Connect with us

Subscribe

Life

POST-COVID CAR Update

เรื่อง : ธนา เศรษฐพานิช

COVID-19 ชื่อที่ผ่านชีวิตเรามาเกือบปี แต่มีผลกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหลายพันล้านคนบนโลก หลายอุตสาหกรรมต่างพากันคาดเดาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในเชิงธุรกิจ
อุตสาหกรรมยานยนต์ก็เช่นกัน ถึงวันนี้หลายค่ายรถยนต์เลิกมองตัวเลขยอดขายใหม่ เพื่อนำไปเปรียบกับยอดขายเก่าแบบเดิมอีกแล้ว เพราะถึงอย่างไรทุกค่ายรถยนต์ล้วนมีตัวเลขติดลบ แต่สิ่งที่วงการรถยนต์ต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก คือทำอย่างไร รถยนต์รุ่นไหนที่เปิดตัวถึงจะโดนใจผู้บริโภค ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจก็ปรับวิธีการใช้รถของผู้ซื้อรถยนต์อย่างแน่นอน แต่ก็ยังมองเห็นความต้องการในการใช้รถยนต์หลัง COVID-19 ที่น่าจะฟื้นตัวก่อนใคร


ปิกอัพ-ยานยนต์อเนกประสงค์

บริการเดลิเวอรี่ต่างๆ ที่ผุดขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ COVID-19 นอกจากจะทำให้รถจักรยานยนต์ขายดีแล้ว ยังเข้าไปกระตุ้นผู้ใช้รถให้ต้องการทรานส์เฟอร์รถยนต์ที่พร้อมจะปรับตัวมาช่วยทำมาค้าขายและรับใช้ครอบครัวในยามวิกฤติได้ดีอย่างรถปิกอัพ ค่ายที่ขยับไปล่วงหน้าคือ Toyota Revo 2020 รุ่นไมเนอร์-เชนจ์ เรียกว่าปรับท่ามกลาง COVID-19 เลย โดยปรับโฉมไปมากทั้งไฟหน้าใหม่แบบ Bi-Beam พร้อมไฟ LED Daytime Running Light

และในรุ่น Rocco นั้นอัดแน่นด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคันที่ทำให้รถดูหล่อดุดัน เพื่อขึ้นไปชนกับ Ford Ranger Raptor ปิกอัพคันละล้านหกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะขายได้ และในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร ได้ปรับเพิ่มแรงม้าสูงสุดถึง 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อกับ Apple CarPlay / Android Auto รวมถึงระบบ T-Connect ที่คอยช่วยเหลือผู้ขับขี่ Toyota Revo 2020 เคาะราคาเริ่มต้นที่ 544,000-1,159,000 บาท เรียกว่าพร้อมกวาดเรียบทุกตลาดรถขนของ

ในขณะที่อีกฟากอย่างมาสด้า ก็เตรียมขยับปรับฐานส่ง All New Mazda BT-50 Pro ออกมาลุยตลาดปิกอัพ แต่มารอบนี้มาสด้าได้หวนกลับมาจับมือกับอีซูซุใช้ไทยเป็นฐานการผลิต Mazda BT-50 โฉมใหม่ลุยตลาดโลก โดยยังชูคอนเซปต์ KODO Design ที่ด้านหน้าบึกบึนขึ้นด้วยกระจังหน้ากว้างและสูงขึ้น ช่วงล่างหน้าใหม่แบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ส่วนด้านหลังเป็นแหนบยาวแบบ Long Span และเทคโนโลยีใหม่ WSSP เพิ่มความนุ่มนวลและเกาะถนนแบบมาสด้า มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2 ทางเลือก ดีเซล 1.9 VGS Turbo 150 แรงม้า ที่มีแรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบต่อนาที และดีเซล 3.0 VGS Turbo กำลังสูงสุด ซึ่งราคาน่าจะอยู่ที่เริ่มต้น 6 แสนปลายๆ ไปจนถึงล้านต้นๆ


รถพลังงานไฟฟ้า ประหยัดน้ำมัน ได้เปรียบภาษี

สำหรับคนทำงานออฟฟิศ หลังจากผ่านพ้นวิกฤติ หลายคนอยากได้รถยนต์ที่ประหยัดขึ้น ซ่อมบำรุงน้อยลง คือไม่อยากต้องมาห่วงกังวลเรื่องบำรุงรักษารถยนต์เพิ่มขึ้นอีก รถพลังงานไฟฟ้าที่ชูความประหยัด นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนส่วนลดภาษีจากหลายหน่วยงานรัฐ อาทิ ปรับลดภาษีสรรพสามิตเหลือร้อยละ 0 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ได้เข้าร่วมโครงการ ‘อีวีประชารัฐ’ รับซื้อรถยนต์เก่า (ที่มีอายุ 10 ปี) สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อคัน เพื่อนำเงินไปแลกเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ ทำให้รถพลังงานไฟฟ้าและไฮบริดจะมีราคาขายที่ถูกลงจนแทบไม่ต่างกับยานยนต์ใช้น้ำมัน

ค่ายที่นำร่องก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 คือ Nissan Kicks รถยนต์ Compact SUV เทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ (e-Power) ที่ตั้งราคาเริ่มต้นเพียง 889,000 บาท ตัวรถใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตรมาปั่นไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่ แต่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ให้พละกำลังสูงสุด 129 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร แต่มีอัตราเร่งดีแบบรถไฟฟ้า ไม่ต้องห่วงเรื่องสถานีชาร์จไฟ มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าเป็นรถที่เข้ามาในช่วงรอยต่อแห่งยุคที่น่าสนใจ

ในส่วนของโตโยต้าก็เตรียมเปิดตัวรถ Compact SUV ใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้เช่นกันในชื่อ Toyota Corolla CROSS ซึ่งจะเป็น Compact SUV ที่มีมิติใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับค่ายอื่น ด้วยขนาด ยาว 4,460 x กว้าง 1,825 x สูง 1,620 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร เป็นการมาอุดช่องว่างของ Toyota C-HR ที่สวยโฉบเฉี่ยวแต่พื้นที่ใช้สอยน้อย โดยน่าจะใช้ช่วงล่างและเครื่องยนต์ร่วมกัน โดยเฉพาะในรุ่นไฮบริดที่ได้ประโยชน์ทางภาษี เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ามีพละกำลังรวม 122 แรงม้า ซึ่งคาดว่าโตโยต้าจะตั้งราคาอยู่ที่ 9 แสนถึง 1.2 ล้านบาท


Tesla จะมาไทยมั้ย?

เป็นคำถามที่ผู้คนสนใจมาหลายปี เพราะอยากจะลองใช้เจ้ารถพลังไฟฟ้าสุดแรง แถมยังขับเคลื่อนตัวเองได้อย่างอัตโนมัติจนคันไม้คันมือไปหมด ข่าวดีก็คือมันมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่อาจจะเห็น Tesla มาตั้งตัวแทนจำหน่ายในปีหน้าหรือปีถัดไป นั่นเพราะการสร้างโรงงานผลิต Gigafactory 3 ในประเทศจีนได้เริ่มเดินสายการผลิตแล้ว โดยเฉพาะรุ่นมหาชนอย่าง Model 3 และ Model Y ซึ่งมีราคาขายคันละประมาณ 1.5 ล้านบาท และในเมื่อรัฐบาลไทยมีข้อตกลง FTA ที่ละเว้นภาษีนำเข้าจากประเทศจีนให้เป็น 0% จึงไม่น่ายากที่จะได้เห็น Tesla Model 3 ในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ชึ่งเป็นระดับราคาที่รถยุโรปทั่วไปขายอยู่ในบ้านเรา เชื่อเถอะครับว่าตลาดรถบ้านเราปีนี้อาจจะซึมเซา แต่ปีหน้าสนุกแน่นอน

Avatar
Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup