‘CP เปิดเวที CP Exponential Surge เปลี่ยนไอเดียสู่การเปลี่ยนแปลง’

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าเปิดเวทีจุดประกายพลังความคิดเชิงนวัตกรรมให้พนักงานในเครือจากทั่วโลก ผ่านโครงการ CP Exponential Surge ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์และพัฒนาไอเดียทางธุรกิจให้สอดคล้องกับโจทย์ยุทธศาสตร์ของกลุ่มธุรกิจ มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตแบบก้าวกระโดดในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยนำค่านิยมหลักของเครือซีพี ได้แก่ การยอมรับการเปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ตลอดจนการทำงานอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสังคมในอนาคต โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากพนักงานในกลุ่มธุรกิจเครือซีพีทั่วโลก ส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจในเครือ อาทิ ซีพีเอฟ ซีพีออลล์ ซีพีแอ็กซ์ตร้า ทรู กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกจนเหลือเพียง 8 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จังหวัดนครราชสีมา

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมรับฟังการนำเสนอแนวคิดเชิงนวัตกรรม พร้อมให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะเชิงลึกแก่ผู้เข้าแข่งขัน โดยคณะกรรมการได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการต่อยอดโครงการสู่การปฏิบัติได้จริงในภาคธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาและจุดอ่อนของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะเลิศ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ Exponential Surge Champion แก่ ทีม Collatech-P โครงการสกัดโปรตีนคอลลาเจนเปปไทด์จากกระดูกหมู จากซีพีเอฟ ขณะที่ รางวัลอันดับสอง Exponential Growth Innovator จำนวน 3 รางวัล มอบให้แก่ ทีมโครงการนวัตกรรมชุดทดสอบอัจฉริยะสำหรับตรวจการปนเปื้อนไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในน้ำนมดิบ จาก CP Meiji ทีม Natural Bio Guard นวัตกรรมถนอมความสดเพื่ออาหารปลอดภัย จากซีพีเอฟ และทีมโครงการโรงเรือนเลี้ยงกุ้งขนาดเล็ก ระบบจุลินทรีย์บำบัดน้ำไบโอฟลอค จากซีพีเอฟ ส่วน รางวัลอันดับสาม Pioneering Progress Award จำนวน 4 รางวัล มอบให้แก่ ทีม CP Axtra Neighborhood Data Franchise จากซีพี แอ็กซ์ตร้า ทีม iDooMoo ระบบเอไออัจฉริยะเพื่อการเฝ้าระวังและลดความสูญเสียอย่างแม่นยำในฟาร์มสุกรขุน จากซีพีเอฟ ทีม Smart and Sustainable Packaging Solutions ธุรกิจผลิตและให้บริการบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะแบบครบวงจร จาก CPPC และทีมโครงการระบบสั่งซื้ออัจฉริยะ ปฏิวัติการบริหารสินค้าด้วยเอไอ จากซีพีเอฟ

นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นและพลังความคิดสร้างสรรค์ของทุกทีมงานที่ร่วมกันพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ท้าทาย และการมองโอกาสในระดับโลก เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรสู่การเป็นผู้นำในเวทีสากล ซึ่งการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตจำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบความคิดเดิม ๆ และไม่จำกัดมุมมองอยู่เพียงตลาดภายในประเทศ ควรมองเป้าหมายตลาดโลกเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจ พร้อมเสนอแนวคิดการใช้มาตรฐานขององค์กรชั้นนำระดับโลกมาเป็นคู่เทียบ เพื่อประเมินศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

นายสุภกิต กล่าวเสริมอีกว่า ในด้านกลยุทธ์ธุรกิจ ให้ขยายมุมมองการสรรหาวัตถุดิบจากแหล่งใหญ่ของโลก ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการคุณภาพของเรา อีกทั้งท่านประธานกรรมการได้เน้นย้ำถึงการใช้พลังของเครือเจริญโภคภัณฑ์และระบบนิเวศธุรกิจของเรา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้เฉพาะและทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาว พร้อมชี้ให้เห็นถึงบทบาทของนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ในฐานะโอกาสสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ประธานกรรมการกล่าวทิ้งท้ายว่า “ความสำเร็จในอนาคตจะเกิดจากการมีวิสัยทัศน์ระดับโลก การผสานพลังของคน เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก”

ด้าน ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า โครงการ CP Exponential Surge เป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการขับเคลื่อนนวัตกรรมขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยพนักงานจากหลากหลายหน่วยงานได้นำค่านิยมหลักของซีพีมาปรับใช้ในการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงในเชิงนโยบาย แต่เป็นการลงมือปฏิบัติร่วมกัน โดยเฉพาะค่านิยม ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดค้นสิ่งใหม่และการสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โครงการดังกล่าวจึงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และพัฒนาไอเดียทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการปลูกฝังวัฒนธรรมนวัตกรรมให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร ไม่จำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานด้านวิจัยหรือเทคโนโลยี แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพนักงานทุกคน ขณะเดียวกัน แนวคิดและโครงการที่ต่อยอดจาก CP Exponential Surge ยังมุ่งสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อองค์กร ประเทศชาติ ประชาชน และภาคธุรกิจ ภายใต้หลักความซื่อสัตย์และกตัญญู ซึ่งเป็นรากฐานของเครือซีพี เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การดำเนินธุรกิจในศตวรรษที่ 2 ด้วยการเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง สืบทอดมรดกทางธุรกิจและผลักดันซีพีสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริงในระยะยาว
“การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของพนักงานทุกคน” ดร.อาชว์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนางสาวชลิตา กลัดนิ่ม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา แปรรูปสุกร ไข่ และเบเกอรี่ ซีพีเอฟ ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ กล่าวว่า มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการนี้ประสบความสำเร็จ สะท้อนให้เห็นถึงการนำวัตถุดิบที่มีอยู่มาสร้างคุณค่าและใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า เพื่อส่งมอบประโยชน์ให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้คือการใช้นวัตกรรมไบโอเทค เพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์จากกระดูกสัตว์ ให้ได้โปรตีนที่มีประโยชน์ ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพและความงาม ช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น และการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมของไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

“โครงการนี้เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพพนักงาน เปิดโอกาสให้ได้เสริมสร้างแนวคิด ทักษะ และองค์ความรู้ผ่านกระบวนการแข่งขันและการนำเสนอผลงาน ซึ่งตอกย้ำว่าทรัพยากรบุคคลคือหัวใจสำคัญขององค์กร และการลงทุนในการเรียนรู้จะช่วยต่อยอดความรู้และขีดความสามารถของบุคลากรอย่างยั่งยืน” นางสาวชลิตา กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้ ผลงานทุกโครงการที่ได้รับรางวัล จะได้นำแนวคิดหรือแผนงานที่นำเสนอไปต่อยอดและทดลองดำเนินการจริง เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจภายในระยะเวลา 6 เดือน – 1 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจในเครือ ควบคู่กับกระบวนการติดตามและให้คำปรึกษาอย่างเข้มข้นจากสถาบันผู้นำฯ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม





