fbpx

เดวิด เบ็คแฮม…ผู้ชายที่ขายได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เรื่อง: สันทัด โพธิสา

มันคงเป็นเปอร์เซนต์ที่วัดไม่ได้ แต่เชื่อเหลือเกินว่า ผู้คนค่อนโลกต้องรู้จัก ‘เดวิด เบ็คแฮม’ ซึ่งหากก้าวข้ามจากโลกกีฬาฟุตบอล ในฐานะเวทีที่สร้างชื่อให้กับผู้ชายคนนี้ อดีตตำนานเบอร์ 7 แห่งสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเป็นที่รับรู้ของผู้คนในวงกว้างว่า เขาคือหนึ่งใน ‘เซเลบริตี้’ เบอร์ต้นๆ ของโลก

เดวิด เบ็คแฮม ประกาศอำลาอาชีพค้าแข้งของเขาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2013 แต่ชื่อเสียงของเขากลับไม่ได้ลดเลือนหายไป ตรงกันข้าม ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน เบ็คแฮมก็มักตกเป็นข่าวคราวอยู่เสมอ

อะไรที่ทำให้เดวิด เบ็คแฮม ยังคงน่าสนใจ?

แน่นอน, มันคงมีปัจจัยหลายประการอยู่ แต่หากพิจารณาแค่เพียงสรีระ รูปร่างหน้าตา ปฏิเสธไม่ได้ว่า เบ็คแฮมคือผู้ชายที่มีรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่ง ปัจจุบันเขาอายุปาเข้าไปจะ 45 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนตัวเลขอายุที่มากขึ้น จะยิ่งทำให้เขาดูดี

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการดูแลร่างกาย เบ็คแฮมเป็นคนไม่ปาร์ตี้แบบหัวราน้ำ ดื่มบ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่ ไม่เหมือนกับนักฟุตบอลดังๆ บางคน ที่พอเลิกราจากฟลอร์หญ้าไป พี่ๆ ก็จัดหนัก เหมือนเก็บกดจากสมัยยังเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ห้ามทุกประการ

จากความดูดี ยิ่งแก่ยิ่งสมาร์ท ผนวกกับความโด่งดังจากโลกกีฬา จึงทำให้ ‘แบรนด์ดัง’ มากมาย จับจ้องไปที่ตัวเขา ที่ผ่านมา เบ็คแฮมก้าวเข้าไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าแบรนด์ดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ADIDAS, ไดเอท โค้ก, เบอร์เกอร์ คิง, ซัมซุง, เสื้อผ้าแฟชั่น H&M, นาฬิกา TUDOR, บริษัทประกันชีวิต AIA ฯลฯ

แต่ที่ผู้คนยังจำไม่ลืม โดยเฉพาะสาวๆ และกึ่งๆ สาว นั่นก็คือ การเป็นนายแบบกางเกงชั้นในให้กับ จิออร์จิโอ อาร์มานี่ ซึ่งมีเซ็ตภาพถ่ายแฟชั่นออกมาให้ตะลึงงันกันไปทั้งโลก

แต่หากข้ามจากเรื่องรูปร่างหน้าตาไปแล้ว ความชาญฉลาดของเบ็คแฮม ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการที่มองข้ามไม่ได้ เขาไม่ได้เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ที่รับเงินก้อนโตเท่านั้น เจ้าตัวยังมองการณ์ไกล เพราะไหนๆ ตัวเองก็มีแฟนคลับ และมีจุดขายไปทั้งตัวขนาดนี้ เป็นเหตุให้เบ็คแฮมควักเงินลงทุนผลิตสินค้าของตัวเองขึ้นมาเสียเลย

เขาออกไลน์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในนาม ‘เฮก คลับ’ และด้วยความชาญฉลาดที่ล่วงรู้ว่า สื่อมากมายชอบจับจ้องไปที่แฟชั่นการแต่งกาย และโดยเฉพาะกับ ‘ทรงผม’ ของเขา เดวิดคงคิดว่า ไหนๆ ก็สนใจ ‘เรื่องบนหัว’ ของเขามากขนาดนี้ เจ้าตัวจึงคิดผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมในนาม ‘เฮ้าส์ 99’ ออกมา ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่ไลน์สินค้าไลน์เดียว เพราะยังมีผลิตภัณฑ์กรูมมิ่งสำหรับผู้ชายในนาม David Beckham ’s Brand ที่จะตามออกมาอีกมากมาย

ความชาญฉลาดของเดวิด เบ็คแฮม ยังมีมากกว่านั้น หากสังเกตกันให้ดีๆ ทุกครั้งที่เขาหยิบจับแบรนด์ใดๆ มันมักจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้แก่เขาด้วยอีกทางเสมอ ยกตัวอย่าง การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้สินค้าประกัน AIA ที่ทำให้เขาได้ตระเวณไปทำกิจกรรมด้านสังคม (CSR) ร่วมกับทางแบรนด์เป็นประจำ หรือกับการเป็นทูตให้ UNICEF ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วยเสริมภาพลักษณ์ ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลก ‘รัก’ เขาไม่เสื่อมคลาย

เรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ก็ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหลักที่เหมือน ‘ลมใต้ปีก’ ประคองให้ชื่อเสียงของเขาไม่เคยจางหาย หากใครติดตามเขาในโซเชี่ยลมีเดีย หลายๆ ช่องทาง ทั้งเฟซบุ๊ก หรืออินสตราแกรม ก็มักจะเห็นภาพกิจกรรมต่างๆ ที่เดวิดทำร่วมกับครอบครัว โดยเฉพาะกับลูกๆ เป็นประจำ จะบอกว่าเขาสร้างภาพก็ไม่แปลกหรอกนะ แต่ในความเป็นจริง เขาก็ได้ชื่อว่า เป็นคนที่ติดครอบครัวมาแต่ไหนแต่ไร

กลายเป็นว่า ช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย ไม่ได้ช่วยสร้างภาพลักษณ์อย่างเดียว แต่ยังสร้างเงินให้เขาอย่างมหาศาล ปัจจุบันเบ็คแฮมมีคนติดตามในแฟนเพจเฟซบุ๊กกว่า 53 ล้านคน และในอินสตราแกรมอีกกว่า 52 ล้านคน มีการเปิดเผยว่า หากแบรนด์สินค้าใดต้องการให้เจ้าตัวโพสต์เกี่ยวกับโฆษณาสินค้าใดๆ จะต้องเสียเงินถึง 300,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาค่าจ้างที่สูงเป็นอันดับ 12 ของเซเลบริตี้ของโลก

ปัจจัยที่สำคัญอีกประการที่ส่งให้เดวิด เบ็คแฮม ยังครองใจมหาชน คือ เขามีคนรอบข้างที่ดี โดยเฉพาะศรีภรรยา วิกตอเรีย เบ็คแฮม ปฏิเสธไม่ได้ว่า เธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจแทบทุกอย่างของเบ็คแฮม และอีกหนึ่งคนสำคัญคือ ไซม่อน ฟูลเลอร์ ผู้ดูแลภาพลักษณ์คนดัง หรือจะเรียกว่าเป็นนักปั้นเซเลบฯ มือทอง ปั้นมาแล้วทั้ง แอนดี้ มาร์รี่ย์ นักเทนนิสระดับโลก ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลกรถสูตรหนึ่ง ซึ่งผู้ชายคนนี้มีส่วนสำคัญในการ ‘ปั้น’ แบรนด์เดวิด เบ็คแฮม ให้เกิดและติดลมบนมาจนทุกวันนี้

ด้วยตัวตนของตัวเองก็ดี แถมยังมีกุนซือรอบข้างช่วยหนุนอีกแรง ไม่นับการที่เบ็คแฮมเองก็มักจะมีข่าวสนิทสนมกับเหล่าคนดังระดับสูงอย่าง เซอร์เอลตัน จอห์น หรือแม้แต่กับระดับเชื้อพระวงศ์อังกฤษ ซึ่งเบ็คแฮมและวิกตอเรีย ยังเคยไปร่วมงานพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่ และดัสเชสเมแกน แถมสปอตไลท์ยังสาดส่องไปที่สองสามี-ภรรยาคู่นี้เป็นพิเศษอีกด้วย ทั้งหมดล้วนส่งให้ความเป็นเดวิด เบ็คแฮม มีมูลค่าสูงขึ้นตลอดเวลา

จากนักเตะเยาวชนอะคาเดมี่ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันนี้ ผู้ชายที่ชื่อ เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นบุคคลระดับโลก เบ็คแฮมมีรายได้สุทธิอยู่ที่ราวๆ 300 ล้านปอนด์ ว่ากันว่า เงินจะเข้าบัญชีของเขาสม่ำเสมอเดือนละกว่า 1.2 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 51 ล้านบาท ตกเฉลี่ยใน 1 วัน เขาจะมีรายได้ราวๆ 40,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท

และล่าสุด เขายังมีฝันในโลกฟุตบอล กับการเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญในการสร้างสโมสร ‘อินเตอร์ ไมอามี่’ ในเมเจอร์ ลีก สหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังจะเข้าร่วมการแข่งขันในต้นเดือนหน้า และหากว่าทีมของเบ็คแฮมเกิดทำผลงานได้ดี หรือแม้แต่ทำชื่อเสียงโด่งดัง คงไม่ต้องสืบว่า ธุรกิจตัวนี้จะสร้าง ‘มูลค่า’ ให้กับเขาไปอีกเท่าไร

ถึงตรงนี้ เดวิด เบ็คแฮม คือผลผลิตของคนโลกกีฬา ที่สามารถไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากแวดวงการอื่นๆ ของโลก แต่เหนืออื่นใด คุณภาพชีวิตและความตั้งใจที่จะยกระดับตัวเองต่างหาก ที่ทำให้ ‘ราคาความนิยม’ ในความเป็นเบ็คแฮม ไม่เคยเสื่อมถอยลงไปแต่อย่างใด

พิสูจน์ได้จากเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ ครั้งหนึ่งสมัยที่เริ่มมีชื่อเสียงใหม่ๆ ด้วยความที่เบ็คแฮมมีพื้นถิ่นเป็นชาวลอนดอนตะวันออก จึงมีสำเนียงการออกเสียงที่สูงกว่าคนอื่น เชื่อไหมว่า เขาลงทุนไปเข้าคอร์สเรียนการพูดโดยเฉพาะ เพื่อปรับปรุงสำเนียงและฝึกพูดให้เสียงต่ำลง

จากการลงทุนครั้งนั้น นอกจากจะทำให้เขากลายเป็นชาวอังกฤษที่สำเนียงดี ยังสะท้อนได้เป็นอย่างดีอีกว่า เหตุไฉน ชีวิตของเขาถึงได้มาไกลถึงเพียงนี้…

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ