M Studio กับแผนการตลาดปี 2569

M STUDIO สตูดิโอผู้นำตลาดหนังไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยการครองแชมป์รายได้ Box Office สูงสุดของหนังไทย ต่อเนื่อง 3 ปี ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% ก่อนประกาศชัดว่า ปี 2569 จะเป็น “ปีทอง” ของอุตสาหกรรม ทั้งในแง่จำนวนเรื่อง คุณภาพ และความหลากหลายของแนว โดยเฉพาะหนังผีที่เตรียมครองตลาด พร้อมไลน์อัปภาพยนตร์จัดเต็มถึง 17 เรื่อง ครอบคลุมผี คอมเมดี้ แอ็กชัน และดราม่า สะท้อนความมั่นใจในพลังคอนเทนต์ไทยที่พร้อมโกอินเตอร์

สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม สตูดิโอ จำกัด (M STUDIO) ระบุว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดหนังไทยคึกคักอย่างชัดเจน “แทบทุกค่ายมีหนังไฮไลต์ มีหนังแชมป์ของตัวเอง แนวหนังจะชัดขึ้น โดยเฉพาะแนวผีซึ่งจะมีจำนวนมากที่สุดของตลาด แต่ขณะเดียวกันความหลากหลายของคอนเทนต์ก็จะเด่นชัดกว่าที่เคย” พร้อมย้ำว่าความสำเร็จในอดีตเป็นเพียงจุดเริ่มต้น วันนี้การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่จำนวนเรื่อง แต่ต้องวัดกันที่ “คุณค่าของคอนเทนต์” และศักยภาพในการต่อยอดระยะยาว M STUDIO มองหนังเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ต่อยอดได้ไกลกว่ารายได้จาก Box Office โดยตัวอย่างชัดคือแฟรนไชส์ “ธี่หยด 1–3” ที่ขายลิขสิทธิ์ไปแล้วกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และยังต่อยอดสู่บ้านผีสิง “ธี่หยด” ร่วมกับ Universal Studios Singapore ขณะเดียวกันยังจับมือกับ SHOWBOX จากเกาหลีใต้ ทำ Co-production สะท้อนศักยภาพคอนเทนต์ไทยในเวทีโลก

สำหรับปี 2569 M STUDIO เตรียมส่งภาพยนตร์เข้าฉายรวม 17 เรื่อง โดยร่วมทุนกับพันธมิตรหลากหลายค่าย ได้แก่ กิ่งแก้ว (MI GROUP และ แม่เรียงฟิล์ม), ราคี (Be On Cloud), Ghost Board กล่องผีสุ่มวิญญาณ (สะดวกรัชโยธิน), อ้ายต้าวเอวหวาน (MONO Original), ยายสปีด (Media Studio ช่อง 7), เห้งเจีย แจ๊ส (MONO Original), เหมรุย 2 (แม่เรียงฟิล์ม), สาปเมือง (KLK Studio), ของแขก 2 (มณวิจิตร), สุขสุดท้าย (ช่อง 3), คำสารภาพของหมอผี (MI Group และ The Ghost Radio), God Skin (Workpoint ในนามคาร์แมนไลน์), สมิงเขาขวาง (ช่อง 3), นาคี 3 (MONO Original), EXCHANGE เรียน แลก ผี (Plan B Media), อีเรียมซิ่ง (M STUDIO ลงทุนหลัก) และ Bit by bit (Bitkub) โดยทุกโปรเจกต์ถูกออกแบบให้สมดุลระหว่างตลาดในประเทศและศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดโลก ตอกย้ำว่า ปี 2569 ไม่ใช่แค่ปีแห่งการแข่งขัน แต่คือปีของการวางรากฐานให้หนังไทยเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

Beyond the Screen : เมื่อ M STUDIO ไม่ได้แค่ “ทำหนัง” แต่กำลังสร้าง “New Ecosystem” ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

ในโลกที่คอนเทนต์ถูกเสิร์ฟถึงมือเราเพียงปลายนิ้วสัมผัส การที่ค่ายหนังจะประสบความสำเร็จเป็นเรื่องของการมองภาพรวมและการเดินทางไกลร่วมกันของทุกภาคส่วน ล่าสุด M STUDIO ภายใต้การนำของ คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ พร้อมจะปั้นให้ภาพยนตร์ไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ระดับโลก ด้วยตัวเลข Market Share ที่สูงถึง 61% เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ

– [ ] Positioning: เราไม่ใช่ผู้เล่น แต่เราคือ “Curator” และ “Incubator” ของวงการ

การวางตัวของ M STUDIO ตลอดมาคือการสวมบทบาทเป็น SandBox หรือพื้นที่สำหรับคนมีไฟ M STUDIO เลือกที่จะวางตัวเองเป็น Platform ที่เชื่อมต่อจิ๊กซอว์ทุกตัวในอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันและพร้อมส่งเสริมคนทำหนังไทยให้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานและสามารถประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศด้วยเครื่องมือสนับสนุนในทุกมิติไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาบทภาพยนตร์ การผลิต การตลาดและจัดจำหน่าย ถ้าเราอยากให้ทีมหนังไทยของประเทศเราได้เหรียญทองโอลิมปิค เราต้องสร้างโอกาสให้ทุกทีมของเราได้เก็บตัวฝึกซ้อมและลงสนามแข่งบ่อยๆ เพื่อเรียนรู้จากการแข่งขัน ทีมไทยแลนด์ของพวกเราต้องแพ้บ่อยๆและชนะบ่อยๆเพื่อศึกษาและพัฒนาหนังไทยให้คุณภาพเทียบเท่า Hollywood

การจับมือร่วมกับพันธมิตรชั้นนำของอุตสาหกรรมมีเดียส์ อาทิ ช่อง 3, ช่อง 7, WorkPoint, Mono original หรือ Plan B คือการส่งสัญญาณว่าทุกภาคส่วนพร้อมให้การสนับสนุนหนังไทย “ยุคของการแย่งเค้กจบลงแล้ว นี่คือยุคของการขยายขนาดเค้กให้คนทั้งโลกได้ชิม”

The Lesson: “Local is the New Luxury” บทเรียนจากบ้านนาสู่หน้าจอโลก

จากปรากฏการณ์ ธี่หยด พิสูจน์ว่า “ความจริงแท้ คือสิ่งที่คนโหยหา” เมื่อก่อนหนังไทยอาจจะพยายามทำหนังให้ดู “อินเตอร์” แต่ M STUDIO เชื่อมั่นว่า เสน่ห์ของหนังไทยคือการถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อและศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างตรงไปตรงมาไม่ปรุงแต่ง รวมถึงหนังท้องถิ่นอย่างหนังภาคอีสาน หนังภาคเหนือ และ ภาคใต้ ไม่ใช่การถอยหลังเข้าคลอง แต่คือการนำเสนอ “Exotic Lifestyle” ที่คนเมืองและคนทั่วโลกมองว่ามันคือความน่าสนใจความแปลกใหม่ที่มีระดับ

M STUDIO โฟกัสกับการสร้างหนังไทยที่หลากหลายเพื่อเปลี่ยน “คนดูหนัง” ทั่วโลกให้กลายเป็น “แฟนคลับ” (Fanbase) ของหนังไทย แฟนคลับผู้กำกับไทย และแฟนคลับดาราศิลปินของไทย อุตสาหกรรมภาพยนตร์เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก แต่ละปีมีภาพยนตร์มากมายจากหลายประเทศที่สามารถทำรายได้ Box Office มากกว่าหมื่นล้านบาท เราเชื่อมั่นว่าหนังไทยของเราก็ทำได้เช่นกันเพราะผู้กำกับภาพยนตร์ ทีมผลิต นักแสดงของเรามีฝีมือไม่แพ้ชาติไหนในโลก

การขยับตัวครั้งนี้ของ M STUDIO ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำธุรกิจเพื่อให้ได้กำไรสูงสุดในไตรมาสถัดไป แต่คือการวางรากฐาน Infrastructure ให้กับคนทำหนังรุ่นใหม่ เพื่อให้คำว่า “Hollywood แห่งเอเซีย” ไม่ใช่แค่สโลแกนสวยๆ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่คนไทยสามารถภาคภูมิใจได้จริงๆ บนเวทีโลก การก้าวข้ามจากตลาดไทยสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลกของ M STUDIO ไม่ใช่แค่การ “เอาหนังไปฉาย” แต่เป็นการ “ส่งออกวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ” หนังไทยมีศักยภาพที่จะสร้าง T-Wave ในตลาดโลกได้หากเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและการตลาดที่มองไกลกว่าแค่เขตแดนประเทศ

บทความที่น่าสนใจ