fbpx

นั่งรถไฟ เที่ยวหัวหิน ถ่ายรูปฟินๆ กินจนพุงกาง

เมื่อพูดถึง ‘หัวลำโพง’ หลายๆ คน คงนึกถึงความเก่าแก่และคลาสสิก เพราะสถานที่แห่งนี้มีอายุถึง 103 ปีแล้ว วันนี้จะเที่ยวกันทั้งทีก็ต้องมีรูปสวยๆ ตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนจะออกเดินทาง ในเวลา 08.30 น. ยังมีเวลา สำหรับถ่ายรูปสวยๆ ในแสงตอนเช้าแบบนี้ แนะนำเลย ส่วนด้านหน้าสถานี เป็นโลเกชันที่ถ่ายออกมาแล้ว ได้อารมณ์นักเดินทางสุดๆ

ถือเป็นโอกาสพิเศษของ GM ที่ได้ร่วมเดินทางกับการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยรถไฟขบวนพิเศษที่ 995 ในเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน จุดหมายปลายทางยอดนิยม ซึ่งส่วนใหญ่ จะเดินทางกันด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่ทริปนี้ ลองมาดูบรรยากาศการเดินทางด้วยรถไฟกันบ้าง

โดยปกติแล้วการรถไฟมีบริการให้เช่า เหมาตู้โบกี้รถไฟจัดเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเป็นหมู่คณะนะครับ ตามแบบที่ต้องการเพื่อพ่วงไปกับขบวนรถไฟนำเที่ยว เพื่อความเป็นส่วนตัวและสนุกสนานกันตามอัธยาศัย

แต่สำหรับทริปนี้คือขบวนรถ OTOP ซึ่งเป็นรถนั่งจำนวน 2 คัน รวม 112 ที่นั่ง ลักษณะที่นั่งเหมือนกับรถไฟโดยสารปรับอากาศทั่วไปแต่แตกต่างกันที่การตกแต่งที่เน้นความสวยงามแบบอบอุ่นด้วยโทนสีน้ำตาลเป็นหลัก สำหรับรถ OTOP นั้นประกอบไปด้วยตู้โดยสาร 2 คัน ตู้แรกมีที่นั่ง 40 ที่ มีเคาน์เตอร์บาร์และ ห้องคาราโอเกะ ตู้ที่ 2 เป็นห้องโดยสารล้วนมีที่นั่ง 72 ที่

รถที่อยู่ถัดจากครัวร้อน เราเรียกว่ารถครัวเย็น SRT Prestige มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่สะท้อนถึงความหรูหรามีระดับ ความแตกต่างจากครัวร้อนคือไม่มีพื้นที่ในส่วนของห้องครัว มีเพียงเคาน์เตอร์บาร์บริการอาหารประเภท Snack และเครื่องดื่ม ส่วนที่นั่งในรถเป็นชุดเก้าอี้และโต๊ะไม้ มีบาร์พร้อมสตูลให้ชมวิวระหว่างการเดินทาง ส่วนที่น่าประทับใจสำหรับรถครัวร้อนนั้นคือมีเครื่อง-เสียงที่สามารถเปิดดนตรีเบาๆ คลอระหว่างการเดินทาง รวมถึงคาราโอเกะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการร้องเพลงอีกด้วย

ตู้ถัดมาเป็นตู้ที่ดูแปลกตา ซึ่งเหมือนยกโต๊ะประชุมเข้ามาไว้ในขบวนรถ นี่คือรถประชุมปรับอากาศที่ดัดแปลงมาจากรถนอนปรับอากาศชั้นที่ 1 รุ่นเก่าของการรถไฟฯ ภายในตกแต่งในแบบโมเดิร์น เน้นคุมโทนสีขาว-เทา ประสานกับไฟ LEDที่เป็นลายเส้นดูทันสมัย สามารถจัดการประชุมได้ 38 ที่นั่ง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น จอมอนิเตอร์ปลั๊กไฟ และไมโครโฟน

สำหรับการเดินทางจากหัวลำโพงในครั้งนี้ ออกเดินทางในเวลา 08.30 น. ไปตามเส้นทางสายใต้ ระยะทางเพียง 200 กิโลเมตรเศษ จากกรุงเทพฯ ไปหัวหิน ซึ่งหลังจากเดินทางได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็ได้เวลาลงไปยืดเส้นยืดสายไหว้พระและแวะนมัสการพระปฐมเจดีย์ ที่สถานีนครปฐม ซึ่งลงจากรถไฟเดินต่อไปไม่ถึง 5 นาที ก็ได้อิ่มบุญ อิ่มใจ กันแบบสบายๆ

หลังจากเสร็จสิ้นการไหว้พระ ทำบุญ และหาของอร่อยในช่วงสายแล้ว รถไฟนำเที่ยวก็เดินทางไปตามเส้นทางสายใต้เรื่อยๆ ทัศนียภาพสองข้างทางรถไฟเปลี่ยนไปตลอดตามพื้นที่ที่ผ่านทั้งทุ่งนาในเขตจังหวัดราชบุรี ป่าชายเลนแถววังมะนาว ป่าต้นตาลย่านจังหวัดเพชรบุรี เพลิดเพลินวิวสองข้างทางจนลืมเวลา มารู้สึกตัวอีกที ก็เดินทางมาถึงสถานีชะอำ นั่นหมายถึงว่าอีกไม่นานรถไฟใกล้ถึงปลายทางแล้ว

เมื่อรถไฟผ่านสถานีห้วยทรายใต้ ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายในจังหวัดเพชรบุรี รถไฟจะวิ่งเข้าสู่ความมืดระยะหนึ่ง นั่นไม่ใช่อุโมงค์ลอดภูเขา แต่เป็นรันเวย์ของท่าอากาศยานหัวหินที่พาดตัวอยู่เหนือทางรถไฟ ซึ่งถ้าเรามาถูกจังหวะที่มีเครื่องบินกำลังแลนดิ้งก็จะเห็นเครื่องบินลำใหญ่บินขนานกับรถไฟมาเรื่อยๆ และวิ่งข้ามหัวไปตอนเราลอดอยู่ใต้รันเวย์นี้

ภาพตึกรามบ้านช่องเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าเราเดินทางมาถึงสถานีหัวหินกันแล้ว เป็นสถานีรถไฟที่ได้ชื่อว่าสวยงามด้วยงานสถาปัตย์อีกแห่งหนึ่ง ที่ใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะถ่ายรูป ด้วยความโดดเด่นของตัวอาคารที่คลาสสิค และสีสันของสถานีสีครีมสลับแดงแบบไม่มีที่ไหนเหมือน

การเดินทางท่องเที่ยวกับรถไฟในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่สร้างความประทับใจและความรู้สึกที่ดีกับการเดินทางด้วยรถไฟพร้อมเก็บเกี่ยวบรรยากาศสองข้างทางได้อย่างเพลิดเพลิน ใครที่อ่านแล้วสนใจอยากจะเดินทางไปหัวหินด้วยรถไฟแบบนี้บ้าง ก็สามารถเลือกเดินทางกับขบวนรถไฟนำเที่ยว ที่ทางการรถไฟจัดไว้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน – สวนสนประดิพัทธ์

ส่วนราคาประหยัดและสบายกระเป๋าอย่างมาก ประมาณ 120 บาท สำหรับรถพัดลม และ 240 บาท สำหรับรถปรับอากาศ ซึ่งทริปนี้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ