fbpx

“ค้างคาว” พาหะตามธรรมชาติที่สะเทือนโลก ต้นเหตุของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสหลายชนิด

 ‘ไวรัสนิปาห์’ (Nipah virus)

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ข่าวการแพร่ระบาดของ ‘ไวรัสนิปาห์’ (Nipah virus) ที่แพร่ระบาดหนักในเบงกอลตะวันตก ประเทศ อินเดีย จนถึงขั้นสั่งล็อกดาวน์กลุ่มเสี่ยง-กักตัวนับร้อยคน หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวน 5 คนนั้น สร้างความวิตกกังวลให้กับคนไทยไม่น้อย เพราะฝันร้ายจากการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่อย่างโควิ-19 ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลกเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานแถมยังทิ้งร่องรอยบาดแผลในใจผู้คนและส่งผลกระทบไปรอบด้าน

โดยข้อมูลที่ GM Live ทราบจากรายงานข่าว ซึ่งพบว่าการแพร่ระบาดของ ‘ไวรัสนิปาห์’ ครั้งนี้เป็นการกลับมาอุบัติขึ้นใหม่ครั้งแรกในรอบ 19 ปี และสถิติยังบ่งชี้ว่าร้ายแรงกว่าโควิด-19 โอกาสเสียชีวิตสูง เพราะอันตรายถึงขั้นสมองอักเสบ-โคม่า แถมยังไร้วัคซีนในการรักษาอีกด้วย แบบนี้จะไม่ผวากันได้อย่างไร ที่สำคัญเชื่อไวรัสขนิดนี้

มีที่มาจาก “ค้างคาว” พาหะตามธรรมชาติที่สะเทือนโลกต้นเหตุของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสหลายชนิด

ที่จริงถ้าติดตามข่าวการแพร่ระบาดของโรคหลายชนิดที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้จะพบว่า “ค้างคาว” สัตว์ตัวจิ๋วที่ชอบออกหากินในช่วงเวลากลางคืนและชอบหมกตัวอยู่ในถ้ำมืดๆ นี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหลายชนิด โดยเฉพาะไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบาดใหญ่ (zoonotic viruses) หรือโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน

และเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า ทำไมค้างคาวจึงเป็น “แหล่งกักเก็บ” (reservoir) ของไวรัสจำนวนมาก? นั้นเพราะ ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงกลุ่มเดียวที่บินได้ จึงทำให้เกิดการกระจายตัวไปทั่วโลก และยังอาศัยรวมกันเป็นฝูงใหญ่ ซึ่งยิ่งช่วยให้ไวรัสแพร่กระจายในกลุ่มได้ง่ายอีกด้วย

ซึ่งหนึ่งในความพิเศษเฉพาะตัวของค้างคาว คือการมีระบบภูมิคุ้มกันลักษณะพิเศษ เช่น การตอบสนองแบบอักเสบต่ำ (dampened inflammation) ทำให้ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนได้สูงโดยไม่ฆ่าเจ้าบ้าน ทำให้ค้างคาวกลายเป็น “โรงงานผลิตไวรัส” ที่ปลอดภัยสำหรับตัวมันเอง แต่เมื่อไวรัสหลุดออกมา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น แน่นอนว่ารวมถึงมนุษย์เราด้วยจะมีอาการป่วยรุนแรงมาก

มาลองทบทวนกันว่าการแพร่ระบาดของไวรัสที่สะเทือนโลก โดยมีจุดเริ่มต้นจากค้างคาวนั้นมีเชื้ออะไรบ้าง

โรคซาร์ส (SARS-CoV)  : ในช่วงปี พ.ศ.2545-2546 หรือปี ค.ศ 2002-2003  เกิดจากค้างคาวม้า (horseshoe bats)

MERS-CoV  : .ในช่วงปีพ.ศ.2555 หรือปี ค.ศ. 2012  เกิดจากค้างคาวแล้วผ่านอูฐสู่คน

COVID-19 (SARS-CoV-2) :  ในช่วงปี พ.ศ. 2562 หรือ ปี ค.ศ 2019 พบเว่าชื้อมีความใกล้เคียงสูงกับไวรัสในค้างคาวม้า (ราว 96%)

ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) : ระบาดครั้งแรก ในช่วงปี พ.ศ.2541-2542 หรือปี ค.ศ 1998-1999 พบการระบาดในประเทศมาเลเซียและประเทศบังกลาเทศ  และการระบาดล่าสุดในปี พ.ศ 2569 หรือปี ค.ศ. 2026 ในประเทศอินเดียป่วย โดยเกิดจากค้างคาวกินผลไม้หรือค้างคาวแม่ไก่

รวมทั้งEbola & Marburg  (ฟิโลไวรัส -Filoviruses)  ,ไวรัสพิษสุนัขบ้า (Rabies) และไวรัสตระกูลเฮนิพาไวรัส (Henipaviruses) อื่นๆ  เช่น Nipah และ Hendra นับได้ว่าค้างคาวเป็นแหล่งของ coronavirus หลากหลายที่สุดในธรรมชาติ โดยคาดว่ายังมีไวรัสอีกนับหมื่นชนิดในค้างคาวที่ยังไม่ถูกค้นพบ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้ว่าค้างคาวจะเป็นแหล่งรวมไวรัสอันตรายที่สุดในธรรมชาติ โดยไม่ได้ “ตั้งใจ” ก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่าเจ้าสัตว์บินได้ที่เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทนี้มีประโยชน์มากกว่าอันตราย เพราะการศึกษาค้างคาวยังช่วยพัฒนายาและวัคซีนต่อโรคระบาดในอนาคต สำหรับในส่วนที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่คือ พฤติกรรมของมนุษย์เราเองต่างหาก

สำหรับประเทศไทยเองก็ตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือกับไวรัสนิปาห์ มีหน่วยงานและระบบเฝ้าระวัง คัดกรองผู้ที่เดินทางมาจะประเทศอินเดีย แต่นั้นก็เฉพาะรองรับผู้ที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย  GM Live ยากสะกิดสักนิด อย่างลืม!!กลุ่มที่ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ตามช่องทางธรรมชาติต่างๆ  โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน และกลุ่มโรฮิงญาที่ใกล้ชิดกับประเทศอินเดีย

ที่มา : อินเตอร์เน็ต

ภาพ : Pixabay  / wikipedia

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ