชฟที่ได้มาเยือน ก็นำอาหารของเธอไปเผยแพร่สู่ยุโรป ซึ่งนับเป็นการถือกำเนิดของอาหารกัมพูชารูปแบบใหม่ในวงการอาหารโลก โดยเป็นอาหารที่ยังคงรักษารากเหง้าและเลือกใช้วัตถุดิบแบบดั้งเดิม แต่นำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ชื่อเสียงของมารียา ยังดึงดูดแแบรนด์ใหญ่ระดับโลก โดยเธอได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเมอร์เซเดส (Mercedes) รวมถึงการสนับสนุนจาก วี-ซูค (V-Zug) บุคเคอเรอร์ (Bucherer) และ วิคตอรีน็อกซ์ (Victorinox) อีกด้วย
มารียาตอบแทน สไมลิง เกกโก ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กหญิงหลาย ๆ คน นอกจากนี้ เธอยังนำรายได้ทั้งหมดจากการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง ไปสนับสนุนโครงการของ สไมลิง เกกโก เพื่อช่วยเหลือและยกระดับชุมชนในกัมพูชา เช่น การฝึกอบรมด้านการเกษตร การจัดเวิร์กช็อปเพื่อสร้างอาชีพ การบริการด้านการโรงแรม และการศึกษาอย่างครบวงจรให้กับเด็ก ๆ มากกว่า 500 คน
มร. อเล็กซานเดอร์ เคลเลอร์แมนน์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “พันธกิจของ สไมลิง เกกโก มีความหมายกับเรามาก ไม่เพียงแต่ผลงานที่สร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดในสังคม แต่ยังรวมถึงวิธีการที่ใช้ในการพัฒนาคนในชุมชนผ่านการศึกษา การสร้างศักดิ์ศรี และการเสริมศักยภาพในระยะยาว เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการนี้ ทุกความร่วมมือจากทุกคน ตั้งแต่พันธมิตรจนถึงแขกผู้มีเกียรติ นับเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง และตอกย้ำว่าธุรกิจการบริการสามารถเป็นพื้นที่ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้” งานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อการกุศล เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมแบบอิมเมอร์ซีฟเต็มรูปแบบ ผ่านงานศิลปะ วัฒนธรรม และอาหาร โดยในสุดสัปดาห์เดียวกันยังมีกิจกรรม Cross Culture Weekend – Cambodia Edition เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ สไมลิง เกกโก และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม คลาสเรียนถ่ายภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ฮันเนส ชมิด และมิกโซโลจิสรับเชิญจากประเทศกัมพูชา ที่มารังสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษที่ Bar Sathorn
