’21 ตุลาคม เตรียมรับชม 3 ปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์’

คืนวันนี้ เตรียมพบกับ 3 ปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ ที่จะเกิดขึ้นในตลอดทั้งคืน อันเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก ดังต่อไปนี้
ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ 2568 จะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 21 ตุลาคมต่อเนื่องไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 22 ตุลาคม 2568 โดยมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง
รายละเอียดที่สำคัญ
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชม: สามารถเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 22:30 น. ของคืนวันที่ 21 ตุลาคมเป็นต้นไป จนถึงช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 22 ตุลาคม
- ตำแหน่งที่สังเกต: จุดศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก (Radiant) จะอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวนายพราน (Orion) ทางทิศตะวันออก จากนั้นจะค่อยๆ สูงขึ้นไปกลางท้องฟ้า และสามารถมองเห็นได้ทั่วท้องฟ้า
- ที่มาของฝนดาวตก: ฝนดาวตกโอไรออนิดส์เป็นเศษซากที่ทิ้งไว้ของดาวหางฮัลเลย์ (Halley’s Comet) ซึ่งโคจรเข้ามาใกล้โลกเป็นครั้งสุดท้ายในปี 1986
- สภาพการมองเห็น: ในปี 2568 นี้ ช่วงที่เกิดฝนดาวตกสูงสุดจะตรงกับช่วงที่ดวงจันทร์ขึ้นช้า ทำให้ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงจันทร์รบกวน เป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับการสังเกตการณ์ในที่มืด
- อัตราการตก: เฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง แม้จะไม่ได้มีปริมาณมาก แต่ดาวตกจากฝนดาวตกชุดนี้จะมีความสว่างและเคลื่อนที่เร็ว
คำแนะนำในการชม
- หาสถานที่มืดสนิท: ควรเดินทางออกจากตัวเมืองหรือพื้นที่ที่มีแสงไฟรบกวน เพื่อให้เห็นดาวตกได้ชัดเจน
- เตรียมอุปกรณ์: ไม่จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์หรือกล้องส่องทางไกล สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้
- เผื่อเวลาให้ดวงตาปรับสภาพ: ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีเพื่อให้ดวงตาคุ้นชินกับความมืด
- มองให้ทั่วท้องฟ้า: แม้จุดกำเนิดจะมาจากกลุ่มดาวนายพราน แต่ดาวตกสามารถปรากฏขึ้นได้ทุกทิศทุกทาง
- เตรียมเก้าอี้เอนนอนหรือเสื่อ: นอนดูในท่าที่สบายจะช่วยให้มองเห็นได้กว้างและไม่เมื่อยล้า
ดาวหางเลมอน (Comet Lemmon) ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในปัจจุบันคือดาวหาง C/2025 A6 (Lemmon) เป็นดาวหางที่ถูกค้นพบใหม่และมีกำหนดเข้าใกล้โลกในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568
การค้นพบ
- ดาวหาง C/2025 A6 (Lemmon) ค้นพบเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 โดยโครงการสำรวจภูเขาเลมอน (Mount Lemmon Survey) ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา
- ชื่อ “เลมอน” มาจากสถานที่ค้นพบ คือหอดูดาวเมาท์เลมอน (Mount Lemmon Observatory)
การปรากฏตัวในปี 2568
- เข้าใกล้โลกที่สุด: ดาวหางจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 โดยอยู่ห่างประมาณ 90 ล้านกิโลเมตร
- เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด: หลังจากนั้นจะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568
- การมองเห็น: คาดว่าดาวหางอาจมีความสว่างมากพอที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในพื้นที่ที่ไม่มีแสงรบกวน โดยช่วงที่ดีที่สุดในการสังเกตการณ์คือช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยจะปรากฏบนท้องฟ้าทางทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ
- รอบการโคจร: ดาวหางดวงนี้มีคาบการโคจรยาวนานมาก คาดว่าจะกลับมาอีกครั้งในอีกกว่า 1,000 ปี
ความสับสนที่อาจเกิดขึ้น
ในอดีตเคยมีดาวหางอีกดวงที่มีชื่อคล้ายกันคือ ดาวหาง C/2012 F6 (Lemmon) ซึ่งเป็นคนละดวงกับที่กำลังจะมาในปี 2568 ทำให้หลายคนอาจเกิดความสับสนได้
คุณสามารถชมทางช้างเผือกได้ในเดือนตุลาคม 2568 โดยจะมองเห็นได้ชัดเจนในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมทางช้างเผือกคือช่วงเดือนมืดที่ไม่มีแสงจันทร์
เวลาและทิศทางในการชม
- ช่วงเวลา: ในเดือนตุลาคม ทางช้างเผือกจะขึ้นเร็วขึ้น ทำให้สามารถเริ่มมองเห็นได้ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมืด โดยจะโคจรคล้อยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
- ช่วงดึก: หากรอดูจนถึงช่วงดึกขึ้น ทางช้างเผือกจะยิ่งคล้อยลงสู่ขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้มากขึ้นเรื่อยๆ
- ช่วงปลายฤดูกาล: เดือนตุลาคมเป็นช่วงปลายฤดูกาลของทางช้างเผือกที่มองเห็นได้จากซีกโลกเหนือ ดังนั้นคุณจะมีเวลาชมเพียงช่วงสั้นๆ หลังพระอาทิตย์ตกดิน
คำแนะนำในการชม
- เลือกช่วงเดือนมืด: ตรวจสอบปฏิทินข้างขึ้นข้างแรม เพื่อเลือกช่วงเวลาที่ไม่มีแสงจันทร์รบกวน เช่น คืนเดือนดับ (วันที่ 21 ตุลาคม 2568)
- หาสถานที่ที่เหมาะสม: ควรไปในพื้นที่ที่มืดสนิทและห่างไกลจากตัวเมืองหรือมลพิษทางแสง เช่น อุทยานแห่งชาติหรือยอดเขา
- ตรวจสอบสภาพอากาศ: ตรวจสอบพยากรณ์อากาศเพื่อให้แน่ใจว่าท้องฟ้าจะเปิดโล่ง ไม่มีเมฆบดบัง
- ใช้แอปพลิเคชันดูดาว: เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของทางช้างเผือกได้อย่างแม่นยำ





