เปิดม่าน “สัตยาพาลี” ยิ่งใหญ่ สวยงาม ทรงคุณค่า สืบสานพระราชปณิธานและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2568

สำหรับใครที่กำลังรอการมาของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2568 อยู่ละก็ GM Live ขอบอกเลยว่า การรอคอยถึงที่สุดแล้ว และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเคย เพราะการเปิดม่าน “สัตยาพาลี” ยิ่งใหญ่ สวยงาม ทรงคุณค่า สืบสานพระราชปณิธานและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

และด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อโขน นาฏกรรมคู่แผ่นดินไทย ทรงทำให้โขนได้รับการยกย่องจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2561 ว่าเป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ” ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นการธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน

ทั้งนี้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กำหนดจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” ขึ้นในระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสืบสานพระราชปณิธานและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนเพื่อสืบทอด ธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป นับเป็นความโชคดีของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เพื่อสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้มีผู้สืบทอดต่อไป

จากพระราชเสาวนีย์ว่า “ไม่มีใครดูแม่จะดูเอง” สืบเนื่องจาก เมื่อปีพุทธศักราช 2546 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปริวิตกว่าในอนาคต ศิลปะการแสดงจะซบเซาลงด้วยขาดผู้ผลิตและผู้ชม จึงนำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำไปสู่การจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งตามภูมิภาคต่างๆ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทรงอุปถัมภ์และพระราชทานทุนทรัพย์สนับสนุนการศึกษาพัฒนาเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าโขน ให้เหมาะสมกับแบบแผนโบราณ ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระราชหฤทัยใส่ทุกมิติ มีพระราชเสาวนีย์ให้รวบรวมครูผู้เชี่ยวชาญและศิลปินหลายท่าน ศึกษาค้นคว้าศาสตร์และศิลป์ที่เป็นภูมิปัญญาของการจัดแสดงโขน

อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ฟื้นฟูจัดสร้างเครื่องแต่งกาย ศิราภรณ์ หัวโขน และเครื่องประดับทุกชนิดของโขนขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขน โดยให้ศึกษาวิธีการแต่งหน้าโขนที่เปิดหน้าให้สวยงามเหมาะสมกับการแสดงบนเวทีสมัยใหม่ ส่งเสริมนักเรียนและนักศึกษาผู้ใฝ่ใจในการแสดงโขนให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น

พระราชเสาวนีย์นี้จึงก่อให้เกิดช่างฝีมือรุ่นใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งช่างทำหัวโขน ช่างทอผ้า ช่างปักสะดึงกรึงไหม ช่างเงิน ช่างทอง ช่างแกะสลัก ช่างเขียน และช่างแต่งหน้าโขน ผู้มีความเข้าใจในศิลปะและจารีตนิยมของโขนอย่างถ่องแท้และส่งเสริมให้ครูผู้ เชี่ยวชาญโขน ฝึกฝนเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา เพื่อสืบทอดการแสดงโขนต่อไป

โดยพระราชปณิธานที่จะทรงฟื้นฟู ส่งเสริม และอนุรักษ์การแสดงโขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยเพื่อธำรงรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดำเนินการจัดการแสดงขึ้น ซึ่งเริ่มต้นครั้งแรกด้วยชุด “ศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ” ในปี 2550 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการแสดงที่สร้างความผูกพันอันใกล้ชิดขึ้นในครอบครัวไทย  นับเป็นการแสดงที่ได้รับการสนับสนุนและกระแสตอบรับเป็นอย่างดี จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” และมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดการแสดงโขนต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา อาทิ ตอนนางลอย ตอนศึกมัยราพณ์ ตอนจองถนน ตอนโมกขศักดิ์ ตอนนาคบาศ ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ตอนสืบมรรคา ตอนสะกดทัพ ตอนกุมภกรรณทดน้ำ และตอนพระจักราวตาร

สำหรับในปี พ.ศ.  2568 นี้ การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดแสดงตอน “สัตยาพาลี” โดยแบ่งการออกเป็นสององค์

องค์แรก : จับตอนตั้งแต่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์หมายทำลายพิธีโสกันต์องคตกุมาร แต่พาลีผู้ได้พรจากพระอิศวรสามารถปราบทศกัณฐ์ได้ ต่อมาเกิดเหตุการณ์ทรพีบุตรทรพาโอหังขาดความกตัญญูจนถูกพาลีฆ่าตายในถ้ำ และทำให้พาลีกับสุครีพน้องชายเข้าใจผิดจนแตกกัน สุครีพจึงไปพึ่งพระราม และได้ร่วมต่อสู้กับพาลีจนพาลีพ่ายแพ้สิ้นชีพ โดยฝากฝังบ้านเมืองไว้กับพระราม

องค์ที่สอง : เรื่องราวดำเนินต่อด้วยทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์ ชุบชีวิตพลยักษ์ แต่พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธีได้สำเร็จ ก่อนที่กองทัพอธรรมจะพ่ายแพ้และทศกัณฐ์ต้องถอยทัพ

ซึ่งถ่ายทอดการแสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่มากฝีมือ เป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ คีตศิลป์ หลากหลายแขนง รวมทั้งความอลังการของฉาก แสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษต่างๆ ภายใต้ความวิจิตรงดงามของเครื่องแต่งกายที่จัดสร้างด้วยความประณีต  อีกทั้งเนื้อเรื่องบังแฝงข้อคิดของการรักษาสัจจะ รวมทั้งด้านคุณธรรม ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ รู้รักสามัคคี รู้จักหน้าที่ ที่ต้องพึงปฏิบัติ

ร่วมสืบสานพระราชปณิธานและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2568   ตอน “สัตยาพาลี” ได้ตั้งแต่วันที่  6 พฤศจิกายน – วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพิ่มเติมเรื่องบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์  โทร. 0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com

บทความที่น่าสนใจ