fbpx

Recent News: สรุปข่าวประจำวันที่ 25 มีนาคม 2024

“กาแฟพันธุ์ไทย” คว้ารางวัล “ร้านกาแฟรักษ์โลก” รับโล่พระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

เนื่องใน วันป่าไม้โลก (World Forestry Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มีนาคม ของทุกปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าในทุกมิติ เพื่อสร้างห่วงโซ่อาหารและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ กาแฟพันธุ์ไทย ที่มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการยกระดับ Ecosystem ในทุกภาคส่วนของธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้ทุกชีวิต ‘อยู่ดี มีสุข’ อย่างยั่งยืน

จากการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ “กาแฟพันธุ์ไทย” ได้รับรางวัลเกียรติคุณ กาแฟรักษ์โลก ประเภท “ร้านกาแฟรักษ์โลก” ประจำปี 2567 ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับโล่พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในงาน “ภาคเหนือ สวรรค์ของคนรักกาแฟ” (Northern Thai Coffee Paradise 2024) จัดโดย กระทรวงพาณิชย์ และกลุ่ม 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกับ สมาคมกาแฟและชาไทย เพื่อส่งเสริมและผลักดันกาแฟภาคเหนือของไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับสากล

นางสาวปาริชาติ พงค์พันเทา พาณิชย์จังหวัดตาก กล่าวว่า “งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘การผลิตอย่างยั่งยืน’ เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคเหนือ17 จังหวัด และ สมาคมกาแฟและชาไทย เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้ประกอบการกาแฟไทยของแต่ละจังหวัดรวมกว่า 100 ราย มานำเสนอสินค้าจากสุดยอดเมล็ดกาแฟไทยและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ อีกทั้งยังเป็นการขยายช่องทางการตลาด พร้อมสร้างแรงผลักดันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศต่อไป พร้อมกิจกรรมอีกมากมายที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกาแฟภาคเหนือของไทยที่โดดเด่นไม่แพ้กาแฟชาติใดในโลกเช่นกัน”

นายอนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food and Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “กาแฟพันธุ์ไทย ตั้งใจเป็นแบรนด์ที่สนับสนุนคนไทย เกษตรกรไทย ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา กาแฟพันธุ์ไทย ได้จับมือกับ กรีโนเวท บริษัทในเครือ PTG เพื่อร่วมกันส่งเสริมเกษตรกรท้องถิ่น ตำบลปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พร้อมจัดตั้ง “โครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอะราบิก้าบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในการปลูกกาแฟให้เกษตรกร ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตรแบบเดิมหรือการทำไร่เลื่อนลอย มาปลูกกาแฟเพิ่มขึ้น พร้อมร่วมพัฒนาพื้นที่เขาหัวโล้น ให้กลายเป็นพื้นที่ป่ากาแฟที่อุดมสมบูรณ์ นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2566 จนถึงปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วม 24 ท่าน ร่วมกันปลูกกาแฟกว่า 68,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ โดยพันธุ์ไทยได้รับซื้อผลผลิตเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโดยตรง ด้วยราคาที่เป็นธรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรไทย สร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป”

““จากความมุ่งมั่นของพันธุ์ไทย ในปลายปีที่ผ่านมาเราจึงนำเสนอคอลเลคชันล่าสุด ‘9 กาแฟดริปรักษ์โลกพันธุ์ไทย’ กาแฟ 9 รสชาติ ที่ได้รับการรังสรรค์จาก 9 นักสร้างสรรค์กาแฟทั้ง 9 ท่าน ที่มีจุดร่วมเดียวกัน ในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งแนวคิดและการพัฒนาแหล่งปลูกกาแฟที่ผสานกับวิถีธรรมชาติ อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้ผลผลิตคุณภาพสูง พร้อมทั้งสร้างองค์ความรู้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่อย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกรและชุมชน รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กระดาษรีไซเคิล 70% สามารถย่อยสลายได้ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ พันธุ์ไทยยังพัฒนาแก้วเครื่องดื่มด้วยวัสดุที่ผลิตจากไบโอพลาสติก (Bioplastic หรือ Bio-Based Plastic) สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ด้วยส่วนประกอบของมันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมสนับสนุนผลผลิตจากชุมชนและสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย เพื่อให้เครื่องดื่มทุกแก้วของพันธุ์ไทยปลอดภัย ดีต่อโลกและผู้บริโภคอย่างยั่งยืน” นายอนันต์ กล่าวเสริม

ดร.ธีรวัฒน์ วงศ์วรทัต นายกสมาคมกาแฟและชาไทย กล่าวว่า “กาแฟถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีความต้องการในตลาดสูง ซึ่งในปัจจุบันภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตกาแฟอาราบิกาที่มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการปลูกกาแฟสามารถทำเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่พืชและสัตว์น้อยใหญ่ ส่งผลให้ระบบนิเวศธรรมชาติบนดอยสูง มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถช่วยส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกกาแฟ ร่วมกันกับผลไม้ ถั่วแมคคาเดเมีย หรือพืชผลอื่นๆ นำไปสู่การประกอบอาชีพเกษตรร่วมกับการอนุรักษ์ผืนป่าได้อย่างยั่งยืน”

กาแฟพันธุ์ไทย ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ต้องการเชื่อมให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” โดยมุ่งมั่นส่งเสริมวัตถุดิบท้องถิ่นในประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพแก่เกษตรกรพี่น้องชาวไทย คืนกำไรกลับสู่ชุมชน รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรกรไทย ให้มีองค์ความรู้ และตระหนักถึงผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่า การเผาเศษวัชพืช ทำให้เกิดปัญหาหมอกควัน พื้นที่เขาหัวโล้น อันส่งผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และเกิดภาวะโลกร้อนในระยะยาว

“เซ็นทรัลพัฒนา” ขับเคลื่อนสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน จับมือพันธมิตร SCG นำกรีนโซลูชันพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับประเทศ

 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์ 1 อสังหาริมทรัพย์ไทยยั่งยืนระดับโลกบน DJSI World 2023 และผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล, โครงการที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Imagining better futures for all’ มุ่งพัฒนา ‘พื้นที่’ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าเป้าหมาย NET Zero 2050 อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เข้าร่วมรับรางวัลโล่เกียรติคุณกลุ่ม Developer ชั้นนำของเมืองไทยร่วมสร้างอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียว ในงาน Inclusive Green Growth Days Empowered by SCG: เติบโตและยั่งยืนไปด้วยกัน โดยมี คุณชาตรี โกวิทานุพงศ์ Executive Project Director, Regional Development 1 บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เข้ารับรางวัลจาก นายสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน

นายชาตรี โกวิทานุพงศ์ Executive Project Director Regional Development 1 บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ทางเซ็นทรัลพัฒนารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Cement and Green Solution Business ภายใต้ SCG ในครั้งนี้ โดยที่ผ่านมาเราได้จับมือเป็นพันธมิตรกันเพื่อผลักดันสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ นำร่องโครงการต้นแบบ Framework Pathway to Net Zero Building Guideline นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีขององค์กรที่มีทิศทางด้านความยั่งยืน โดยเราได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกในกลุ่มซีเมนต์ คอนกรีต และกรีนโซลูชันในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการมิกซ์ยูสสำคัญของเราคือ โครงการเซ็นทรัล นครสวรรค์ และโครงการ เซ็นทรัล นครปฐม ที่เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มี.ค.67 โดยเลือกใช้ปูน Low Carbon รวมถึงมีการรีไซเคิลเสาเข็มที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่การพัฒนาโครงการเซ็นทรัล ศรีราชา และเซ็นทรัลจันทบุรี และการดำเนินงานภายใต้ Green Standard ต่างๆ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่ช่วยให้เราเดินหน้าสู่เป้าหมาย NET Zero 2050 ได้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา มีแผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ NET Zero 2050 หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 แบ่งได้ 3 หมวดหลัก คือ หมวดที่ 1: Decarbonized operational emissions ผ่านการดำเนินงาน ได้แก่ 1) ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 2) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด (solar) 3) ลดขยะฝังกลบ 4) ลดการใช้น้ำ 5) ชวนร้านค้าผู้เช่าลดการใช้พลังงานและแยกขยะ; หมวดที่ 2: Decarbonized embodied emission ผ่านการดำเนินงาน ได้แก่ 1) การนำมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล Green building เช่น LEED, TREES, EDGE มาเป็นแนวทางในการก่อสร้าง 2) การวัด LCA-Life cycle assessment ของการก่อสร้าง 3) ร่วมมือกับ supplier และ contractor ในการเพิ่มปริมาณรีไซเคิลในวัสดุก่อสร้าง และ หมวดที่ 3: Carbon removal โดยการปลูกป่าทดแทน และ R&D เพื่อหานวัตกรรม Sustianovation มาช่วย capture carbon

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ