fbpx

‘ราคาทองที่กำลังพุ่ง บ่งบอกสภาวะเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง’

ในปี 2568–2569 ราคาทองคำทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและได้ทำ สถิติใหม่หลายครั้ง จากแรงซื้อของนักลงทุนที่มองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และธนาคารกลางโลก

ราคาทองคำโลกได้พุ่งทะลุ ระดับหลายพันดอลลาร์ต่อออนซ์ และหลายสำนักคาดการณ์แนวโน้มยังมีพื้นฐานบวกในระยะถัดไป โดยเฉพาะจากการซื้อสำรองของธนาคารกลางและเงินทุนไหลเข้ากองทุนทองคำ ETF


ปัจจัยที่กำหนดราคา

ก่อนวิเคราะห์แนวโน้ม ต้องเข้าใจตัวแปรหลักที่มีผลต่อทองคำ:

ปัจจัยเชิงพื้นฐาน

  1. นโยบายดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อ
    • อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ หรือคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอย่าง Fed จะลดดอกเบี้ย มักจะหนุนราคาทองคำ เนื่องจากต้นทุนโอกาสลดลงสำหรับสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย
  2. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
    • ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าสินทรัพย์อย่างทองคำมักได้รับแรงซื้อเพิ่มขึ้น
  3. ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก
    • ความตึงเครียด สงคราม หรือแรงกดดันทางการเงิน จะทำให้นักลงทุนเข้าถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง
  4. อุปสงค์–อุปทานของทองคำจริง
    • โดยธรรมชาติทองคำมีอุปทานค่อนข้างคงที่ เนื่องจากการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอุปสงค์

แนวโน้มราคาทองคำในระยะต่างๆ

ระยะสั้น (1–3 เดือน)

ในระยะสั้น ราคาทองคำยัง มีความผันผวนสูง จากข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยพันธบัตร และการประกาศนโยบายธนาคารกลาง หากตัวเลขเศรษฐกิจแย่กว่าคาด นักลงทุนมักย้ายเงินไปหาทองคำ ทำให้ราคาพุ่งขึ้นทันที 🌀

สรุปแนวโน้มระยะสั้น

  • ราคาอาจขึ้นเร็วเมื่อมีข่าวร้ายทางเศรษฐกิจ
  • ราคาสามารถปรับตัวลงอย่างรวดเร็วหากตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะไม่ลดตามคาด

กลยุทธ์: เหมาะกับการซื้อเมื่อตลาดปรับฐาน และขายทำกำไรเมื่อมีแรงเก็งกำไรสูง


ระยะกลาง (6–12 เดือน)

ภาพรวมระยะกลางยัง มีแนวโน้มขาขึ้น จากแรงซื้อของนักลงทุนรายใหญ่และธนาคารกลางทั่วโลก ตลอดจนกิจกรรมในกองทุนทองคำ ETF ที่ยังคงเข้มแข็ง 📊

ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่:

  • ความคาดหวังการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศหลัก
  • ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

👉 ประเมินราคาในระยะกลาง จากหลายสำนักคาดการณ์ว่ายังมีศักยภาพปรับขึ้นต่ออย่างโดดเด่น แม้อาจมีพักฐานเป็นช่วงๆ


ระยะยาว (1–5 ปี)

ในมุมมองระยะยาว หลายสถาบันการเงินใหญ่ เช่น Goldman Sachs คาดว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสำคัญของระบบการเงินโลก เช่น การกระจายสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ และแรงซื้อจากภาคเอกชน ☀️

  • ราคามีศักยภาพจะพุ่งขึ้นต่อหากการเงินโลกยังคงผันผวน
  • การลดความสำคัญของเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์สำรอง อาจผลักดันราคาทองคำในระยะยาว

หมายเหตุ: ความคาดหวังเช่นนี้มีความเสี่ยงสูง และต้องติดตามพัฒนาการนโยบายการเงินของประเทศใหญ่ตลอดเวลา


สิ่งที่ควรระวังเมื่อลงทุนทองคำ

การลงทุนทองคำนั้นมีประโยชน์ในการกระจายความเสี่ยง แต่ก็มีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่นักลงทุนควรระวังดังนี้:

ความผันผวนของราคา

ทองคำอาจขึ้นเร็วแต่ก็ลงเร็วได้เช่นเดียวกันโดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงคาดการณ์นโยบายการเงิน

ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย

ทองคำไม่ให้ดอกเบี้ยหรือเงินปันผล ดังนั้นการถือระยะยาวอาจทำให้ “ต้นทุนเสียโอกาส” เมื่อเทียบกับตราสารให้ผลตอบแทน

ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา

การซื้อทองคำจริง (แท่ง/เหรียญ) มีค่าใช้จ่ายในการเก็บ และอาจไม่คล่องตัวเท่ากับสินทรัพย์อื่น

ความเสี่ยงจากการเก็งกำไร

แรงเก็งกำไรช่วงสั้นอาจทำให้เกิด “ฟองสบู่” หรือการย้อนกลับของราคาเร็วขึ้นเมื่อแรงซื้ออ่อนตัว


สรุป

ทองคำยังเป็น สินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนให้ความสนใจสูง ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ราคาทองคำมีแนวโน้มขาขึ้นทั้งในระยะกลางและยาวจากปัจจัยมหภาค แต่ ระยะสั้นยังมีความผันผวนสูง จากข้อมูลเศรษฐกิจและข่าวสำคัญของตลาดโลก การจัดพอร์ตให้เหมาะสม และการตั้งแผนรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า เป็นหัวใจของการลงทุนทองคำให้สำเร็จ

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ