fbpx

เดินเล่นให้สุดฟิน ณ โฮจิมินห์ซิตี้

เรื่อง: อภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์

บ่อยครั้งที่ผมเจอกับคำถามว่า..หากจะไปเที่ยวประเทศใกล้ๆ แต่ได้รสชาติอะไรที่แปลกใหม่ควรจะไปประเทศไหน ซึ่งถ้าเป็นตอนนี้เวลานี้…ผมตอบแบบที่ไม่ต้องคิดเลย คือ โฮจิมินห์ซิตี้ หรือว่า ไซง่อน ของประเทศเวียดนามครับ

แน่นอนว่าสำหรับใครที่ชอบแนวหรูหราหรือต้องการความสะดวกสบายก็จะต้องประเทศสิงคโปร์หรือฮ่องกงเป็น จุดหมายปลายทางประเภทที่รับประกันความปลอดภัยหรืออย่างน้อยก็ได้บริการที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดไว้

ส่วนใครที่ชอบแบบผจญภัยหรือต้องการค้นหา สำหรับผมรู้สึกว่าประเทศเวียดนามดูจะไม่น่าสนใจเท่ากับประเทศกัมพูชา และไม่มีเสน่ห์ลึกๆ เหมือนกับประเทศพม่า

ผมเลยขอไม่เปรียบเทียบนะครับ ไม่ว่าจะทั้งสไตล์สแตนดาร์ดแบบประเทศสิงคโปร์ หรือ วัฒนธรรมในแบบกัมพูชา แต่ผมอยากจะบอกว่าประเทศเวียดนามมันมีอะไรที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะเวียดนามใต้อย่างโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งผมอยากจะไฮไลท์ว่ามีความผสมผสานที่พอดีเป็นที่สุด

จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเวลา  1 ชั่วโมงครึ่ง ก็จะมาถึงสนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (Tan Son Nhat International Airport) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของโฮจิมินห์ซิตี้ ทั้งยังเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม  และมีความทันสมัยในแบบสากลอีกด้วย

#มองการเมืองผ่านสถาปัตยกรรม

มองในแบบการเมืองและวัฒนธรรมถ้าคุณต้องการสถานที่ท่องเที่ยวแบบด่วนได้ถ่ายรูปดีให้เข้าไปที่ใจกลางเมืองคุณก็จะพบกับสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสมากมายเต็มไปหมดทั้งโบสถ์นอตเตอร์ดาม ที่ที่สวยงามเป็นสง่าพร้อมกับหอคอยคู่และพระแม่มารีด้านหน้า ซึ่งสร้างขึ้นจากผลงานของศิลปินชาวฝรั่งเศส โดยใช้วัตถุโดยใช้วัตถุดิบเกือบทั้งหมดมาจากตะวันตกโดยเฉพาะหินมาจากมักเซย อิตาลี 

จากนั้นจากนั้นเดินไปไม่ถึง 10 เมตรคุณก็จะได้เห็นอาคารที่ทำการไปรษณีย์กลางของกรุงโฮจิมินห์ ซึ่ง ณวันนี้ยังคงทำการอยู่ซึ่งอาคารสีเหลืองที่เห็นอย่างชัดเจนนี้ออกแบบโดยกุสตาฟไอเฟล ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่สร้างหอไอเฟลที่ ปารีส ฝรั่งเศส แล้วถ้าหากแล้วถ้าหากคุณเป็นแฟนสถาปัตยกรรมตัวยงขอให้เดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีก็จะได้เจอกับวิหารสีชมพูที่มีเสน่ห์อย่างลึกซึ้ง ที่สำคัญกับบรรยากาศของอาคารสถานที่ในแบบตะวันตกเหล่านี้จะมีร้านกาแฟซ่อนตัวอยู่ระหว่างทางเต็มไปหมดให้คุณได้ค้นหาทั้งในแบบท้องถิ่นและแบบที่รังสรรค์จนหลายร้านคุณคิดว่าคุณไม่มีโอกาสได้เห็นในเมืองไทย

#มองการค้าผ่านย่านคนเชื้อสายจีน

ถ้าถ้าคุณคิดว่าการดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมและการถ่ายภาพ เป็นเรื่องที่ธรรมดาเกินไปสำหรับคุณแล้วล่ะก็ ขอให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ย่าน ‘เจอะเลิ่น‘ ที่เป็นไชน่าทาวน์ของเวียดนาม ซึ่งต้องบอกว่าหลายคนที่เข้าใจว่าจีนกับเวียดนามนั้นเหมือนกันนั้น ขอย้ำว่ามีความต่างกันอยู่ไม่น้อย เพราะชนเชื้อสายจีนในเวียดนามตอนใต้ จะคลับคล้ายกับกลุ่มประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์ทั่วไป เพราะเป็นกลุ่มที่อพยพมาทางเรือ ทำให้วัดวาอารามในแบบจีนของที่นี่ ดูละม้ายคล้ายกับที่เยาวราช ปีนัง รวมไปถึงที่สิงคโปร์ซึ่งเน้นการเคารพนับถือเจ้าแม่ทับทิมและเจ้าแม่กวนอิมอย่างที่เราคุ้นเคยกันดี

แต่ถ้าใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตและการค้าขายแบบจีนแท้ๆ ขอให้มาที่ให้มาที่ตลาด ‘ เบินเท‘ ซึ่งเปรียบเสมือนกับตลาดค้าส่งย่านสำเพ็งหรือโบ๊เบ๊ของบ้านเรา โดยที่นี่มี มีความเคลื่อนไหว ของทั้งคนและสินค้าเกือบจะเรียกได้ว่าตลอดทั้งวัน มีให้เลือกชมและเลือกซื้อได้ไม่ขาดกันเลยทีเดียว

#มองอนาคตผ่านมุมแบบเวียดนาม

คนเวียดนามเหนือจะมีแนวความคิดที่ออกไปในทางสังคมนิยมที่เข้มข้นกว่า ในขณะที่เวียดนามใต้จะเป็นนักค้าขายโดยกำเนิดตั้งแต่ก่อนการควบรวมประเทศ และในวันนี้ที่เวียดนามใต้ โดยเฉพาะที่โฮจิมินห์ซิตี้ ต่างเต็มไปด้วยพลังของความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด มีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าแปลกตามากมายเกิดขึ้นในอาคารเก่า มีร้านชากาแฟและคาเฟ่เกิดขึ้นอย่างหนาแน่นในตึกที่เคยเป็นสำนักงานของชาวฝรั่งเศสในอดีต ต้องบอกว่าไอเดียของคนเวียดนามนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะมีลักษณะที่ผสมผสานระหว่างความเป็นญี่ปุ่น จีน และเวียดนามเข้าไว้ในแบบเดียวกัน

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ร้านช็อกโกแลตที่ผมพาผู้คนไปสัมผัส ซึ่งมันน่าสนใจตรงที่ เมื่อเวียดนามเป็นประเทศที่ผลิตโกโก้เอง ถ้าหากจะขายเฉพาะวัตถุดิบมูลค่ามันคงจะได้น้อย แต่ร้านนี้สามารถที่จะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นสินค้าส่งออกและเป็นคาเฟ่รวมไปถึงได้กลายเป็นตัวอย่างสำคัญในการแสดงให้โลกได้เห็นว่าการพัฒนาในตลอดห่วงโซ่ของธุรกิจนั้น สามารถนำมาซึ่งสามารถนำมาซึ่งรายได้และโอกาสอย่างมากมาย

ครั้งหน้าผมจะเจาะลึกรายละเอียดให้เห็น แต่สำหรับไซง่อน หรือโฮจิมินห์ซิตี้ในวันนี้ เรียกว่าไม่ธรรมดา และมีอะไรมากกว่าที่คาดคิดเอาไว้ มากมายนักจริงๆ

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ