Recent News: สรุปข่าวประจำวันที่ 1 มีนาคม 2023
“สกาย กรุ๊ป” ประกาศความสำเร็จปี 65 โตพุ่ง 280%

“สกาย กรุ๊ป” กางผลประกอบการปี 2565 คว้ารายได้ 2,800 ล้านบาท กวาดกำไรสุทธิ 209 ล้านบาท โตทะลุ 280% หลังท่องเที่ยวคึกคัก ยอดผู้โดยสารเข้า-ออกประเทศทะลัก ดันรายได้จากโครงการเกี่ยวกับสนามบินพุ่ง ตุน แบ็กล็อกแกร่ง 22,200 ล้านบาท เชื่อมั่นปี 2566 แรงส่งจากท่องเที่ยวพลิกฟื้นเต็มที่ คาดยอดผู้โดยสารเฉลี่ยสูงถึงวันละ 180,000 คน หนุนธุรกิจเทคโนโลยีบริการภายในสนามบิน พร้อมติดเครื่องธุรกิจบริการด้านความปลอดภัยอัจฉริยะ-แพลตฟอร์มดิจิทัล-ระดมกำลังขยายธุรกิจสร้างความแข็งแกร่งต่อเนื่อง
นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ สกาย กรุ๊ป (SKY Group) เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงานปี 2565 (ม.ค.-ธ.ค.65) บริษัทสามารถทำรายได้ทั้งหมด2,800ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น209ล้านบาท เติบโตขึ้น 280%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564(YoY%) โดยบริษัทสามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ เนื่องจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก และยอดผู้โดยสารเดินทางเข้า-ออกประเทศเฉลี่ย 70,000 คน/วัน ส่งผลให้รายได้จากโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับท่าอากาศยาน อาทิ ระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (Common Use Passenger Processing System:CUPPS) และโครงการการให้บริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในช่วงไตรมาส1/2566นั้น นอกจากการรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ที่จะทยอยรับรู้ต่อเนื่องแล้ว การฟื้นตัวเต็มรูปแบบของการท่องเที่ยวไทยจะช่วยหนุนการดำเนินงานของสกาย กรุ๊ปให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะหลังสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดประเทศในช่วงต้นปี ทำให้ยอดผู้โดยสารเดินทางเข้า-ออกประเทศเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด เห็นได้จากข้อมูลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจเทคโนโลยีด้านการบริการภายในท่าอากาศยานของบริษัท รวมถึงแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2565 บริษัทได้เข้าทำสัญญาและมีงานที่รอส่งมอบตามสัญญาในอนาคต (Backlog) อยู่ทั้งสิ้นประมาณ22,200ล้านบาท ซึ่งจะทยอยสร้างการเติบโตให้กับสกาย กรุ๊ปอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็พร้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจกลุ่มอื่นๆ อาทิ เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ แพลตฟอร์มดิจิทัล ไปจนถึงการขยายสู่ธุรกิจเทคโนโลยีด้านต่างๆ ในอนาคตที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท
“ทีมข่าวเศรษฐกิจ MONO29” คว้ารางวัลยอดเยี่ยม “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” ครั้งแรกในรอบ 16 ปี

เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพสำหรับคนทำสื่อเมื่อทีมข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 ชนะการส่งประกวดสกู๊ปข่าวในโครงการ “บทความข่าวเชิงวิเคราะห์ (ลับคมความคิด) ประจำปี 2565” จัดโดย “สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ” ร่วมกับ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ถึง 2 รางวัลอันทรงเกียรติ ในผลงาน “รางวัลบทความป๋วย อึ๊งภากรณ์” ประเภทสื่อโทรทัศน์ ประจำปี 2565 ได้แก่ “รางวัลยอดเยี่ยม” ภายใต้หัวข้อ “ปลอดดอกเบี้ย-เบี้ยปรับ ปลายทางแก้หนี้ กยศ.?” และ “รางวัลที่ 1” ภายใต้หัวข้อ “ทุกข์ของใคร ค่าไฟแพง รัฐผิดพลาด หรือ ก๊าซขาดแคลน?” ผลงานโดย คุณถิรพุทธิ์ เปรมาประยูรวงศา บรรณาธิการบริหารข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29, คุณวชิราภรณ์ นาสวน บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 พร้อมด้วย คุณขวัญ โม้ชา ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจและทีมข่าวเศรษฐกิจสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย มอบโล่เกียรติคุณทั้ง 2 รางวัลสำคัญให้กับทีมข่าวช่อง MONO29 ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลงานจากสื่อโทรทัศน์แห่งแรกในรอบ 16 ปี ที่สามารถชนะใจคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คว้ารางวัลสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยมในครั้งนี้ด้วย
สยามพารากอน คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์ที่มีผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย ในงาน THAILAND SOCIAL AWARDS ครั้งที่ 11 ตอกย้ำแลนด์มาร์คอันดับ 1 ในใจผู้คน

สยามพารากอน ในฐานะ Global Landmark Destination ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลก คว้ารางวัลชนะเลิศ Best Brand Performance on Social Media แบรนด์ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย สาขากลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในงานประกาศรางวัล THAILAND SOCIAL AWARDS จัดโดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด
ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า “รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่สยามพารากอนได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะเลิศ เป็นแบรนด์ที่มีผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย ในสาขาห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ซึ่งรางวัลนี้เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของสยามพารากอนในการสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าในทุกมิติ ด้วยกิจกรรมการตลาดหลากหลายรูปแบบ งานอีเว้นท์ และการเปิดตัวสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย ทำให้สยามพารากอนยังคงเป็นแลนด์มาร์ค ที่ยืนหนึ่งในใจผู้คน จนได้รับการพูดถึงในสื่อโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สยามพารากอนกำลังอยู่ระหว่าง การทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ ที่จะยกระดับความเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกให้เป็นที่สุดของความเลิศล้ำ เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คน ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตได้มากขึ้นกว่าเดิมในทุกมิติ”
สำหรับรางวัล Thailand Social Awards เป็นการเก็บข้อมูลบนโซเชียลมีเดียของแบรนด์มากกว่า 2,000 แบรนด์ โดยในกลุ่มธุรกิจในสาขาศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า มีการเก็บข้อมูลนำมาวัดผลทั้งสิ้นมากกว่า 80 แบรนด์ จากนั้น นำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกับคณะที่ปรึกษารวม 18 คน โดยวัดจากทั้งช่องทางโซเชี่ยลของแบรนด์ตนเอง และช่องทางจากการที่คนอื่นพูดถึงแบรนด์ ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลัก คือ Facebook, Instagram, Twitter และ YouTube และได้จัดงานประกาศรางวัล Thailand Social Awards ซึ่งจัดโดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด
ธุรกิจงานแสดงสินค้าฟื้น อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เบอร์หนึ่งผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลก รุกจัด 16 งาน ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ พร้อมชูไทยเป็นศูนย์กลางจัดงานแสดงสินค้าอาเซียน

ธุรกิจงานแสดงสินค้าฟื้นหลังกลับมาเปิดประเทศเต็มตัว ด้าน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงานแสดงสินค้าเบอร์หนึ่งระดับโลก มั่นใจไทยเดินหน้าจัด 16 งานแสดงสินค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญตลอด 2566 ทั้งรุกจัดเพิ่มงานใหม่ Plastic & Rubber Thailand และดึงงานใหญ่ระดับโลก Jewellery & Gem ASEAN Bangkok มาจัดที่ไทย วางเป้ารายได้ปีนี้ 900 ล้านบาท ชี้จุดแข็งประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงสินค้าของอาเซียนอย่างแท้จริง
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เผยถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจงานแสดงสินค้าของไทยปี 2566 ว่า หลังเปิดประเทศอย่างเต็มตัวทำให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา (2565) ทำให้ธุรกิจงานแสดงสินค้าเริ่มกลับมาจัดได้อย่างเป็นปกติขึ้น โดยในช่วงปี 2565 ที่สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย เรามีการจัดงานทั้งหมด 14 งาน เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมและส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ กลับมาเติบโตได้อีกครั้งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการดึงงานใหญ่ระดับโลกมาจัดที่ไทยเป็นครั้งแรกและบรรจุเข้าเป็นงานที่จัดขึ้นประจำทุกปีของบริษัทฯ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตการจัดงาน อาทิ งาน Cosmoprof CBE ASEAN งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงาม ที่จัดแสดงมาแล้วทั่วโลกทั้งอิตาลี ฮ่องกง อินเดีย และสหรัฐอเมริกา หรือ งาน Vitafoods Asia 2022 งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินระดับเอเชียที่ครอบคลุมทุกมิติของการผลิตสินค้าเสริมอาหาร
นอกจากนั้น ยังมีขยายการจัดงานออกไปในส่วนภูมิภาค อาทิ งาน MIRA (Maintenance Industrial Robotic and Automation Event) งานแสดงเทคโนโลยีด้านการบำรุงรักษาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติ โซลูชั่นอุตสาหกรรมจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมกับงานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เพื่อเจาะกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภายในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่ใหญ่ครอบคลุม 3 จังหวัดเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตมากที่สุดของไทยอีกด้วย
สำหรับปี 2566 นั้น อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย มีการเดินหน้าเตรียมพร้อมจัดงานแสดงสินค้าไว้มากถึง 16 งาน โดยทั้งหมดเป็นงานแสดงสินค้าสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (Trade Exhibition) กลุ่มเป้าหมายคือนักธุรกิจและภาครัฐ (B2B และ G2G) ทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งทุกงานล้วนมีมูลค่าสูงทั้งในด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ที่ช่วยสร้างมูลค่า รายได้และความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ โดยงานที่เป็นไฮไลท์สำคัญสำหรับปี 2566 นั้น คือ การดึงเอางานใหญ่ระดับโลกของอุตสาหกรรมเครื่องประดับอย่างงาน Jewellery and Gem ASEAN Bangkok งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับแห่งภูมิภาคอาเซียนมาจัดขึ้นที่ประเทศไทย โดยได้ร่วมมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เอเชีย ผู้จัดงานอัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีการเพิ่มการจัดงานใหม่อย่างงาน Plastic & Rubber Thailand งานแสดงเทคโนโลยีการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกและยางแบบครบวงจร โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นในการเล็งเห็นความสำคัญของการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งแนวคิดการผลิตพลาสติกด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่วิถีแห่งความยั่งยืน ที่สามารถเติมเต็มโอกาสและเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและวางแผนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ด้านการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฮับของอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคนั้น อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะประเทศไทยนับว่ามีศักยภาพและความพร้อมอย่างสมบูรณ์ในทุกองค์ประกอบของธุรกิจงานแสดงสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสถานที่การจัดงานที่ดีเป็นอันดับต้นของเอเชีย ความสะดวกของที่พัก การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงความพึงพอใจต่อการบริการและความมีน้ำใจของคนไทย องค์ประกอบเหล่านี้ ทำให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อการเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติของภูมิภาคอย่างแท้จริง
