Connect with us

Subscribe

GMW

เคยสงสัยไหมว่า ภายใต้หน้าตาสุดแปลกและสวยงามของนาฬิกา ซ่อนเรื่องราวน่าสนใจอะไรไว้

ภายใต้หน้าตาสุดแปลกประหลาดและประณีตสวยงามของนาฬิการุ่นใหม่เหล่านี้ ย่อมซ่อนไว้ด้วยความน่าสนใจยิ่งกว่าของเรื่องราวและแนวคิดสร้างสรรค์ไว้มากมาย ที่นอกจากความสลับซับซ้อนของกลไกและฟังก์ชันแล้ว ปีนี้เรายังได้เห็นหลากหลายผลงานเรือนเวลาที่เกิดจากจินตนาการและแนวคิดสุดมหัศจรรย์ รังสรรค์สู่ผลงานอันน่าทึ่ง ด้วยการคิดค้นทางนวัตกรรม เทคโนโลยี ที่ผสมผสานเข้ากับประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงได้อย่างกลมกลืน

ARNOLD & SON Globetrotter 

นาฬิกาเวิลด์ไทม์ ภายใต้ความโดดเด่นของหน้าปัดโค้งแบบสามมิติ พร้อมทั้งสะพานจักรโค้งขนาดใหญ่ โดยหน้าปัดจำลองเป็นภาพทวีปต่างๆ ของโลก และมหาสมุทรจากขั้วโลกเหนือ ผ่านกระบวนการสร้างลวดลายจากการเจาะสลักด้วยไฟฟ้า ตามด้วยงานขัดเงาและลงแล็คเกอร์ ซึ่งหน้าปัดรูปโลกนี้จะหมุนร่วมไปกับวงแหวนโปร่งใสแสดงเวลา 24 ชั่วโมง คู่ด้วยเข็มชั่วโมงสีแดงทำหน้าที่แสดงเวลาไทม์โซนที่สอง โดยการขับเคลื่อนของกลไกอัตโนมัติ Calibre A&S6022 สำรองพลังงานได้นาน 45 ชั่วโมง ในตัวเรือนสเตนเลสสตีล 45.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ลึก 30 เมตร

BELL & ROSS BR-X1 Skeleton Tourbillon Sapphire – Unique Pieces 

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 กับเรือนเวลาตูร์บิญองโครโนกราฟแซพไฟร์ ปีนี้แบรนด์ได้หยิบเอาความโปร่งใสมาผสมผสานเข้ากับความสลับซับซ้อนอีกครั้ง สู่เรือนเวลาแซพไฟร์ที่บรรจุด้วยกลไกไขลานด้วยมือสเกเลตันคู่ตูร์บิญอง Calibre BR-Cal.288 พร้อมมอบพลังงานสำรองได้นาน 100 ชั่วโมง พร้อมกับเพ่ิมสีสันให้กับแท่นเครื่อง สะพานจักร หน้าปัด เข็มชี้ และกรงตูร์บิญอง ด้วยสามสีแรกที่เปิดตัวปีนี้ ระหว่างสีดำ (มีจำหน่ายเฉพาะบนออนไลน์จากอี-บูติคของแบรนด์) สีทอง และสีน้ำเงิน (มีจำหน่ายผ่านทางออนไลน์บนเว็บไซต์ของ MR PORTER)  ด้วยเทคนิคอันล้ำสมัยนี้ทำให้สามารถสร้างสรรค์เป็นเรือนเวลาตามความต้องการของลูกค้าได้ และทำให้นาฬิกาแต่ละเรือนมีเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวในโลก

CORUM Golden Bridge Rectangle Joachim Horsley

ผสานระหว่างประเพณีอันคลาสสิกและการตีความอันทันสมัย สู่นาฬิกาเรือนแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมการตกแต่งด้วยโลหะบนฝาหลังกระจกคริสตัลแซพไฟร์ ถ่ายทอดเป็นท่อนของผลงานประพันธ์ซิมโฟนีหมายเลข 7 (7th Symphony) ของเบโทเฟน (Beethoven) ขณะที่หน้าปัดสเกเลตันเปิดโชว์โครงสร้างของกลไกไขลานด้วยมือทรงบาแก็ตต์ Calibre CO 113 ประกอบแท่นเครื่องและสะพานจักรทำจากทองชมพู 18K พร้อมมอบพลังงานสำรองนาน 40 ชั่วโมง บรรจุภายในตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 29.50 x 42.20 มิลลิเมตร ทำจากทองขาวหรือทองชมพู 18K แสดงชั่วโมงและนาที

FREDERIQUE CONSTANT Hybrid Manufacture

สร้างความประทับใจมาแล้วกับการสร้างสรรค์นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ (smartwatch) ที่ยังคงหน้าตาและรูปแบบของนาฬิกาสวิสขนานแท้ จึงนำมาสู่การพัฒนาเจเนอเรชั่นใหม่ที่เป็นการผสมผสานจริงๆ ระหว่างการประดิษฐ์นาฬิกาจักรกลเข้ากับฟังก์ชั่นการใช้งานแบบสมาร์ทวอทช์ ในรุ่น ไฮบริด แมนูแฟคเจอร์ (Hybrid Manufacture) นาฬิกาสองสายพันธุ์จากการทำงานของกลไก Hybrid Manufacture Calibre FC-750 ที่ผ่านการพัฒนา ผลิต และประกอบภายในโรงงานของตนเอง สมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นแสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ ควบคู่กับฟังก์ชั่นสมาร์ทวอทช์ ซึ่งรวมไปถึงการติดตามการทำกิจกรรม การนอนหลับ การแสดงอายุแบตเตอรี แสดงเวลาเวิลด์ไทม์ และโค้ชสำหรับการทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ บรรจุภายใต้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลหรือชุบทองชมพูสีกุหลาบ ที่มีคุณสมบัติของการเป็นเกราะปกป้องจากอิทธิพลของแม่เหล็ก ผ่านการจดสิทธิบัตรโดยแบรนด์

HUBLOT Big Bang Tourbillon Croco High Jewellery

ความหรูหราที่มาเป็นเซ็ต ระหว่างนาฬิกา บิ๊ก แบง (Big Bang) ประดับด้วยเพชรหนัก 13.5 กะรัต กับแจ็คเก็ตหนังจระเข้กันกระสุน คู่ดูโอมูลค่าหนึ่งล้านดอลลาร์ที่จะสร้างสรรค์ขึ้นแบบ custom-made ให้กับลูกค้า หนึ่งในโครงการพิเศษของแบรนด์ในการผสมผสานระหว่างเครื่องบอกเวลาชั้นสูง กับโลกแห่งแฟชั่นและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยสูงสุด โดยครั้งนี้ได้จับมือร่วมกับ คาร์มาลูก (Karmaloog) แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูพิเศษ ซึ่งใช้เพียงทักษะชั้นสูงของเหล่าช่างฝีมือดีที่สุด รวมถึงการคัดสรรเพียงวัสดุที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับแจ็คเก็ตหนังจระเข้กันกระสุนตัวนี้ ส่วนเรือนเวลา บิ๊ก แบง ประดับตกแต่งด้วยเพชรบาแก็ตต์ ทั้งบนหน้าปัดและตัวเรือนทั้งหมด เพื่อให้เกิดลวดลายคล้ายกับหนังจระเข้ ขณะที่ภายในตัวเรือน 45.0 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre HUB6016 สำรองพลังงานได้นาน 115 ชั่วโมง

HyperFocal: 0

JAQUET DROZ Grande Seconde Moon Black Enamel

เรือนเวลาศิลปะรุ่นเอกที่หล่อหลอมไว้ด้วยความสลับซับซ้อนของจักรกลการแสดงข้างขึ้นข้างแรม ปรากฏการณ์ทางท้องฟ้าที่ถ่ายทอดการแสดงไว้อย่างแม่นยำ โดยจำเป็นต้องปรับตั้งเพียงหนึ่งครั้งในทุกๆ 122 ปี ผ่านรูปแกะสลักดวงจันทร์จากทอง 22K ติดตั้งบนแผ่นโอนิกซ์สีดำหมุนเพื่อแสดงรอบการโคจรของดวงจันทร์ ร่วมไปกับเอกลักษณ์ของการแสดงวินาทีบนหน้าปัดแยกขนาดใหญ่ คู่ด้วยสเกลบอกวันที่ สมดุลด้วยหน้าปัดแสดงชั่วโมงและนาที ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และสง่างามเมื่อปรากฏบนพื้นหลังเป็นหน้าปัดลงยาแบบกรองด์เฟอ (Grand Feu) สีดำ ติดตั้งภายในตัวเรือนทองชมพูสีแดง 18K ด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre Jaquet Droz 2660QL3 สำรองพลังงานได้นาน 68 ชั่วโมง

OMEGA Speedmaster Dark Side of the Moon Apollo 8 

สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมฉลอง 50 ปีหลังภารกิจการโคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกของ อพอลโล 8 (Apollo 8) ด้วยนาฬิการูปโฉมสีดำล้วน พร้อมกับฉายา ‘ดาร์ก ไซด์ ออฟ เดอะ มูน’ (Dark Side of the Moon) ซึ่งต่างจากรุ่น ดาร์ก ไซด์ อื่นๆ ตรงที่รุ่นนี้บรรจุด้วยการตกแต่งพิเศษของกลไก มูนวอทช์ (Moonwatch) ชื่อดัง โดยแสดงการทำงานของจักรกลภายในผ่านหน้าปัดกึ่งสเกเลตัน ที่เปิดโชว์ให้เห็นงานการตกแต่งพิเศษบนชิ้นส่วนกลไก Calibre 1869 ขณะที่สะพานจักรและแท่นเครื่องตกแต่งด้วยการทำให้เป็นสีดำ ถอดแบบพื้นผิวเสมือนกับพื้นผิวของดวงจันทร์ รหัสที่ถอดมาจากดวงจันทร์ยังรวมไปถึงการเลือกใช้เฉดสีดำ โดยด้านหน้าปัดจะใช้เฉดสีอ่อนเป็นตัวแทนของภาพที่เรามองเห็นพื้นผิวดวงจันทร์จากบนผืนโลก ขณะที่ด้านหลังของนาฬิกาเป็นเฉดสีเข้ม ตัวแทนของภาพที่เหล่านักบินอวกาศมองเห็น ในรุ่นใหม่นี้ตัวเรือนทั้งหมดผลิตขึ้นจากเซอร์โคเนียมออกไซด์เซรามิกสีดำ ตัดด้วยสีเหลืองที่เป็นรหัสสีซึ่ง โอเมก้า (Omega) เลือกใช้ในคอลเลกชัน สปีดมาสเตอร์ (Speedmaster) ของตนเป็นครั้งแรกในปี 1968 กับรุ่น สปีดมาสเตอร์ เรซิ่ง (Speedmaster Racing) ซึ่งรุ่นใหม่นี้นำมาใช้ทั้งบนรายละเอียดของหน้าปัด เข็มชี้ และสายหนังสีดำตัดด้วยสีเหลือง ส่วนฝาหลังแกะสลักด้วยข้อความพิเศษว่า ‘WE’LL SEE YOU ON THE OTHER SIDE’ ที่กล่าวไว้โดยกัปตัน จิม โลเวลล์ (Command Module Pilot Jim Lovell) บนภารกิจ อพอลโล 8

Patek Philippe, 5531R_010_AMB
HyperFocal: 0

PATEK PHILIPPE World Time Minute Repeater Ref. 5531R

หนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของปี ด้วยการผสมผสานระหว่างสองความสลับซับซ้อนสูงสุด นั่นคือจักรกลตีระฆังบอกเวลาหรือมินิท รีพีทเตอร์ (minute repeater) และการแสดงเวลาเวิลด์ไทม์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นนาฬิกาที่สามารถตีระฆังบอกเวลาท้องถิ่น (local time) ต่างจากนาฬิกาตีระฆังอื่นๆ ที่จะตีบอกชั่วโมงของเวลาบ้านเกิด โดยจักรกลอัจฉริยะนี้ติดตั้งอยู่ภายในกลไกอัตโนมัติบางพิเศษชุดใหม่ Calibre R 27 HU ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงานของตนเอง กับการใช้งานที่เป็นมิตรต่อนักเดินทางและเที่ยงตรงแม่นยำ ซึ่งผู้ใส่สามารถปรับตั้งระบบตีระฆังบอกชั่วโมงได้อย่างใกล้เคียงกับวินาทีมากที่สุด จากการใช้การแสดงเวลา 24 ชั่วโมงของจักรกลเวิลด์ไทม์ผ่านการจดสิทธิบัตรโดยแบรนด์ และยังนับเป็นครั้งแรกในนาฬิกาตีระฆังของปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) ที่บรรจุด้วยฆ้องที่ติดตั้งเข้ากับชิ้นส่วนตัวเรือนกลาง ไม่ใช่บนแท่นเครื่องของกลไก ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็นคุณภาพเสียงที่เหนือกว่า โดยมาพร้อมตัวเรือน 42.0 มิลลิเมตร ทำจากทองชมพูสีกุหลาบ 18K คู่หน้าปัดทองและลงยาแบบคลัวซอนเน (cloisonné) เป็นภาพทิวทัศน์ของเมืองลาโวซ์ (Lavaux) ดินแดนแห่งแสงอาทิตย์ของสวิตเซอร์แลนด์

ZENITH Defy Zero G

หลังเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของเรือนเวลาอัตโนมัติโครโนกราฟความถี่สูงมาแล้วในปี 2017 ปีนี้แบรนด์ได้สร้างความน่าตื่นเต้นอีกครั้งด้วยนาฬิกาแห่งอนาคตในรุ่น ดีฟาย ซีโร จี (Defy Zero G) ที่พร้อมเอาชนะทั้งกฏแห่งแรงโน้มถ่วง และเสริมด้วยโมดูล ‘กราวิตี้ คอนโทรล’ (Gravity Control) อุปกรณ์ชื่อดังซึ่งควบคุมและจัดการความแปรผันที่เกิดจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงได้เองอัตโนมัติ ผ่านการจดสิทธิบัตรโดยแบรนด์ และผสมผสานอยู่ในหัวใจของกลไกไขลานด้วยมือ Calibre El Primero 8812 S ความถี่สูง 5 เฮิรตซ์ ในเวอร์ชั่นสเกเลตันและตกแต่งด้วยโทนสีเทา เพื่อติดตั้งอย่างสมบูรณ์ลงตัวเข้ากับตัวเรือน 44.0 มิลลิเมตร เลือกได้ระหว่างเวอร์ชั่นไทเทเนียมขัดด้าน หรือทองชมพู พร้อมด้วยสายสร้อยข้อมือโลหะที่รับกับสรีระและทุกขนาดของข้อมือได้มากยิ่งขึ้น

นักเขียน : FULLMOON
เรื่องจาก : GMW MAGAZINE
Update : 30 May 2018

Written By

ทัวร์รีสอร์ตฤดูหนาวชื่อดังสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ มาเซราติ เลอวานเต (Maserati Levante) เจเนอเรชันใหม่ของสาย SUVs

GMW

หนึ่งวันในซานมารีโน ประเทศเล็กๆ แต่มากด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

GMW

ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในช่วงวันหยุดยาวบนเกาะแทสเมเนีย (Tasmania)

GMW

แฟรงค์ มุลเลอร์ THAILAND EDITION ที่คนรักนาฬิกาเวอร์ชั่นเฉพาะเมืองไทยต้องรีบคว้า

GMW

Advertisement
Connect
Newsletter Signup