Recent News: สรุปข่าวประจำวันที่ 22 กันยายน 2023
อาณาจักร มอนท์เอซัวร์ ภูเก็ต พร้อมผงาดเป็น “Ultimate Beachfront Community in Thailand and Asia”

มอนท์เอซัวร์ (MontAzure) โครงการมิกซ์ยูสระดับซูเปอร์ไฮเอนด์บนชายหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต เดินหน้าสู่การเป็น “The Ultimate Beach Front Community in Thailand and Asia” บนพื้นที่ 454 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ครบครันทั้งโครงการที่พักอาศัยสุดหรูแบบถือครองกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ บริหารงานโดยแบรนด์ดังระดับโลก โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว บีชคลับ ร้านอาหารมิชลินสตาร์ และบริการระดับเวิลด์คลาสอื่น ๆ อีกมากมาย บนความร่วมมือของพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมต่อยอดความสำเร็จหลังจากโครงการ Twinpalms Residences MontAzure ขนาด 73 ยูนิตที่เหลือเพียงเพนต์เฮาส์ห้องสุดท้าย ในขณะที่ MGallery Residences MontAzure เรสซิเดนซ์ระดับลักชัวรี กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 50%

ล่าสุด ได้จับมือพันธมิตรรายใหญ่ ร่วมมือพัฒนาโครงการวิลล่าสุดหรูแห่งใหม่ มูลค่าโครงการกว่า 2.6 พันล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพทำเลทองแห่งสุดท้ายของภูเก็ต ภายใต้อาณาจักร “มอนท์เอซัวร์” สู่การเป็นจุดหมายในฝันแห่งการอยู่อาศัยที่เหนือระดับในทำเลริมชายหาดภูเก็ต ตอบรับความต้องการ การลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวที่กำลังหลั่งไหลสู่ภูเก็ตจากต่างชาติ ทั้งเอเชีย ยุโรป และรัสเซีย

เบื้องหลังความสำเร็จของมอนท์เอซัวร์ เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเอเชียทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ The Narai Group (จากประเทศไทย), ARCH Capital (จากฮ่องกง) และ Philean Capital (จากสิงคโปร์) ในเครือ Pontiac Land Group ซึ่งร่วมกันพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสซูเปอร์ไฮเอนด์ที่ประกอบไปด้วยแบรนด์เรสซิเดนซ์หรู โรงแรมระดับ 5 ดาว วิลลาหรู รีเทล บีชคลับระดับเวิลด์คลาส และอีกมากมาย พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าและนักลงทุนที่กำลังมองหาโครงการที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ รวมไปถึงการลงทุนที่คุ้มค่า ที่เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายเต็มรูปแบบบนชายหาดกมลาที่สวยงามของเกาะภูเก็ต หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังติดอันดับโลก
นายเศรษฐพล บุตรโท กรรมการบริหารมอนท์เอซัวร์ แสดงความเชื่อมั่นและบอกเล่าถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการหรูระดับลักชัวรีว่า “แนวทางการพัฒนาธุรกิจของเราสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวและตลาดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ต เรายังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของการสร้างประสบการณ์และพัฒนาโครงการระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ริมชายหาดที่ยากจะหาใครเทียบ ด้วยทำเลเลียบชายหาดกมลาใจกลางเกาะภูเก็ต มอนท์เอซัวร์ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโครงการมิกซ์ยูสสุดหรูที่สมบูรณ์แบบ โดยเรายังเดินหน้าสร้างพันธมิตรเพื่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพในอาณาจักรมอนท์เอซัวร์แห่งนี้ต่อไป”
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) ปั้นมิกซ์ยูส-รีเทล ดังใจกลางเมืองติดตลาด

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ FPCT กลุ่มธุรกิจให้บริการอาคารสำนักงานชั้นนำเกรด A และมิกซ์ยูสย่านใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แบรนด์อสังหาฯ ครบวงจรแห่งแรก “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” เผยเส้นทาง 4 ปีสู่การปั้นมิกซ์ยูส-รีเทล ให้ประสบความสำเร็จผ่านการสร้างความแตกต่าง พิสูจน์การติดตลาดด้วยอัตราการเช่า-ยอดทราฟฟิกสูง สะท้อนการเป็นสเปซสร้างสรรค์ครองใจชุมชน
จากก้าวแรกบนวิถีความกล้าที่จะต่างจากผู้เล่นรีเทลรายอื่นในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองแห่งเดสติเนชันด้านไลฟ์สไตล์ FPCT ได้เลือกที่จะพัฒนาพื้นที่รีเทลรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด ‘การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน’ เมื่อ 4 ปีก่อน นางธีรนันท์ กรศรีทิพา รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเส้นทางเบื้องหลังความสำเร็จว่า “การเริ่มต้นของบริษัทฯในช่วงแรกเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างมากในฐานะผู้พัฒนาอสังหาฯ สายรีเทลหน้าใหม่ที่เริ่มเดินหน้าธุรกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลก แต่ด้วยเบื้องหลังแนวคิดธุรกิจที่บริษัทฯ ยึดมั่นในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน เราจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้คน-ชุมชน หรือ Community-Centric ในการคิดและพัฒนาธุรกิจ และเป็นแรงผลักดันการสร้างสรรค์พื้นที่รีเทลแบบใหม่เพื่อตอบสนองดีมานด์ของคอมมูนิตี้ที่เราดำเนินงาน โดยพื้นที่แรกคือสามย่านมิตรทาวน์ และเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาได้พัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมที่สีลมเอจ”
กลยุทธ์พิชิตความสำเร็จของ FPCT ในบทบาทเพื่อนที่ดีของชุมชน คือ Inspiring Everyday Experiences หรือ การเนรมิตพื้นที่รีเทลยุคใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์ผสานแรงบันดาลใจได้ทุกวัน โดยเน้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สนับสนุนชุมชน-สังคมในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญทั้ง 3 ด้าน ดังต่อไปนี้
- กลยุทธ์ยืนหนึ่งมิกซ์ยูส : เสริมความแกร่งด้านที่ตั้งในทำเลศักยภาพ ด้วยการตั้งเป้าหมายรองรับกลุ่ม Mass meet Niche target ซึ่งมีความเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มนักเรียน-นักศึกษาที่สามย่านมิตรทาวน์ และกลุ่มคนทำงานสำหรับ สีลมเอจ ขณะเดียวกัน ยังมีความยืดหยุ่นสำหรับการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายให้เข้ามาใช้บริการ พร้อมทั้งรองรับการให้บริการด้วย ecosystem ที่แข็งแกร่งภายในมิกซ์ยูสจากกลุ่มคนทำงานภายในอาคาร รวมถึงผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียม (สำหรับสามย่านมิตรทาวน์)
- การส่งมอบพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคน : ยึดมั่นในความต้องการของลูกค้า-ชุมชนเป็นสำคัญ FPCT มุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ที่สอดรับกับคุณค่าร่วม (Shared Value) พร้อมให้ความสำคัญกับการรักษาอัตลักษณ์ของ พื้นที่ที่เข้าไปพัฒนา เพื่อสานต่อความเป็นส่วนหนึ่งและเสิร์ฟทุกความต้องการของลูกค้าในชุมชน โดยมีเป้าหมายเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ทุกวัน ในทุกช่วงเวลา ซึ่ง FPCT คือศูนย์การค้าใจกลางเมืองแห่งแรกที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้สร้างสาธารณประโยชน์ให้แก่ชุมชน อาทิ อุโมงค์เชื่อมมิตร สวนลอยฟ้า และเปิดพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยที่ผ่านมาได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาจัดแสดงผลงาน ใช้พื้นที่เพื่อรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมในสังคม รวมถึงแสดงงานศิลปะ ฯลฯ
- การปรับตัวตอบรับเทรนด์อย่างรวดเร็ว (Trend Responsiveness): เสริมจุดแข็งให้พื้นที่รีเทลด้วยการจับกระแสต่าง ๆ อย่างฉับไวในการสร้างแคมเปญและกิจกรรมที่เป็นแม็กเน็ตการตลาดเพื่อดึงดูดใจผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังเป็น Retail Sandbox เปิดโอกาสให้ธุรกิจหน้าใหม่ และสินค้าทดลองตลาดได้แจ้งเกิดในพื้นที่เช่าแบบหมุนเวียน ช่วยเพิ่มความหลากหลายและสีสันให้กับประเภทร้านค้า ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
ปัจจุบัน สายธุรกิจรีเทลของ FPCT นับได้ว่าประสบความสำเร็จ สะท้อนจากตัวเลขทราฟฟิกซึ่งสูงขึ้นกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด โดยมีทราฟฟิกอยู่ที่ 77,000 คน/วัน รวมถึงสามารถรักษาอัตราการเช่าสูงถึง 98% และมีอัตราการต่อสัญญาอยู่ที่ 97% แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจสำหรับการเป็น Meeting place for all ในฐานะต้นแบบโมเดิร์นรีเทลที่ยึดมั่นในการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน FPCT จะเดินหน้าสานต่อจุดยืนในการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนในด้านดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม รวมถึงมีส่วนร่วมให้ธุรกิจรายย่อยได้เติบโตผ่านพื้นที่ Sandbox นอกจากนี้ ด้านแผนธุรกิจ FPCT ตั้งเป้าขยายพื้นที่รีเทลและปรับสัดส่วนของร้านค้าภายในสามย่านมิตรทาวน์และสีลมเอจให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และส่งเสริมการเป็นพื้นที่สำหรับทุกคน
