‘มูลนิธิ: วัตถุประสงค์ ประโยชน์ และหลักการจดทะเบียน’
ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวคราวเกี่ยวกับความกังขาถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘มูลนิธิ (Foundation)’ ว่าคือสิ่งใด มีรูปแบบการดำเนินงานอย่างไร และมีขั้นตอนในการจดทะเบียนอย่างไร GM Live ขอนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นสำหรับมูลนิธิ เพื่อให้คลายความสงสัย และเข้าใจถึงรูปแบบหน่วยงานเฉพาะกิจที่อาจจะไม่แสวงหาผลกำไรนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
มูลนิธิคือทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะเพื่อใช้ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยไม่มุ่งหวังผลกำไรมาแบ่งปันกันในกลุ่มผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหาร เมื่อจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้วจะมีสถานะเป็น “นิติบุคคล”
วัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิ
มูลนิธิจะใช้ทรัพย์สินที่จัดตั้งไว้สำหรับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่าง ๆ ดังนี้:
- การกุศลสาธารณะ: เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ประสบภัย หรือกลุ่มคนที่มีความต้องการพิเศษ
- การศาสนา: เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาหรือเผยแผ่หลักคำสอน
- ศิลปะและวิทยาศาสตร์: เพื่อส่งเสริมงานสร้างสรรค์ วิจัย หรือความก้าวหน้าทางวิชาการ
- การศึกษา: เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษา พัฒนาการเรียนรู้ หรือสร้างสถานศึกษา
- สาธารณประโยชน์อื่น ๆ: เช่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมสุขภาพ หรือการคุ้มครองผู้บริโภค
ลักษณะสำคัญของมูลนิธิ
- ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ: มูลนิธิเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นและดำเนินงานโดยเอกชนหรือประชาชน
- มีฐานะเป็นนิติบุคคล: มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย สามารถทำนิติกรรมได้ในนามของมูลนิธิ
- ไม่แสวงหาผลกำไร: กำไรหรือรายได้ที่ได้รับจะต้องนำไปใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิเท่านั้น ไม่สามารถแบ่งปันให้กับบุคคลใด
- มีทรัพย์สินเป็นกองทุน: ทรัพย์สินที่ใช้ตั้งต้นเพื่อดำเนินกิจการจะต้องมีมูลค่าตามที่กฎหมายกำหนด
- มีตราสารและคณะกรรมการ: มีเอกสารตราสารระบุวัตถุประสงค์และโครงสร้างการดำเนินงาน พร้อมทั้งมีคณะกรรมการบริหารจัดการองค์กร
การจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิในประเทศไทยเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยยื่นเรื่องที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ขั้นตอนการจดทะเบียนมูลนิธิ
- เตรียมข้อมูลและเอกสาร: ผู้ก่อตั้งต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญดังนี้:
- ชื่อมูลนิธิ: ต้องไม่ซ้ำกับมูลนิธิอื่นและต้องสื่อถึงวัตถุประสงค์
- วัตถุประสงค์: ต้องชัดเจนว่าเป็นไปเพื่อการกุศลสาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์
- ทรัพย์สิน: เตรียมรายการทรัพย์สินที่จะจัดสรรเป็นทุนประเดิม ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีมูลค่าขั้นต่ำ 500,000 บาท โดยมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: ต้องระบุที่อยู่ของสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิ
- รายชื่อผู้จะเป็นกรรมการ: เตรียมรายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ที่จะเป็นกรรมการอย่างน้อย 3 คน
- ข้อบังคับของมูลนิธิ: จัดทำข้อบังคับที่ครอบคลุมการดำเนินงาน การเงิน และการจัดการ
- รายงานการประชุมจัดตั้ง: จัดทำรายงานการประชุมเพื่อแสดงเจตจำนงในการจัดตั้ง
- หนังสือรับรองและเอกสารยืนยัน: หากมีชื่อบุคคลหรือหน่วยงานประกอบชื่อมูลนิธิ ต้องมีหนังสือยินยอมและหนังสือรับรองจากผู้จะเป็นกรรมการ
- ยื่นคำขอจดทะเบียน:
- สถานที่ยื่น: นำเอกสารไปยื่น ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ที่สำนักงานใหญ่มูลนิธิจะตั้งอยู่ หากอยู่ในกรุงเทพฯ หรือที่ว่าการอำเภอ หากอยู่นอกกรุงเทพฯ
- แบบฟอร์ม: กรอกแบบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ (ม.น.1)
- ค่าธรรมเนียม: ชำระค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด
- การพิจารณาอนุมัติ:
- เจ้าหน้าที่ท้องที่ (สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ) จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
- หากมีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น กระทรวงมหาดไทยอาจส่งเรื่องให้หน่วยงานนั้นพิจารณา
- กระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาคำขอ โดยอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหนึ่งปี
- การอนุมัติจะพิจารณาว่าวัตถุประสงค์ไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
- ออกใบสำคัญ: เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว นายทะเบียนจะออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ (ม.น.3) ให้
หมายเหตุ: เนื่องจากกระบวนการจดทะเบียนมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน การจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม





