5 อันดับภาพยนตร์ธีมคริสต์มาสที่ไม่ควรพลาด

คริสต์มาสไม่ใช่แค่เทศกาลแห่งการให้ แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ภาพยนตร์หลายเรื่องพาเราย้อนกลับไปสัมผัสความหมายของครอบครัว ความหวัง และการเริ่มต้นใหม่ บทความนี้ขอเรียงลำดับภาพยนตร์ธีมคริสต์มาส 5 อันดับที่ควรดูอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะดูซ้ำทุกปีหรือเพิ่งเปิดดูครั้งแรก ก็ยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่เสื่อมคลาย

อันดับ 1: It’s a Wonderful Life (1946)

ภาพยนตร์คลาสสิกเหนือกาลเวลาของแฟรงก์ คาปรา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชายธรรมดาผู้กำลังสิ้นหวังในคืนคริสต์มาส ก่อนจะได้เห็นคุณค่าของชีวิตตนเองผ่านมุมมองที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงคริสต์มาสเพียงผิวเผิน แต่ขยายความหมายของ “การมีอยู่” และผลกระทบที่คนหนึ่งคนมีต่อผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง จึงมักถูกยกให้เป็นภาพยนตร์คริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

อันดับ 2: Home Alone (1990)

ภาพยนตร์ครอบครัวที่แทบทุกคนคุ้นเคย กับเรื่องราวของเด็กชายที่ถูกลืมไว้บ้านคนเดียวในช่วงคริสต์มาส ความสนุกจากมุกตลกและกับดักสุดสร้างสรรค์ผสมผสานกับแก่นเรื่องครอบครัวและการให้อภัย ทำให้ Home Alone เป็นหนังที่ดูได้ทุกวัย และยังคงสร้างเสียงหัวเราะและความอบอุ่นใจได้เสมอไม่ว่าจะดูซ้ำกี่ครั้ง

อันดับ 3: Love Actually (2003)

ภาพยนตร์โรแมนติกที่ถักทอเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ทั้งความรักของคู่รัก ครอบครัว เพื่อน และความรักที่ไม่สมหวัง หนังนำเสนอความรักในมิติที่ทั้งหวาน ซึ้ง และขมปนกันไป ทำให้คริสต์มาสในเรื่องนี้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่จริงใจและใกล้เคียงชีวิตจริงอย่างน่าประทับใจ

อันดับ 4: The Polar Express (2004)

แอนิเมชันแฟนตาซีที่พาผู้ชมออกเดินทางด้วยรถไฟลึกลับสู่ขั้วโลกเหนือ เรื่องราวของเด็กชายที่เริ่มตั้งคำถามกับความเชื่อในซานตาคลอส กลายเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาศรัทธาและจิตวิญญาณแห่งคริสต์มาส ภาพ เสียง และดนตรีของหนังสร้างบรรยากาศแห่งความมหัศจรรย์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรับชมพร้อมครอบครัว

อันดับ 5: Die Hard (1988)

แม้จะเป็นหนังแอ็กชัน แต่ Die Hard ก็ถูกยกให้เป็นภาพยนตร์คริสต์มาสในตำนาน ด้วยฉากหลังที่เกิดขึ้นในคืนคริสต์มาสและแก่นเรื่องการกลับคืนสู่ครอบครัว หนังเรื่องนี้เติมสีสันให้เทศกาลด้วยความตื่นเต้นและอารมณ์ขันแบบเฉพาะตัว เป็นตัวเลือกที่แตกต่างสำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากหนังอบอุ่นหัวใจแบบเดิม ๆ

ภาพยนตร์คริสต์มาสทั้ง 5 เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความอบอุ่น” มีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะมาในคราบดรามา ตลก โรแมนติก แฟนตาซี หรือแอ็กชัน และไม่ว่าคุณจะเลือกดูเรื่องใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้ใช้เวลาอยู่กับเรื่องราวที่เตือนใจให้เรากลับมาเห็นคุณค่าของผู้คนรอบตัวในช่วงปลายปีที่แสนพิเศษนี้

บทความที่น่าสนใจ