‘เข็มทิศที่น่ากังขา กับการกลับมาของคนเขียนที่โมนาโก’

ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในสังคมไทยจากบทบาทนักเขียนและไลฟ์โค้ช เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางผ่านหนังสือชุด “เข็มทิศชีวิต”ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ด้านการพัฒนาตนเองในช่วงทศวรรษ 2540–2550แนวคิดของเธอผสมผสานหลักพุทธศาสนา จิตวิทยา และประสบการณ์ชีวิตจริงจนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากในยุคนั้น
ครูอ้อยเกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2512 มีพื้นเพครอบครัวนักธุรกิจในภาคใต้ และได้รับการศึกษาจากต่างประเทศตั้งแต่อายุยังน้อย เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทถึงสองสาขาในวัยเพียง 20 ปี (ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังขาอย่างยิ่ง…..) ก่อนเข้าสู่วงการธุรกิจเพชรและเครื่องประดับอย่างเต็มตัวซึ่งนับเป็นช่วงเริ่มต้นของความสำเร็จทางวัตถุในชีวิต
จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเกิดขึ้นหลังการสูญเสียสามีจากอุบัติเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวทิ้งภาระหนี้สินจำนวนมหาศาลไว้ให้เธอรับผิดชอบ ประสบการณ์วิกฤตนี้ทำให้ครูอ้อยหันเข้าสู่การปฏิบัติธรรมและการพัฒนาจิตใจอย่างจริงจัง
เธอใช้หลักสติและการจัดการอารมณ์เป็นเครื่องมือฟื้นฟูชีวิตและสามารถปลดหนี้ได้ภายในเวลาไม่นาน จนกลายเป็นเรื่องเล่าที่ถูกยกย่อง (ซึ่งก็เป็นอีกจุดของเรื่องราวที่ยังน่ากังขาอีกเช่นกัน…..)
จากประสบการณ์ชีวิตดังกล่าว ครูอ้อยได้ถ่ายทอดแนวคิดผ่านหนังสือ “เข็มทิศชีวิต” ซึ่งเปรียบชีวิตมนุษย์เหมือนเรือที่ต้องมีเข็มทิศนำทาง เนื้อหามุ่งเน้นการรู้เท่าทันอารมณ์ การให้อภัย และการปล่อยวาง หนังสือได้รับความนิยมสูง มียอดขายนับล้านเล่ม และทำให้เธอกลายเป็นไลฟ์โค้ชระดับประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ความโด่งดังดังกล่าวก็มาพร้อมกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะประเด็นการจัดคอร์สสัมมนาที่มีค่าลงทะเบียนสูง รวมถึงการนำหลักธรรมมาผสมผสานกับการตลาดเชิงธุรกิจ เสียงสะท้อนจากสังคมบางส่วนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของแนวทางนี้ จนทำให้ภาพลักษณ์ของ “เข็มทิศชีวิต” เริ่มมีทั้งผู้ศรัทธาและผู้ตั้งข้อสงสัย
นอกจากกระแสสังคม ครูอ้อยยังเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมายหลายกรณี ทั้งคดีหมิ่นประมาทและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ แม้หลายคดีจะจบลงด้วยการยกฟ้อง แต่ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนก็เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่วงเวลาดังกล่าวจึงถือเป็นจุดถดถอยของบทบาทในสังคมไทย
ภายหลังจากกระแสดราม่า ครูอ้อยค่อย ๆ ลดบทบาทในเวทีสาธารณะของไทย และหันไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ พร้อมกับการรีแบรนด์ตัวตนครั้งใหญ่ เธอใช้ชื่อในระดับสากลว่า Dr. DDnard พร้อมปรับภาพลักษณ์จาก “ครูสายบุญ”สู่การเป็นนักธุรกิจและนักลงทุนระดับโลก
ปัจจุบัน ครูอ้อยเป็นผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Zoul ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีสุขภาพจิต แอปดังกล่าวเน้นการดูแลอารมณ์ การทำสมาธิ และคุณภาพชีวิต และได้รับการระดมทุนจากนักลงทุนต่างชาติในระดับสูง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากงานเขียนและสัมมนา สู่ธุรกิจเทคโนโลยี
อย่างไรก็ดี การกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งของครูอ้อย ยังคงมาพร้อมกับเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับทัศนคติด้านความมั่งคั่งและชนชั้น คำพูดบางประโยคที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสากล ถูกมองว่าสวนทางกับภาพลักษณ์แห่งเมตตาในอดีต จึงทำให้สังคมไทยยังคงถกเถียงต่อบทบาทและตัวตนของเธอ พร้อมกับคำถามที่ว่า เธอหายไปทำอะไรในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาที่โมนาโก และประเด็นที่เป็นปัญหาที่ประเทศไทย จะได้รับการสะสางหรือไม่
ในเชิงวิเคราะห์ ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง เป็นตัวอย่างของบุคคลสาธารณะที่มีการเปลี่ยนผ่านสูง จากนักธุรกิจ สู่ครูชีวิต และต่อยอดเป็นนักลงทุนเทคโนโลยี เส้นทางของเธอสะท้อนทั้งพลังของการเล่าเรื่องชีวิต และความเสี่ยงของธุรกิจความเชื่อบทเรียนสำคัญคือความจำเป็นของความโปร่งใสและการวิจารณญาณของผู้รับสาร ซึ่งทำให้ชื่อของครูอ้อยยังคงเป็นกรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน




