fbpx

ป้องกันด่วน !! ก่อนหลับแล้วไม่ตื่น “โรคใหลตาย” ภัยเงียบทางพันธุกรรม

ส่องสัญญาณเตือนใจสั่น-เจ็บหน้าอก

อย่าคิดว่าการที่นอนหลับไปแล้วไม่ตื่นเป็นการจากลาที่สบาย เพราะจริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่คนที่ดูแข็งแรงหรือออกกำลังกายทุกวัน  GM Liveเลยถือโอกาสชวนไปส่องสัญญาณเตือนใจสั่น-เจ็บหน้าอก ป้องกันด่วน !! ก่อนหลับแล้วไม่ตื่น “โรคใหลตาย” ภัยเงียบทางพันธุกรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนที่ดูแข็งแรงและใช้ชีวิตปกติ กลับลาจากไปอย่างกะทันหันด้วยการนอนหลับไปเฉย ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วภาวะดังกล่าวอาจเกิดจาก “โรคใหลตาย” ภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ และคร่าชีวิตผู้คนในขณะหลับโดยแทบไม่แสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้คนส่วนใหญ่พลาดโอกาสในการป้องกัน เพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองคือกลุ่มเสี่ยง

และเพื่อคลายความกังวลต่อโรคภัยร้ายนี้  GM Live  มีบทความดีๆ ซึ่งน่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากแพทย์หญิงฐานิกา วุทธชูศิลป์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต ที่จะพาไปทำความรู้จักกับโรคใหลตายให้ดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยคำแนะนำวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ง่ายและทำได้จริง

รู้จัก “โรคใหลตาย” ภัยเงียบทางพันธุกรรม

โรคใหลตาย (Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome: SUNDS) เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง จนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายและสมองได้ทันท่วงที ทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิต โดยโรคนี้มักเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ เพราะเป็นช่วงเวลาที่หัวใจเต้นช้าลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้การนำเกลือแร่และโซเดียมในเซลล์หัวใจทำงานผิดปกติ จึงไปกระตุ้นให้หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นไปในที่สุด

เช็กลิสต์กลุ่มเสี่ยงโรคใหลตาย-แพทย์ชี้ “พักผ่อนไม่พอ” ต้องระวัง

โรคใหลตายมักเกิดในผู้ที่มีพันธุกรรมผิดปกติที่กระทบการเต้นของหัวใจ และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะในช่วงวัยทำงานอายุ 20-50 ปี รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตจากความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่อายุน้อย  โดยพฤติกรรมบางอย่างก็อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นได้ เช่น การทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ มีไข้สูง ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ขาดวิตามินบี 1 อย่างรุนแรง รวมถึงการกินอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตปริมาณมาก เช่น ข้าวเหนียว ขนมปัง โดยไม่กินผักและผลไม้ ทำให้ร่างกายขาดโพแทสเซียมซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการควบคุมจังหวะหัวใจ อีกทั้งยังเกี่ยวกับการใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาต้านเศร้า หรือยาสำหรับรักษาโรคหัวใจบางตัวก็อาจเป็นตัวกระตุ้นได้เช่นกัน

ใจสั่น-เป็นลม หน้ามืด-นอนแล้วหายใจเฮือก สัญญาณ “โรคใหลตาย” ที่ห้ามละเลย

ความน่ากลัวของโรคใหลตายคือมักไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่ในบางรายอาจมีสัญญาณเตือนที่อาจมองข้ามไป เช่น ใจสั่นผิดปกติ เป็นลม หน้ามืด เวียนศีรษะหลังออกกำลังกาย หรือนอนหลับแล้วหายใจเฮือกคล้ายขาดอากาศ ซึ่งถ้าสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ยังป้องกันได้ โโยควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนจะสายเกินไป

พบคนหมดสติ-ปลุกไม่ตื่น เสี่ยงใหลตาย ต้องช่วยเหลือทันที

หากคนใกล้ตัวเกิดอาการวูบ หมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือนอนหลับแล้วปลุกไม่ตื่น อาจเป็นอาการของภาวะหัวใจหยุดเต้นที่นำไปสู่การใหลตาย ให้รีบช่วยเหลือโดยด่วน โดยโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที ระหว่างรอรถพยาบาลให้จัดผู้ป่วยนอนราบและเช็กการหายใจ หากพบว่าหยุดหายใจต้องรีบทำ CPR ด้วยการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องในจังหวะ 100 ครั้งต่อนาที จนกว่าบุคลากรทางการแพทย์จะมาถึง หรือผู้ป่วยได้สติขึ้นมา

ป้องกัน “โรคใหลตาย” เริ่มต้นที่การตรวจคัดกรอง

โรคใหลตายแม้จะเกิดขึ้นเฉียบพลันแต่ก็สามารถตรวจพบล่วงหน้าได้ โดยคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคใหลตาย แนะนำให้เข้ามาตรวจหัวใจ ซึ่งวิธีตรวจมีหลายแบบ อาทิ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้า การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) เพื่อดูการทำงานของหัวใจขณะออกแรง และการอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อเช็กโครงสร้างหัวใจอย่างละเอียด หากพบว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอาจต้องฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD) เพื่อปรับจังหวะการเต้นหัวใจเมื่อมีการเต้นผิดปกติ

แม้ว่าโรคนี้อาจสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน แต่ก็ป้องกันได้ด้วยการหันมาดูแลตัวเอง หมั่นตรวจเช็กสุขภาพร่างกายและหัวใจเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และให้ความสำคัญกับอาหารการกิน เน้นทานผักและผลไม้ควบคู่ไปกับมื้อแป้ง เพื่อช่วยรักษาสมดุลเกลือแร่ที่มีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงไปได้มาก เข้านอนได้อย่างสบายใจทุกคืน ที่มา : ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต โทร. 02-079-0042

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ