Recent News: สรุปข่าวประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2025
รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 สะท้อนภาพองค์กรที่ใส่ใจความสุขและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของพนักงานเงินติดล้อ

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือTIDLOR คว้ารางวัลHR Asia Best Companies to Work for in Asia Award – Thailand 2025 หรือรางวัลสุดยอดองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในเอเชีย ซึ่งเป็นการได้รับรางวัลติดต่อเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง (High Performance) และความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ของพนักงาน เติบโตควบคู่กัน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมี นุชนารถ อาภามงคล ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ กาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้ (Tidlor Academy) เป็นตัวแทนองค์กรเข้ารับรางวัล
ศำหรับรางวัลดังกล่าวจัดโดย HR Asia นิตยสารด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำในเอเชีย ซึ่งปีนี้มีองค์กรชั้นนำจากประเทศไทยได้รับรางวัล 75 องค์กร จากทั้งหมด 303 องค์กร

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา องค์กรเงินติดล้อให้ความสำคัญกับการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างศักยภาพด้วยเทคโนโลยี โดยมีการบูรณาการให้เข้ากับการทำงานและกิจกรรมต่างๆ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอก ควบคู่ไปกับการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงิน และสุขภาวะทางอารมณ์และสังคม ผ่านกิจกรรมภายในต่างๆ
ทั้งยังมุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับพนักงานมากกว่า 8,500 คน ทั่วประเทศ ผ่านการสร้าง “ค่านิยมองค์กร” หล่อหลอมเป็นวัฒนธรรมองค์กรชาวเงินติดล้อ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ อีกด้วย ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดผลกระทบที่ยั่งยืน (Sustainable Impact) ทั้งต่อธุรกิจ พนักงาน และสังคม
เพิ่มเติมได้ที่ www.tidlor.com/th/news/culture และFacebook Fan page เงินติดล้อหรือ โทร 088-088-0880 ตลอด 24 ชม.
ตอกย้ำองค์กรโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลด้วย รางวัล เกียรติคุณจากภาครัฐและเอกชนของJ&T Express Thailand

J&T Express Thailand ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนเอกชน เดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งมาตรฐานการทำงานในทุกด้าน ทั้งการให้บริการ การกำกับดูแล และการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเสริมความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมโดยรวม ความตั้งใจดังกล่าวได้รับการยอมรับจากหลายหน่วยงาน ซึ่งมอบรางวัล เกียรติคุณ และโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา J&T Express Thailand ได้พัฒนามาตรฐานการทำงานในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การคุ้มครองข้อมูล การร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงการเผยแพร่ความรู้สู่สังคม ความมุ่งมั่นเหล่านี้ทำให้บริษัทได้รับการยอมรับผ่านรางวัล โครงการสำคัญ และเวทีวิชาการระดับประเทศ
ด้านการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทคว้ารางวัลรับรองจาก ISEM ติดต่อกันสองปีซ้อน (2566–2567) พร้อมทั้งส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมกับบริษัทอัลฟาเซค เพื่อเสริมความเข้าใจในกฎหมาย PDPA ความพยายามดังกล่าวยังนำไปสู่การผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานสากล ISO 27001:2022 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ตอกย้ำถึงระบบรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้
นอกจากการพัฒนาภายในองค์กรแล้วยังมีบทบาทร่วมกับหน่วยงานรัฐอย่างจริงจัง โดยได้รับเกียรติบัตรจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ติดต่อกันสองปี (2567-2568) จากการสนับสนุนข้อมูลเพื่อการสืบสวน อีกทั้งได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Data Governance and Data Protection ปี 2566 และร่วมแบ่งปันมุมมองในเวทีเครือข่ายการเงิน การสื่อสาร และโลจิสติกส์ประจำปี 2568

ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค บริษัทได้มีส่วนร่วมในการชี้แจงแนวทางกฎหมาย COD ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (ก.ย.-ต.ค. 2567) และร่วมแถลงข่าวมาตรการ “Dee-Delivery” รวมถึงลงนาม MOU กับกรมสรรพสามิต (มิ.ย. 2568) เพื่อการแบ่งปันข้อมูลเชิงระบบ อีกทั้งยังเข้าร่วมเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (พ.ค. 2567) ผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า
อีกประเด็นคือการสนับสนุนการป้องกันยาเสพติด โดยบริษัทได้รับประกาศนียบัตรจากการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ และเข้าร่วมโครงการบูรณาการกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่ภาค 2 (ก.ค. 2568) ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจในการมีส่วนร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน
ความสำเร็จจากรางวัลและโครงการเหล่านี้ยืนยันคุณภาพขององค์กร รวมทั้งเป็นแนวทางที่ธุรกิจและหน่วยงานอื่นสามารถนำไปปรับใช้ได้ ทั้งการยกระดับมาตรการด้าน PDPA และ ISO เพื่อเสริมความปลอดภัยของข้อมูล การร่วมมือกับภาครัฐเพื่อสร้างระบบการทำงานที่โปร่งใสและปลอดภัย หรือการเผยแพร่ความรู้ผ่านเวทีสัมมนาที่ช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาร่วมกันในระดับอุตสาหกรรม
การยอมรับจากทั้งภาครัฐและเอกชนในหลายด้าน สะท้อนความพร้อมในการดำเนินงานที่ครอบคลุมกฎหมาย การกำกับดูแล และมาตรฐานสากล ที่ไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นแต่ยังช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งไทยสู่ทิศทางที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน อีกทั้งองค์ความรู้และความร่วมมือที่เกิดจากรางวัลและกิจกรรมต่าง ๆ ยังเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีคุณภาพและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์: www.jtexpress.co.th และแอปพลิเคชัน J&T Thailand และ โทร. 1470





