“In Pursuit of the Firefly เมนูค็อกเทลคอลเลคชั่นใหม่ที่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดตัวเมนูค็อกเทลใหม่ล่าสุด “In Pursuit of the Firefly” ที่ฟายเออร์ฟลาย บาร์ (Firefly Bar) บาร์สุดหรูที่ได้รับรางวัลอันดับที่ 82 ของเอเชียประจำปี 2025 เมนูคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้แฝงไปด้วยความสนุกสนานผนวกกับแนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อเผยถึงเรื่องราวของหิ่งห้อยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นสัญลักษณ์ของบาร์แห่งนี้ ค็อกเทลคอลเลคชั่นใหม่นี้จะนำแขกทุกท่านสู่การเดินทางของรสสัมผัสที่ผสมผสานความแปลกใหม่และความมีสีสันให้เข้ากันได้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบรูปเล่มเมนูและเครื่องดื่มต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน พร้อมสอดแทรกการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่ชวนให้ค้นหา

เมนูค็อกเทลชุดแรกของฟายเออร์ฟลาย บาร์ จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของหิ่งห้อยตัวน้อยที่เดินทางรอบโลกเพื่อเก็บเกี่ยวรสชาติของเครื่องดื่มและประสบการณ์จากที่ต่างๆ ในขณะที่เมนูชุดใหม่นี้จะเน้นถึงความเป็นมา รวมถึงการดำรงชีวิตและความสำคัญของหิ่งห้อยที่มีต่อระบบนิเวศ “หิ่งห้อยเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์และควรค่าแก่การกล่าวถึง เพราะปัจจุบันเราจะพบหิ่งห้อยได้ยากขึ้น โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพมหานคร” มร.ดิ๊กกี้ ฮาร์โตโน่ ผู้จัดการฝ่ายเครื่องดื่มและหัวหน้าผู้ดูแลฟายเออร์ฟลาย บาร์ กล่าว “เมนูคอลเลคชั่นใหม่นี้ จะกล่าวถึงความเป็นมาของหิ่งห้อย พร้อมทั้งยังช่วยกระตุ้นให้มนุษย์ได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กชนิดนี้และร่วมกันอนุรักษ์หิ่งห้อยให้อยู่คู่ธรรมชาติต่อไป”

เมนูใหม่ “In Pursuit of the Firefly” ได้รับการออกแบบเป็น 4 ส่วน ที่มีความเชื่อมโยงกับหิ่งห้อย ได้แก่ ที่มาของชื่อเมนู (Etymology) ระบบนิเวศของหิ่งห้อย (Ecosystem) การเรืองแสงของหิ่งห้อย (Luminescence) และ ตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับหิ่งห้อย (Mythology) ในส่วนแรกซึ่งกล่าวถึง ที่มาของเมนู (Etymology) จะขอแนะนำเมนู “Where Is The Cricket” ที่มีส่วนผสมของเครื่องดื่มต่างๆ อาทิ Stranger and Sons Gin, Mr. Three and Bros Ginger Falernum, chocolate and banana, kaffir lime, clarified milk, mixed spices และองค์ประกอบสำคัญอย่าง ผงโปรตีนที่ทำจากจิ้งหรีด (cricket protein) เพื่อนำเสนอถึงความผสมผสานต่างๆ ที่แทรกอยู่ในตัวหิ่งห้อยกันได้อย่างกลมกลืน ในส่วนที่ 2 ซึ่งกล่าวถึง ระบบนิเวศของหิ่งห้อย (Ecosystem) พบกับเมนู “Blue Moon” ที่มี Michter’s American Whiskey and Michter’s Rye, redistilled with Sri Sindhorn Tea, peach, Lustau Amontillado และ สาหร่ายสไปรูลิน่าสีฟ้า (blue spirulina) เป็นส่วนผสมไฮไลท์ เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาที่หิ่งห้อยส่องสว่างท้องฟ้าในยามพระอาทิตย์ตกดิน อีกทั้งแสงสีฟ้ายังเป็นสัญลักษณ์ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สื่อถึงความเชื่อมโยงกับแสงจันทร์

ในส่วนที่กล่าวถึง การเรืองแสงของหิ่งห้อย (Luminescence) จะขอแนะนำ 2 เมนูที่มีความโดดเด่น เริ่มจาก “Tres Elementos” เมนูสุดพิเศษที่มี Ron Matusalem Gran Reserva 15, Aperol, Bergamotto Liqueur, Ron Matusalem Solera 7 pineapple distillate, และ sparkling tomato water ตกแต่งด้วย สีแดงของมะเขือเทศ สีเหลืองของสัปปะรด และสีเขียวของกีวี่ เป็นสัญลักษณ์บอกเล่าเรื่องราวสีสันอันลวงตาของแสงหิ่งห้อย ซึ่งที่จริงแล้วแสงที่ปรากฏขึ้นเกิดจากหิ่งห้อยเปล่งแสงสีส้ม เหลือง และเขียวออกมาพร้อมกัน อีกหนึ่งเมนูไฮไลท์ของส่วนนี้คือ “Gorgeous Lady in Red” มนต์เสน่ห์ของค็อกเทลสีแดง จากส่วนผสมของ Lady Trieu Contemporary Gin, Tito’s Handmade Vodka infused with hibiscus, pomegranate Shiraz wine reduction, Teara Sakura Japanese Liqueur, citrus, เพิ่มความโดดเด่นด้วยบับเบิ้ลด้านบน (decorative bubble) ที่สะท้อนถึงความสามารถของหิ่งห้อยในการดึงดูดความสนใจโดยปราศจากการใช้เสียงหรือการเคลื่อนไหว สำหรับส่วนที่กล่าวถึง ตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับหิ่งห้อย (Mythology) พบกับ “Journey to Amphawa” ค็อกเทลสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของ Phraya Rum 8 Years, Prakaan Select Cask, kaffir lime, Silpin Regal Lamduan, lychee, coconut, lime, vegan foam และ Silpin Malai spray เครื่องดื่มที่จะถ่ายทอดบรรยากาศของอัมพวา หนึ่งในอำเภอที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ยังคงพบหิ่งห้อยได้ตามริมฝั่งน้ำยามค่ำคืน

เมนูคอลเลคชั่นใหม่นี้จะนำเสนอเอกลักษณ์ของค็อกเทลแต่ละชนิดไมว่าจะเป็น ค็อกเทลที่มีรสชาติผลไม้และให้รสสัมผัสที่นุ่มละมุนดื่มง่าย (Fruity & Light) ไปจนถึงค็อกเทลรสชาติมีเสน่ห์ชวนค้นหาและให้รสสัมผัสที่ขมจากสมุนไพรและเครื่องเทศ (Complex & Bitter) รวมไปถึงค็อกเทลที่มีรสชาติเข้มข้นจัดจ้าน (Strong & Bold) ไปจนถึงค็อกเทลที่มีรสชาติเปรี้ยวสดใสและให้รสสัมผัสที่สดชื่น (Sour & Refreshing) อีกทั้งยังนำเสนอความโดดเด่นของค็อกเทลแต่ละสไตล์ด้วยรายละเอียดพร้อมการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ โดยสื่อสารผ่านภาพวาดของค็อกเทล สีสันของเครื่องดื่ม ทรงของแก้ว การตกแต่ง รสสัมผัส และอื่นๆ นอกเหนือจากนั้นด้านล่างของเมนูยังมีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์เพื่อบ่งบอกรสชาติและความเข้มข้นของเครื่องดื่มแต่ละแก้วอีกด้วย

นอกจากนี้ ฟายเออร์ฟลาย บาร์ ยังมีเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่มีส่วนผสมขององค์ประกอบระดับพรีเมี่ยมอีกไว้บริการอีกด้วย อาทิ The Macallan, A Night on Earth ในรูปแบบ Old Fashioned, Clase Azul Reposado ในรูปแบบ Firefly Azul Margarita และ LOUIS XIII Sazerac ตามด้วยเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือม็อกเทล (Mocktail) ที่คัดสรรมาอย่างดี และได้รับการขนานนามว่า “all buzz, no booze” (คงความสดชื่น แบบไร้แอลกอฮอล์) ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ทั้งที่ทำจากผลไม้ ชา และเครื่องเทศ

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มอีกมากมายกว่า 20 หน้า และกว่า 370 ขวด โดยสามารถสั่งได้ทั้งแบบแก้วหรือแบบขวดไว้คอยบริการ รวมทั้งเครื่องดื่มแบบคลาสสิก (Classic) หรือแบบออน เดอะ ร็อก (on the rock) หรือจะเป็นมาร์ตินี่ เนโกรนี และค็อกเทลคลาสสิกอื่นๆ รวมถึงสามารถรังสรรค์เครื่องดื่มแบบจินแอนด์โทนิคในสไตล์ของคุณเองได้อีกด้วย โดยแขกสามารถเลือกแบรนด์และรสชาติของโทนิคได้หมากมาย ปรับแต่งส่วนผสม และเติมความโดดเด่นด้วยน้ำหอม Silpin Edible Perfume Aroma เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Hotaru Sour, Walk the Walk, Gorgeous Lady in Love, Like that Ya!, Tres Elementos, Where is the Cricket?, Bamboo Negroni, Blue Moon, Salty Gueva, Journey to Amphawa
ฟายเออร์ฟลาย บาร์ (Firefly Bar) ชั้นล็อบบี้ : โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17:00 – 01:00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. +66 02 095 9999 หรือ email foodandbeverage.sindhorn@kempinski.com.




