fbpx

แรงงานไทยพร้อมหรือไม่ที่จะใช้ AIสร้างแรงงานแห่งอนาคตที่ยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล

ปฎิเสธไม่ได้ว่าในโลกปัจจุบันสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นพร้อมขนานนามสิ่งนี้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เรียกกันว่าAI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญแห่งยุคสมัยที่ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้ามารองรับความสะดวกสบาย รวดเร็วในชีวิตความเป็นอยู่ของมนุยชาติที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นทุกสิ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้

ในขณะที่ประเทศไทยเองก็กำลังเร่งเดินหน้าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบเช่นกัน แต่คำถามสำคัญของรากฐานและเป้าหมายในการขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย คือ แรงงานไทยพร้อมหรือไม่ที่จะใช้ AI สร้างแรงงานแห่งอนาคตที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ในฐานะเครื่องมือแทนที่ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพของมนุษย์?

และจากประเด็นนี้เอง GM Live มีบทความที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของงานสัมมนา “Bridging Academia and Industry with AI Innovation”  โดย SkillUp แพลตฟอร์มระดับโลก ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Deloitteเพื่อจะช่วยพัฒนาทักษะในการรองรับความต้องของตลาดงานและเชื่อมโยงสู่เส้นทางอาชีพ ร่วมถึงแนวทางในการลดช่องว่างทักษะและเตรียมความพร้อมสำหรับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ทั้งนี้จากข้อมูลของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่าร้อยละ 74.1 ของคนไทยยังมีทักษะดิจิทัลที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะที่ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่า ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรด้าน AI มากกว่า 80,000 คน ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรม และอาจบั่นทอนเป้าหมายในการก้าวเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 ภายใต้วิสัยทัศน์ Thailand 4.0

AI คือทักษะใหม่ ไม่ใช่การแทนที่การเรียนรู้

ในเวทีเสวนาที่มีผู้แทนจาก Deloitte, IBM, สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI), สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ต่างเห็นพ้องกันว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกอุตสาหกรรม แต่โอกาสที่แท้จริงอยู่ที่การรู้จักใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิผล

เกร็ก วัตคินส์ (Greg Watkins) ผู้อำนวยการบริหาร สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า “ประสิทธิผลของ AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถามที่คุณถาม เหมือนกับการใช้โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมือใด ๆ เราไม่สามารถใช้ AI แทนที่การเรียนรู้ได้ สิ่งที่ต้องพัฒนาในตอนนี้ คือการเชื่อมโยงสิ่งที่นักเรียนเรียนในโรงเรียนเข้ากับการใช้ AI เป็นเครื่องมือในทุกการประยุกต์ใช้และทุกอุตสาหกรรม เพื่อให้คนทำงานสามารถเข้าทำงานและสร้างผลงานได้ทันที”

ในขณะที่ Yean Feng Yue หัวหน้าฝ่าย Corporate Social Responsibility ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ IBM เน้นว่า “ไม่ควรฝากการเรียนรู้ไว้กับ AI อนาคตเป็นของผู้ที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและ AI ได้ ในขณะที่ AI ทำงานบางส่วน มนุษย์ต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยกระดับตนเองไปสู่บทบาทที่มีคุณค่ามากขึ้น รวมถึงการสร้างทักษะใหม่ ๆ เช่น ด้านจริยธรรมของ AI เนื่องจาก AI อาจสร้างข้อมูลที่ผิดหรือข่าวปลอม ทำให้บทบาทใหม่ ๆ เช่น นักจริยธรรม AI และผู้กำหนดนโยบาย AI มีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต”

อนาคตการจ้างงาน เน้นทักษะเป็นหลัก

ด้าน ดร.นเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร Clients & Industries ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและการพัฒนาสายอาชีพว่า “อนาคตการจ้างงานจะเน้นที่ทักษะ เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ว่าคุณทำงานวิชาชีพด้านบัญชีหรือวิศวกรรมได้ แต่คุณต้องมีทักษะอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อสามารถโยกย้ายสายงานได้ ทักษะด้าน Soft Skills เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ ความยืดหยุ่น และความใฝ่รู้ จึงมีความสำคัญมาก”

ทั้งนี้ นาย ภิริยพงศ์ แจ้งเจนเวศน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ซึ่งทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมเพื่อระบุทักษะที่จำเป็นในแต่ละสาขาอาชีพ กล่าวว่า “ทักษะสำคัญในระยะต่อไป คือ ทักษะความพร้อมในการทำงาน หลายองค์กรเริ่มฝึกทักษะเชิงวิชาชีพและทักษะทางเทคนิคภายในงาน แต่สิ่งที่สถาบันการศึกษาควรเน้น คือ Soft Skills และความพร้อมสู่โลกการทำงาน เช่น ความใฝ่รู้และความมุ่งมั่นในการทำงาน”

มุ่งสู่แรงงานที่ยั่งยืนและทั่วถึง

สิ่งสำคัญที่คืวรเน้นย้ำอย่างยิ่ง คือ ความจำเป็นในการสร้างแรงงานที่ไม่เพียงมีทักษะดิจิทัล แต่ยังต้องมีความทั่วถึงและสอดคล้องกับเป้าหมายทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ  ซึ่งนางกุสุมา นวพรรณพิมล ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า  “ความสำคัญของทักษะดิจิทัลไม่อาจมองข้ามได้ เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างสิ้นเชิง ทักษะเหล่านี้ไม่ใช่แค่สิ่งสำคัญ แต่เป็นสิ่งจำเป็น กระทรวงมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบการศึกษาที่ช่วยให้คนไทยมีความรู้ ความยืดหยุ่น และพร้อมใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง พันธมิตรอย่าง SkillUp และ TPQI มีบทบาทสำคัญในการผนึกความร่วมมือจากภาคการศึกษา อุตสาหกรรม และรัฐบาล”

การบูรณาการทักษะดิจิทัลและ AI เข้ากับระบบการศึกษา ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา คือ กุญแจสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ของประเทศไทยไม่เพียงพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้

โดยในประเด็นนี้นางนิสากร ทรงมณี Talent Leader และ Audit and Assurance Partner ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดแรงงานเคลื่อนไหวเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน คำถามคือจะเตรียมแรงงานไทยอย่างไรให้พร้อม ไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่พร้อมสร้างอาชีพที่แตกต่าง และนี่คือเหตุผลที่ได้พัฒนา SkillUp ซึ่งไม่ใช่เพียงพอร์ทัลการเรียนรู้ แต่เป็นระบบนิเวศที่เปิดโอกาสมากมาย ซึ่งปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตนักศึกษาไทยแล้วกว่า 220,000 คน และจำนวนนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน”

และแน่นอนว่า AI มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกอุตสาหกรรมก็จริง แต่สำคัญที่สุดอยู่ที่มนุษย์เราต่างหากที่จะต้องเรียนรู้และมีทักษะอย่างเข้าใจในการรู้จักใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิผล ท้ายสุดแล้วมนุษย์ต้องเป็นนายAI ไม่ใช่ตกเป็นทาส AI

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ