‘Migraine: ไมเกรน เรื่องหัวปวดของคนปวดหัว’

ช่วงที่ผ่านมานี้ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน อาจจะทำให้ร่างกายของแต่ละคนต้องรับภาระหนัก แน่นอนว่า เรื่อง ‘ปวดหัว’ เหล่านี้ อาจจะลุกลามจนกลายเป็นอาการ ‘หัวปวด’ อย่างหนักหน่วงข้างเดียว หรือที่รู้จักในนามอาการ ‘ไมเกรน’ ที่สร้างภาระทางร่างกายและจิตใจมานักต่อนัก GM Live ขอเชิญคุณผู้อ่าน มาทำความเข้าใจกับอาการที่น่าปวดหัวนี้ กันให้ชัดเจน เพื่อที่จะสามารถดูแลร่างกายได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องยิ่งขึ้น
ปวดหัวไมเกรน คือ โรคปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่มักมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว โดยอาจปวดสลับข้างซ้าย-ขวาได้ มักเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย (เช่น อาการคลื่นไส้หรืออาเจียน อาการแพ้แสงแพ้เสียง หรืออาการสมองตื้อ เป็นต้น) หลายคนอาจคิดว่ามีสาเหตุมาจากความเครียด แต่เเท้จริงแล้วไมเกรนมีปัจจัยกระตุ้นที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไปในผู้ป่วยแต่ละคน อาการปวดมักจะรุนแรงตั้งแต่น้อยไปมาก จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยโรคไมเกรน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ไมเกรนประเภทครั้งคราว ปวดไม่เกิน 15 วันต่อเดือน และไมเกรนประเภทเรื้อรัง ปวดอย่างน้อย 15 วันต่อเดือน
สิ่งที่กระตุ้นอาการของไมเกรน มีอยู่หลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะด้วยการพักผ่อนน้อย นอนดึก อดนอน ความเครียดสะสม อยู่ในที่แสงสว่างจ้า หรือที่ที่เสียงดังจนเกินไป และรวมถึงการทานอาหารบางชนิดก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้ เช่น เนย ช็อคโกแลต ถั่ว อาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ
ลักษณะอาการของปวดหัวไมเกรน แตกต่างกันไปตามแต่บุคคล แต่โดยมากแล้วอาจจะมีลักษณะร่วมที่เหมือนกันบางประการ เช่น ปวดหัวซีกเดียว เป็นๆ หายๆ และในกรณีที่ปวดหัวไมเกรนอย่างรุนแรง อาจจะหนักหน่วงจนทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ด้วย
การสังเกตอาการของปวดหัวไมเกรน สามารถทำได้อย่างคร่าวๆ เช่น จับความถี่ของการปวดหัวข้างเดียว วัดปริมาณของยาแก้ปวดที่ใช้ และมีลักษณะที่มีความถี่เพิ่มมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องในลำดับถัดไป
วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดไมเกรนนั้นทำได้ค่อนข้างยาก แต่ไม่ยากเกินกว่าที่จะลองทำ ไม่ว่าจะด้วย ระบุสิ่งกระตุ้น จดบันทึกสิ่งที่ทำ กิน หรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดไมเกรน เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นนั้นๆ การนอนหลับ นอนให้เพียงพอ นอนเป็นเวลา รับประทานอาหารให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกหัดคลายเครียดด้วยวิธีต่างๆ แต่ถ้าอาการยังไม่ทุเลา ต้องเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในทันที
หน้าฝนที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนแบบนี้ เราอยากให้คุณดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากๆ โดยเฉพาะอาการปวดหัวไมเกรน ที่รักษาได้ค่อนข้างยาก แต่ไม่มากเกินกว่าที่จะดูแลตนเอง ด้วยแนวทางคร่าวๆ ที่เราได้แนะนำไป ก็น่าจะช่วยให้คุณ ห่างไกลจากอาการหัวปวดที่ชวนปวดหัวนี้ได้อีก นานๆ




