‘ประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมสมัยไทย 200 ปี ที่ Museum Pier’

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ‘ท่าพิพิธภัณฑ์’ (Museum Pier) พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ ใจกลางเกาะรัตนโกสินนทร์ บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ‘ท่าช้าง วันหลวง’ โดย กรกมล และ พิริยะ วัชจิตพันธ์ คู่รักนักสะสมงานศิลปะและผู้ก่อตั้ง The Art Auction Center สถาบันการประมูลศิลปะอันดับ 1 ของประเทศไทย พร้อมการกลับมาอีกครั้งของ “200 Years Journey through Thai Modern Art History” จากคอลเล็กชันสุดหวงของนักสะสมสู่นิทรรศการศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี 2024 ร้อยเรียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่กว่า 2 ศตวรรษของไทย ไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
มีอะไรน่าสนใจใน ‘ท่าพิพิธภัณฑ์’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ของเมือง?

ท่าพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่แค่พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ หากแต่เป็นเสมือน “ท่าที่เป็นชุมทางเชื่อมต่อริมแม่น้ำ” ที่พาผู้คนเปิดเข้าสู่เรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆมากมาย โดยเปิดตัวด้วยนิทรรศการที่จะพาผู้คนเดินทางผ่านโลกของศิลปะและความเป็นไทยอย่างแท้จริง ที่ที่คุณจะได้สัมผัสถึงความหลงใหลในศิลปะและประวัติศาสตร์ของผู้ก่อตั้ง ที่ต้องการให้ Museum Pier เป็นดั่งพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโลกแห่งศิลปะได้อย่างใกล้ชิด

“เราได้แรงบันดาลใจจากความสำเร็จของนิทรรศการ “200 Years Journey through Thai Modern Art History” ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลปเจ้าฟ้า) ที่มีผู้เข้าชมมากกว่าที่คิดไว้เยอะมากครับ เราจึงนำผลงานกว่าร้อยชิ้นมาจัดแสดงอีกครั้งที่ท่าพิพิธภัณฑ์ ตามคำเรียกร้องของผู้ชมมากมายที่ยังประทับใจนิทรรศการในครั้งนั้น รวมถึงคัดเลือกผลงานศิลปะชิ้นที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อนนำมาจัดแสดงเพิ่มเติม ซึ่งทุกชิ้นล้วนแล้วแต่เป็นผลงานอันทรงคุณค่าและหาชมยาก เพื่อให้ทุกคนได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด โดยเน้นภาพรวมของงานศิลปะแต่ละยุคสมัยในห้วงเวลา 200 ปีที่ผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบัน” คุณพิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้งท่าพิพิธภัณฑ์ กล่าว

“การมาเยี่ยมชมนิทรรศการในครั้งนี้จะไม่ได้เป็นเพียงแค่มาดูงานศิลป์ แต่คุณยังได้เห็นบริบทที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในช่วงเวลานั้น ๆ รวมถึงอิทธิพลจากภายนอกที่ส่งผลมายังแวดวงศิลปะของบ้านเรา” คุณกรกมล วัชจิตพันธ์ เสริม

นอกจากนี้ พิริยะยังเล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่เลือกเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งแรกของตัวเอง ภายโครงการ ‘ท่าช้าง วังหลวง’ ด้วยเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ การตัดสินใจในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่สะท้อนถึงความตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่ของไทยให้เป็นที่รู้จัก อีกทั้งการเดินทางมายังท่าช้าง วังหลวง ยังสะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวไทย ทั้งบรรยากาศโดยรอบยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะหาได้จากที่อื่น
เตรียมพบกับกว่า 100 งานศิลป์สุดว้าวในท่าพิพิธภัณฑ์!

ทันที่ที่ก้าวเข้ามาใน ‘ท่าพิพิธภัณฑ์’ ขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากเราจะได้ตื่นตาตื่นใจกับผลงานศิลปะนับร้อยที่ร้อยเรียงเรื่องราวกว่า 2 ศตวรรษของหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่ของไทย ที่นำมาจัดแสดงให้รื่นรมย์อย่างใกล้ชิด ด้วยการคัดสรรงานศิลปะระดับประเทศที่หาชมยากจำนวนมากจากคอลเลกชันศิลปะสะสมส่วนบุคคลของ กรกมล และ พิริยะ วัชจิตพันธ์ นักสะสมศิลปะและผู้ก่อตั้งท่าพิพิธภัณฑ์

คุณ กรกมล พูดถึงแรงบันดาลใจในการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า “เราอยากเปิดโอกาสให้คนรักงานศิลป์ได้ร่วมกันชื่นชมผลงานศิลปะ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า ผลงานศิลปะที่ไม่ตาย คือผลงานศิลปะที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ร่วมสัมผัส ยิ่งเป็นการต่อลมหายใจผลงานชิ้นนั้นๆ รวมถึงเชิดชูจิตวิญญาณของศิลปินผู้สร้างให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน”

ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและหาชมยากในครั้งนี้ ได้ร้อยเรียงเรื่องราวจากศิลปะสยามในยุคล่าอาณานิคม (Colonial Era) สู่ปฐมบทของศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย (Thai Modern Art) ก่อร้างสร้างฐานก่อนจะส่งต่อมายังศิลปะไทยร่วมสมัย (Thai Contemporary Art) อันน่าตื่นตาตื่นใจในยุคปัจจุบัน จัดแสดง อาทิ จิตรกรรมของ ‘ขรัวอินโข่ง’ ผลงานหลากหลายชิ้นงานของ ‘กาลิเลโอ คินี’ (Galileo Chini) ผลงานสีน้ำมันขนาดใหญ่ ‘ถวัลย์ ดัชนี’ ผลงานในตำนานของ ‘จักรพันธุ์ โปษยกฤต’ รวมถึงประติมากรรมสถูปของ ‘มณเฑียร บุญมา’ ภาพวาดธงชาติของ ‘นที อุตฤทธิ์’ แล้วยังมีผลงานชิ้นสำคัญของศิลปินรุ่นใหม่อย่าง Alex Face, Suntur, Gongkan และ Crybaby อีกด้วย

แต่ละผลงานที่นำมาจัดแสดงภายในห้องหลากสีสัน ล้วนขับให้งานศิลปะทุกชิ้นมีความโดดเด่นและเต็มไปด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างพื้นที่ที่ไม่เพียงแต่เก็บรักษางานศิลปะระดับชาติ แต่ยังเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนรักงานศิลปะทั่วโลก

“ความฝันของเราสองคน คือการสร้างสังคมที่เห็นคุณค่าของงานศิลปะและวัฒนธรรมไทย ซึ่งสามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้อย่างภูมิใจ การเปิดตัวท่าพิพิธภัณฑ์จึงเป็นมากกว่าสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะ แต่เป็นเป็นมรดกล้ำค่าที่เราจะฝากไว้ให้แก่ประเทศครับ” คุณพิริยะกล่าวถึงแนวคิดการผลักดันวงการศิลปะไทยให้ออกสู่สายตาชาวโลก ก่อนที่จะมีนำไปจัดนิทรรศการนี้ไปจัดแสดงในรูปแบบของ Traveling Exhibition ในต่างประเทศ ส่วนท่าพิพิธภัณฑ์จะเปลี่ยนเป็นนิทรรศการหมุนเวียนที่มีความตื่นเต้น และน่าสนใจสลับสับเปลี่ยนกันไปตลอด

การได้ใช้เวลาภายใน ‘ท่าพิพิธภัณฑ์’ ไม่ได้หมายถึงการชื่นชมงานศิลปะเพียงอย่างเดียว หากแต่เปิดโอกาสให้เราได้ค้นพบตัวเองผ่านมุมมองใหม่ ๆ สะท้อนถึงแง่คิดที่ศิลปินพยายามจะสื่อออกมาในมุมที่แตกต่างได้อย่างลุ่มลึก สุดแล้วแต่ว่าเราจะดื่มด่ำกับผลงานศิลปะแต่ละชิ้นผ่านห้วงอารมณ์ใด

เชิญชวนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมวัฒนธรรมการเดินพิพิธภัณฑ์ มาชมงานศิลปะล้ำค่าของประเทศไทย ภายใน ‘ท่าพิพิธภัณฑ์’ (Museum Pier) พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ได้แล้ว พร้อมชมนิทรรศการ “200 Years Journey through Thai Modern Art History” จัดแสดงตั้งแต่ 19 ตุลาคม 2567 – 30 มิถุนายน 2568 ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ท่าช้าง วังหลวง ติดกับท่าเรือท่าช้าง (N9) ไม่กี่ก้าวจากวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง (เพียงข้ามฝั่งถนน) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. นิทรรศการมีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 100 บาท / นักเรียนและนักศึกษา (แสดงบัตรทุกครั้ง) 50 บาท และเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 90 เซ็นติเมตร เข้าฟรี!
- FB https://www.museumpier.com/
- IG: https://www.instagram.com/museumpier/
- Website https://www.facebook.com/museumpier
