fbpx

สิงโตเจ้าป่าจากนักล่าสู่สถานะสัตว์เลี้ยง

กฎและการขออนุญาต

“ความกล้าหาญของสิงโตนั้นถูกหล่อหลอมมาจากการเผชิญความยากลำบาก และเสียงคำรามของมันคือเพลงสรรเสริญชัยชนะเหนือความท้าทาย”

“The lion’s courage is forged in the crucible of adversity, and its roar is the anthem of triumph over challenges.”

– ราชิดา โรว์ (Rashida Rowe) –

Angela จาก Pixabay

สิงโต  (Panthera leo) สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งป่า นักล่าทีดุร้ายน่าเกรงข้าม ซึ่งรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ทั้งยังมีความผูกพันกับวัฒนธรรมของมนุษย์ ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและสง่างาม รวมทั้งถูกนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและอำนาจ ในหลายวัฒนธรรม โดยมักปรากฎในงานศิลปะ ประติมากรรม รวมถึงวรรณกรรมร่วมสมัยและภาพยนตร์  โดยเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ในวงศ์ Felidae จัดเป็นหนึ่งใน “แมวใหญ่” (big cats) 

ลักษณะเด่นของสิงโต คือตัวผู้ มีแผงคอ (mane) ที่หนาในบางสายพันธุ์ เช่น สิงโตแอฟริกา ซึ่งช่วยแสดงถึงความสมบูรณ์และอำนาจ ส่วนตัวเมีย ไม่มีแผงคอและมีบทบาทสำคัญในการล่าเหยื่อ ส่วนลักษณะทั่วไปตัวผู้หนักประมาณ 120-250 กก. ตัวเมียหนัก 110-182 กก. ความยาวลำตัว (รวมหาง) ประมาณ 2.4-3.3 เมตร

Nealsmithphotos จาก pixabay

โดยสิงโตได้ชื่อว่าเป็นสัตว์สังคม อาศัยอยู่เป็นฝูง (pride)  ซึ่งฝูงหนึ่งมี มีสมาชิกประมาณ 10-20 ตัว  ประกอบด้วยตัวผู้หนึ่งหรือสองตัว ที่เหลือจะเป็นตัวเมีย ลูกสิงโต  ทั้งนี้ตัวเมียจะตั้งท้องนานประมาณ 110 วัน และออกลูกครั้งละ 1- 4 ตัว  ลูกสิงโตจะเริ่มออกล่าด้วยตัวเองเมื่ออายุราว 2 ปี

 ทั้งนี้สิงโตจัดอยู่ในบัญชี IUCN Red List ว่าเป็น “สัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” (Vulnerable) เนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่จากการรุกล้ำของมนุษย์ทำให้ที่อยู่อาศัยของสิงโตลดลง และการถูกล่ามนุษย์

แต่ถึงแม้ว่า สิงโต ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งป่า นักล่าที่ดุร้าย ในขณะเดียวกันเจ้าป่าที่ว่าก็กลายสถานะสู่ความเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ด้วยเช่นกัน เพราะสิงโตถูกทำมาเลี้ยงโดยมนุษย์ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน และเป็นสัตว์สายพันธุ์สำคัญที่ได้รับการร้องขอให้จัดแสดงในสวนสัตว์ทั่วโลกตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18  อีกทั้งยังมีการแสดงภาพสิงโตอย่างเด่นชัดในวัฒนธรรมสมัยอียิปต์โบราณสืบมาถึงวัฒนธรรมโบราณและยุคกลาง

Nealsmithphotos จาก pixabay

สำหรับประเทศไทยสิงโตได้เปลี่ยนสถานะจากสัตว์ป่าสู่สัตว์เลี้ยงที่บุคคลทั่วไปสามารถครอบครองได้ตามกฎหมาย ซึ่งการครอบครองสิงโตนี้ได้เปิดทางขึ้นในปี พ.ศ. 2565 แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเลี้ยงได้ ต้องได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอย่างเคร่งครัด เช่น การแจ้งครอบครอง ต้องมีการจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  ต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น CITES เพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่เลี้ยงได้มาตรฐานและปลอดภัย มีกรงที่มั่นคงแข็งแรง และการดูแลสวัสดิภาพสัตว์อย่างเหมาะสม ซึ่งสิงโตจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ป่าควบคุมประเภท ก ที่มีนิสัยดุร้ายและอันตรายต่อมนุษย์ ผู้เลี้ยงต้องระวังไม่ให้นำสิงโตออกไปเดินเล่นนอกบ้านเพราะอาจก่ออันตรายได้  โดยกฎหมายยังคงเน้นความปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์ รวมถึงบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่แจ้งการครอบครองซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

และหลังมีการประกาศระเบียบใหม่ ได้มีการจดทะเบียนสิงโตไว้หลายร้อยตัว รวมทั้งมีฟาร์มสิงโตหลายแห่งในประเทศไทยที่เพาะพันธุ์เพื่อเป็นสัตว์สวนสัตว์หรือ Exotic pet สำหรับผู้ที่มีความพร้อมด้านสถานที่และการดูแล

PublicDomainPictures จาก Pixabay

ในส่วนของเอกสารและขั้นตอนขออนุญาตครอบครองสิงโตนั้นต้องจัดเตรียมเอกสารดังนี้

  • เอกสารหลักฐานการได้มาของสิงโต เช่น ใบนำเข้า ใบกำกับการจำหน่าย หรือใบเสร็จจากร้านค้าที่ซื้อ เพื่อยืนยันการได้มาอย่างถูกกฎหมาย ไม่สามารถใช้บันทึกแจงรายละเอียดแทนได้
  • แบบแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม ซึ่งต้องกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่

ด้านขั้นตอนการขออนุญาตหลักๆ ก็คือ

wikimedia.org โดย วิชิต กองคำ

1. มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเลี้ยง โดยพื้นที่ต้องมีขนาดอย่างน้อย  4×4 เมตร เพื่อความปลอดภัยและลดความเครียดให้สัตว์

2. ซื้อสิงโตจากฟาร์มหรือแหล่งที่มีใบอนุญาตถูกต้อง โดยมักจะนำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก ประมาณ 1-2 เดือน เพื่อฝังไมโครชิพและทำบันทึกประวัติ

3. แจ้งและยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่มีกฎหมายบังคับใช้หรือวันที่ได้รับสัตว์มา

4. รอการตรวจสอบและอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ โดยต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เช่น การจัดสถานที่เลี้ยงที่ปลอดภัย มีป้ายเตือนชัดเจน

ที่สำคัญผู้เลี้ยงต้องมีมาตรการด้านสวัสดิภาพสัตว์ เช่น อาหาร การรักษาพยาบาล พื้นที่อันเหมาะสม การจัดการมูลและสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป็นระยะ ซึ่งหากการออกใบอนุญาตครอบครอง มีอายุจำกัด ต้องต่ออายุเป็นระยะ

ข้อมูล : Google /Thai PBS

ภาพ :  wikimedia.org   โดย วิชิต กองคำ 

           https://pixabay.com/ โดย Nealsmithphoto  / PublicDomainPictures /Angela /

            Barbara Fraatz

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ