fbpx

ถอดรหัสน้ำท่วมหาดใหญ่  “ชัยภูมิแอ่งกระทะ” และ “พลังหยิน-หยางปะทะ” จากมุมมองนักวิเคราะห์ชัยภูมิ

ผู้อ่านGM Live อาจสงสัยว่าอะไรคือ นักวิเคราะห์ชัยภูมิ ? และเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวการ ถอดระหัสน้ำท่วมหาดใหญ่  “ชัยภูมิแอ่งกระทะ” และ “พลังหยิน-หยางปะทะ” ในครั้งนี้

ก่อนอื่นผมขอใช้พื้นที่ GM Live แนะนำตัวก่อนครับ  ผม นิ้ง ปรัชญา รมหุตติฤกษ์  หรือหลายคนอาจคุ้นชินกันในชื่อ “ปรัชญาเปิดฟ้า” ผู้ที่สนใจศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยจนผันตัวเองมาเป็นนักวิเคราะห์ชัยภูมิคู่ขนานไปกับเส้นทางสายการเงินที่ได้ร่ำเรียนมา โดยพื้นฐานปริญญาตรีผมจบด้านวิศวกรรมเคมี จากมหาวิทยาลัยรังสิต ก่อนจะข้ามมายังสายบริหารในปริญญาโทสาขา MBA จาก University of Dallas รัฐเท็กซัส จากนั้นก็ได้โลดแล่นในโลกการทำงานด้วยบทบาทที่หลากหลาย ทั้งด้านการเงิน การตลาด การขาย  รวมทั้งงานบริการ

แล้วอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้ผมมาเป็น นักวิเคราะห์ชัยภูมิ  คำตอบนี้ขอยังไม่เฉลยนะครับ แต่ขอให้ผู้อ่านติดตามจากบทความที่ผมจะมาเขียนเล่าเรื่องราวในฐานะนักวิเคราะห์ชัยภูมิ ทาง GM Live ก็แล้วกันครับ

เอาละมาเริ่มกันด้วยเรื่อง ถอดระหัสน้ำท่วมหาดใหญ่  “ชัยภูมิแอ่งกระทะ” และ “พลังหยิน-หยางปะทะ”  กันเลยดีกว่า

จากการที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปทำงานและพำนักที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอยู่บ่อยครั้ง ในฐานะ “นักวิเคราะห์ชัยภูมิ”  สิ่งแรกที่ผมมักจะทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจเมือง นั้นคือการขึ้นไปสู่จุดที่สูงที่สุดของเมืองนั้นครับ  และสำหรับที่หาดใหญ่ จุดยุทธศาสตร์นั้นคือ  “เขาคอหงส์” ณ บริเวณที่ประดิษฐาน พระพุทธมงคลมหาราช (พระยืน) ซึ่งเมื่อมองลงมา ผมสามารถเห็นภาพรวมของเมืองหาดใหญ่ทั้งหมด และเมื่อนำมาทาบทับกับหลักปรัชญาฮวงจุ้ย ภาพของสัตว์เทพทั้งสี่ก็ปรากฏชัดเจนครับ ได้แก่

  • เขาคอหงส์ ที่ผมยืนอยู่ ทำหน้าที่เป็น “เต่าดำ” (Black Tortoise) ที่มั่นคง คอยดูแลเมือง
  • ตัวเมืองหาดใหญ่ เบื้องล่าง เปรียบเสมือน “หงส์แดง” (Red Phoenix) หรือลานรับพลัง
  • ด้านซ้าย คือ“มังกรเขียว” (Green Dragon) ซึ่งในทางชัยภูมิธรรมชาติคือ “คลองอู่ตะเภา” ที่มีต้นกำเนิดอยู่หลังมหาวิทยาลัยหาดใหญ่
  • ด้านขวา จึงกลายเป็นตำแหน่งของ “เสือขาว” (White Tiger) โดยปริยาย

จุดเปลี่ยนของสมดุลเมือง

จากการเฝ้าสังเกต ผมพบว่าเมื่อตัวเมืองหาดใหญ่ (หงส์แดง) ขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว “มังกรเขียวธรรมชาติ” (คลองอู่ตะเภา) กลับมีขนาดเล็กเกินไป ไม่สามารถโอบอุ้มและรักษาสมดุลของสัตว์เทพทั้งสี่ได้ แม้ภายหลังจะมีการสร้างมังกรเขียวเสริม คือ “คลอง ร.1” แต่เมื่อเจอกับวิกฤตฝนตกหนักต่อเนื่องแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือที่เราเรียกว่า “เคส 300 ปี” ระบบระบายน้ำจึงรับมือไม่ทัน

ประกอบกับ “จุดอ่อนตามธรรมชาติ” ของเมืองหาดใหญ่ คือตำแหน่ง“เสือขาว” ที่มีลักษณะอ่อนแอและไม่สมดุลมาแต่กำเนิด ทำให้เมื่อเกิดภาวะน้ำหลาก เมืองจึงขาดพื้นที่รองรับน้ำ หรือแก้มลิงที่จะช่วยชะลอพลังปะทะ นี่คือที่มาของการวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อหาทางออกในบทความนี้ครับ

ขณะเดียวกันผมได้วิเคราะห์โครงสร้างปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของเมืองหาดใหญ่ โดยมองผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ ฟ้า (ภูมิอากาศ), ดิน (ภูมิประเทศ) และ คน (การบริหารจัดการ) เพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน ดังนี้:

1. วิกฤตจาก “ฟ้า” และ “ดิน”: เมื่อธรรมชาติปะทะโครงสร้าง

  • ชัยภูมิแอ่งกระทะ (The Golden Pan Paradox):

ตัวเมืองหาดใหญ่ตั้งอยู่ในชัยภูมิแบบ “ท้องกระทะ” ซึ่งในทางฮวงจุ้ยถือเป็น “แอ่งกระทะทองคำ” ที่ดึงดูดความมั่งคั่ง (ธาตุน้ำ) เข้าสู่เมือง แต่ในทางกลับกัน เมื่อน้ำไหลหลั่งเกินขีดจำกัด แอ่งนี้จะกลายสภาพเป็น “อ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์” ทันที ด้วยระดับความสูงจากน้ำทะเลเพียง 4-8 เมตร ทำให้น้ำขังและระบายออกยากลำบาก

  • ปรากฏการณ์ “พลังหยิน-หยาง ปะทะ” (The Clash of Water Energy):

วิกฤตครั้งใหญ่มักเกิดจากการปะทะกันของพลังน้ำสองขั้ว:

1. น้ำเข้า (พลังหยาง – Yang): คือน้ำฝนที่ตกหนักมหาศาลจากภาวะโลกรวน หรือมรสุมที่รุนแรงระดับ “เคส 300 ปี” ไหลบ่าลงมาอย่างดุดัน

2. น้ำออก (พลังหยิน – Yin): คือสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงที่ปากอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา ทำให้น้ำจืดไหลออกไม่ได้ เกิดแรงต้านทานมหาศาล

เมื่อ หยาง (น้ำฝน) ปะทะ หยิน (น้ำหนุน) ตรงกลางคือตัวเมืองหาดใหญ่ที่ทางระบายน้ำหลักอย่าง คลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา (มังกรเขียว) มีสภาพ ” ปากทางเข้าใหญ่ แต่ปากทางออกเล็ก ” ทำให้เกิดสภาวะอัมพาตของการระบายน้ำ

2. การจัดการของ “คน”: ปรับสมดุลเพื่อความอยู่รอด

ปัญหาหลักคือ การจัดการของ “คน”  ยังไม่สามารถปรับสมดุลกับความรุนแรงของ “ฟ้า” และข้อจำกัดของ “ดิน” ได้อย่างกลมกลืน ฮวงจุ้ยในที่นี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือยุทธศาสตร์การจัดวางชัยภูมิให้ “คน” พร้อมรับมือกับธรรมชาติ

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงชัยภูมิ

เนื่องจากตำแหน่ง “เสือขาว” ของหาดใหญ่อ่อนแอ การแก้ไขจึงควรเน้นการ สร้างเสือขาวให้โดดเด่น ขึ้นมาเพื่อคานอำนาจและสร้างสมดุล นั่นคือการสร้างพื้นที่หน่วงน้ำหรือ “แก้มลิง” ในโซนเสือขาว เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของมังกรเขียว (คลองระบายน้ำ) ในยามวิกฤต

3. สามแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน : สู่ทางด่วนน้ำและแก้มลิง

เพื่ออนาคตของหาดใหญ่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต้องสอดคล้องกับธรรมชาติ โดยมี 3 แนวทางหลักที่ต้องทำควบคู่กัน:

  1. สร้างทางด่วนน้ำ (Water Expressway) : เปิดทางระบายน้ำใหม่ หรือขยายคลอง ร.1 ให้เป็นทางด่วนน้ำที่แท้จริง เพื่อลดการปะทะของพลังหยิน-หยางในตัวเมือง
  2. เสริมแกร่ง “เสือขาว” (Monkey Cheek) : สร้างพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่ในตำแหน่งที่เหมาะสม (เสริมจุดอ่อนเสือขาว) เพื่อพักน้ำและชะลอความเร็วน้ำก่อนเข้าเมือง
  3. สกัดมวลน้ำต้นทาง (Upstream Control) : ตัดยอดน้ำจากภูเขา ไม่ให้ไหลบ่าลงมาสมทบพร้อมกันทั้งหมด

ดังนั้นบทสรุปการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องวิศวกรรม แต่คือ ศิลปะการประสานงานระหว่าง ธรรมชาติ (ฟ้า), ภูมิประเทศ (ดิน) และ การจัดการ (คน) การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ คือการลงทุนเพื่อความยั่งยืน และคืนความสมดุลให้กับชัยภูมิเมืองหาดใหญ่ในระยะยาวครับ

เรื่อง : ปรัชญาเปิดฟ้า (นักวิเคราะห์และที่ปรึกษาฮวงจุ้ย)

www.gurufengshui.com

FB Page: GuruFengShui และ ฮวงจุ้ยดีบ้านเด่นกับอาจารย์ปรัชญาเปิดฟ้า

Tiktok: ซินแสปรัชญาเปิดฟ้า

LINE OA: @Gurufengshui

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ