Coco คือภาพยนตร์ลำดับที่ 19 ของค่ายแอนิเมชั่นชื่อดังแห่งยุคอย่างพิกซาร์ และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของค่ายที่เล่าเรื่องด้วยตัวละครหลักที่มาจาก “คนกลุ่มน้อย” ในสังคม แต่สามารถทำรายได้ถล่มทลาย โดยเฉพาะในเม็กซิโก ซึ่งเป็นต้นฉบับของวัฒนธรรมที่ถูกอ้างอิงถึงในหนัง ขณะที่เว็บรีวิวหนังชื่อดังต่างทุ่มคะแนนมากเกิน 90% 
 
เหตุผลที่ทำให้แอนิเมชั่นของพิกซาร์เรื่องนี้มาแรงแซงโค้งแทบจะทัดเทียมกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ระดับบล็อกบัสเตอร์ของสตูดิโอยักษ์ได้คืออะไรกันแน่​
 
“Coco วันอลวน วิญญาณอลเวง” กำกับโดย ลี อันคริช (ทอย สตอรี่ย์ 3, 2011) เล่าเรื่องราวของมิเกล ริเวร่า เด็กหนุ่มที่มีความฝันเป็นนักดนตรีตามฮีโร่ของเขาอย่างเออร์เนสโต เดอ ลา ครูซ แต่ความเป็นจริงคือมิเกล อยู่ในครอบครัวที่ทำอาชีพผลิตรองเท้า ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ครอบครัวของมิเกล ปิดกั้นเด็กหนุ่มวัย 12 ปีจากดนตรี 
 
เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมิเกล,​ ดนตรี และโลกหลังความตายเริ่มต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันซึ่งทำให้มิเกล ติดอยู่ระหว่างโลกของคนเป็นและคนตาย การผจญภัยเพื่อหาทางกลับสู่โลกคนเป็นก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ มิเกล ต้องพบเจอเรื่องราวมากมาย
 
สำหรับแฟนที่คุ้นเคยผลงานของพิกซาร์ น่าจะรู้ดีว่าแก่นของค่ายแอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่แห่งยุคคือการเน้นย้ำ “ความเป็นมนุษย์” ในผลงานยุคต้นๆของค่าย แม้แต่ตัวละครที่เป็นสิ่งของหรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่คน พิกซาร์ ก็สามารถใส่ “ความเป็นมนุษย์” ที่มีอารมณ์ ความรู้สึกเข้าไปได้อย่างกลมกล่อมและเข้าถึงง่าย

เมื่อค่ายไฟเขียวสร้างผลงานนี้ ลี อันคริช นักเขียนและผู้กำกับที่เติบโตในคลีฟแลนด์ และไม่มีความรู้สึกเชื่อมโยงกับเทศกาลเม็กซิกัน ต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมลาตินเพื่อไม่ให้เนื้อเรื่องออกมาให้อารมณ์เชิงลบต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือให้ความรู้สึกตัดสินต่อวัฒนธรรมนั้น
 
แอนิเมชั่นนี้แตกต่างจากผลงานอื่นของพิกซาร์ซึ่งสร้างตัวละครโดยอ้างอิงจากจินตนาการ แต่รายละเอียดในเรื่องนี้สร้างจากบริบทจริงในพื้นที่ที่มีประเพณีและวัฒนธรรมจริง ซึ่งเอเดรียน โมลิน่า ผู้กำกับและผู้เขียนบทร่วมให้สัมภาษณ์ว่า ทีมสร้างต้องคิดอย่างถี่ถ้วนมากขึ้นเพื่อออกแบบให้หนังเล่าเรื่องราวจากท้องถิ่นออกมามากกว่าการเล่าเรื่องจากคนนอกเข้าไป
 
พิกซาร์ เริ่มตั้งแต่ออกแบบเสียงของตัวละคร ทีมพากย์เสียงเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มลาติโน แต่ละช่วงตัวละครใช้ภาษาสแปนิชแทรกเข้าไปโดยที่ไม่ได้มีการแปล ซึ่งแทบไม่เห็นในภาพยนตร์อเมริกันที่ทำมาเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการค้าเป็นหลัก โดยที่ปรึกษาซึ่งเป็นชาวเม็กซิกัน-อเมริกันเผยว่า ไอเดียหลักคือมีตัวละครที่พูดเฉพาะภาษาอังกฤษแต่เป็นที่เข้าใจในความหมายว่าจริงๆแล้วภาษาที่พวกเขาใช้สื่อสารกันจริงคือสแปนิช
 
ขณะที่การออกแบบศิลป์ในเรื่องก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าอยู่ในบรรยากาศของเม็กซิโกจริงๆ นอกเหนือจากเสียงเพลงที่ซึ้งกินใจ ภาพพลาซ่าในเมือง ทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คน ถนนที่ฝุ่นคละคลุ้ง หรือสุนัขข้างถนนที่วิ่งผ่านไปมา ทีมผู้สร้างอ้างอิงบริบทพื้นที่มาจากเม็กซิโก ซิตี้ และกัวนาฮัวโต 
 
อีกหนึ่งสิ่งที่พิกซาร์ สะท้อนออกมาผ่านตัวละครคือความสัมพันธ์ระหว่างมิเกล กับครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วครอบครัวชาวเม็กซิกันมีลักษณะใกล้เคียงกับครอบครัวของมิเกล คือมีฝ่ายหญิงเป็นผู้ดูแล เป็นหัวเรือใหญ่ที่ควบคุมครอบครัว ขณะที่ฝ่ายชายหรือฝั่งพ่อมักไม่ได้อยู่ในครอบครัวด้วย ถ้าปรากฏอยู่ในครอบครัวก็มักอยู่ในสภาพที่ต้องอดทนอดกลั้นทำงานส่งเงินกลับมา หรือไม่ก็เป็นภาพความรุนแรงไปเลย

องค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Coco ประสบความสำเร็จในกลุ่มเม็กซิกัน เป็นภาพยนตร์ที่ได้รายได้มากที่สุดในบ็อกซ์ ออฟฟิศ ของเม็กซิโก โดย 19 วันแรกหลังเข้าฉาย ทำรายได้ 43.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำลายสถิติที่ “The Avengers” ทำรายได้ตลอดระยะเวลาเข้าฉายในเม็กซิโก
 
เรื่องราวน่าประทับใจที่เกิดขึ้นตลอดเรื่องทำให้ผู้ชมเสียน้ำตา เรื่องราวของผู้ชมที่ซาบซึ้งต่อเนื้อหาจากผลงานล่าสุดของพิกซาร์ มีหลากหลาย 
 
ผู้ชมบางรายเลือกหยิบมาบอกเล่ากลับไปหาสตูดิโอเองอย่างเช่นจดหมายจากแฟนหนังที่ส่งมาหาพิกซาร์ และผู้กำกับหยิบมาทวีตจนกลายเป็นภาพที่ถูกส่งต่อกันทั่วอินเทอร์เน็ต 
 
ภาพที่ลี อันคริช แชร์เป็นภาพจดหมายของหญิงสาวรายหนึ่งที่เขียนชื่นชมแอนิเมชั่นเรื่องนี้ และเล่าว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความหมายต่อเธอและแม่ของเธอซึ่งไม่ได้เข้าโรงหนังนานกว่า 30 ปี
 
เธอเล่าว่าพ่อแม่ของเธอเป็นผู้อยยพชาวเม็กซิกันซึ่งไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่วนัก และ Coco ที่เข้าฉายในสหรัฐฯมีเวอร์ชั่นที่เป็นภาษาสแปนิชด้วย ทำให้แม่ของเธอชมภาพยนตร์อย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องอาศัยลูกสาวคอยแปลความหมายให้ทุก 5 นาที 
 
“ตลอดเรื่องนี้ แม่ของฉันเหมือนไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ในโรงภาพยนตร์ แต่เธอรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้านปกติ” ข้อความส่วนหนึ่งในจดหมายระบุ
 
นอกเหนือจาก เม็กซิโก Coco ยังทำรายได้มหาศาลในจีนหลังผ่านกองเซ็นเซอร์จีนซึ่งมีกฎห้ามภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องผีหรือเรื่องราวเหนือธรรมชาติเข้าฉายแต่หลังทางการเสียน้ำตาจากการชมภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการยกย่องเชิดชูให้เกียรติบรรพบุรุษเพื่อให้เป็นที่จดจำของคนรุ่นหลัง พวกเขาอนุญาตให้ Coco เข้าฉายได้ โดยหลังฉาย 11 วัน Coco โกยรายได้ในจีนรวมแล้วมากถึง 80.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
แม้มีเสียงชื่นชมอย่างท่วมท้น แต่ไม่ใช่ว่าจะไร้เสียงตำหนิเลย Coco ถูกชุมชนเม็กซิกันบางกลุ่มวิจารณ์เรื่องข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับเทศกาลในหนัง อย่างไรก็ตาม การวิพากษ์วิจารณ์และข้อถกเถียงที่ออกไปนอกเหนือจากนักวิจารณ์ไปสู่กลุ่มนักการเมืองหรือนักคิดสาขาอื่นๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่า Coco ได้รับความสนใจจากคนจำนวนมากนอกเหนือจากแวดวงภาพยนตร์
 
หลังเข้าฉายอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯได้ 2 สัปดาห์ ทำรายได้รวม 111 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Coco ทำรายได้ทั่วโลกแล้วกว่า 283 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

อ้างอิง :  Slate / Independent / Cinemablend