‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์: จากขุนพลดุสิตธานี สู่ว่าที รมว. พาณิชย์รัฐบาลอนุทิน’

ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกุล ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ภายใต้เงื่อนไขเวลาสี่เดือน ก่อนการยุบสภาตามสัญญาใน MOA กับพรรคประชาชน นี่จึงเป็นจังหวะสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทีมรัฐบาล ‘อนุทิน 1’ จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า พวกเขามีความสามารถ และพร้อมที่จะรับเลือกตั้งหลังการยุบสภา เพื่อสานต่องานและนโยบายต่างๆ ที่ได้วางเอาไว้

ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า ศุภจี สุธรรมพันธุ์ อดีตขุนพลแห่งเครือดุสิตธานี ได้รับ “ทาบทาม” ให้ก้าวเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อนุทิน ชาญวีรกูล ในโควตารัฐมนตรีคนนอก ซึ่งเธอตอบรับ และนับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนบทบาทครั้งสำคัญในชีวิตการทำงานอีกครั้งของศุภจี

โดยในโผคณะรัฐมนตรีชุด ‘อนุทิน 1′ มีการใช้รัฐมนตรีคนนอกถึง 6 กระทรวง รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ โดยมีรายงานว่า “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ได้รับการทาบทามโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งการได้รับทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์เช่นนี้ถือเป็น “จังหวะเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ’ อย่างยิ่ง เพราะเธอไม่ได้มาจากเส้นทางการเมืองโดยตรง แต่มีแบ็คกราวนด์ด้านธุรกิจระดับโลกและผลงานที่พิสูจน์แล้วว่า เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมในทุกด้าน สำหรับบทบาทใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้

ในมุมของรัฐบาลการดึงผู้บริหารที่มีประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจเข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรี กระทรวงเศรษฐกิจอย่างเช่นพาณิชย์ฯ เป็นการส่งสัญญาณได้ว่า รัฐบาลมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญ ที่จะนำบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการพลิกฟื้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริงจังเข้ามาทำงาน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ หรือ “แต๋ม” จบมัธยมจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา ปริญญาตรีจากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท MBA สาขาการเงินและบัญชีต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัย Northrop มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

เคยทำงานใน IBM ประเทศไทยนานกว่า 20 ปี ก่อนก้าวเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ในวัย 37 ปี ซึ่งเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ อีกทั้งเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกเป็น ผู้ช่วยประธานบริหาร (Assistant to the CEO) ที่สำนักงานใหญ่ IBM นครนิวยอร์ก .

นอกจากนั้น ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยังเคยพลิกฟื้นไทยคม (Thaicom) สมัยที่รับตำแหน่งซีอีโอ สร้างผลงานพาบริษัทที่มีผลขาดทุนติดต่อกัน 5 ปี กลับมามีกำไรภายในไตรมาสแรกของการเข้ารับตำแหน่ง

และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยนั้น คือจังหวะหลังเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มดุสิตธานีตั้งแต่ปี 2559 (2016) โดยเป็นซีอีโอคนนอกตระกูลครั้งแรกในรอบ 70 กว่าปี ปรับเปลี่ยนทรานส์ฟอร์มองค์กรจากธุรกิจโรงแรมแบบเดิม สู่องค์กรหลากหลาย มีโรงแรมหลายแบรนด์, อาหาร, การศึกษา, โครงการผสมผสาน(มิกซ์ยูส) ภายใต้ยุทธศาสตร์ 9 ปี ถึงปัจจุบันมีโรงแรมและวิลล่าสิ้นสุดไตรมาสแรก ปี 2568 จำนวน 294 แห่งใน 18 ประเทศ

เมื่อเจอวิกฤตโควิดก็ยังสามารถประคององค์กรไว้ได้และนำส่งงบการเงินทัน บรรเทาความเสี่ยงจากการโดน SP (Stop Trade) ได้แบบเฉียดฉิว รวมทั้งบริหารงานท่ามกลางความขัดแย้งของทายาทผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศด้วยความเป็นมืออาชีพ

เมื่อพิจารณาจากประวัติการทำงานที่ผ่านมาอย่างยาวนาน บวกรวมกับวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจที่หาตัวจับยาก จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่ศุภจี สุธรรมพันธุ์ หญิงเหล็กอดีตแม่ทัพแห่งดุสิตธานี จะได้รับการทาบทามเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของภาคเศรษฐกิจ ของรัฐบาล ‘อนุทิน 1’ ที่ยังมีเส้นทางระยะเวลาสี่เดือน ที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ทีมรัฐบาลชุดนี้ สามารถพาประเทศให้รอดพ้นจากปัญหาและวิกฤติเศรษฐกิจที่สะสมมาอย่างยาวนาน

ระยะเวลาสี่เดือนนับจากนี้ จึงน่าสนใจอย่างยิ่งที่เราจะต้องติดตามกันว่า ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะสามารถยกเครื่องเศรษฐกิจด้วยประสบการณ์จากภาคธุรกิจอันโชกโชนนี้ได้อย่างไรบ้าง

บทความที่น่าสนใจ