x

“บุพเพสันนิวาส” ละครที่มาแรงประจำปี 2018 ปิดฉากเนื้อเรื่องหลักลงเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา สิ่งที่หลงเหลือคือความทรงจำที่ยังค้างคา และการรอคอยกับภาค 2 ในชื่อ “พรหมลิขิต” ที่ทั้งผู้เขียน และผู้สร้างละครต่างออกมายืนยันแล้วว่าจะคลอดตามมาแน่นอน แต่คำถามคือ “เมื่อไหร่” 
 
แม้เนื้อเรื่องหลักของละครจะจบลงแต่คอละครจะยังได้เก็บตกบรรยากาศเพื่อความฟินจากเทปพิเศษอีก 3 วันคือวันที่ 12 และ 18-19 เมษายนนี้ แต่ก็เป็นการตัดต่อพิเศษจากวัตถุดิบเดิม ขณะที่ประเด็นหลักที่ทำให้แฟนตั้งตารอคอยกันคือโอกาสสัมผัสกับภาค 2 เพื่อสานต่อจากสิ่งที่ทิ้งทวนหลัง end credit ซึ่งชวนให้แฟนต้องลุ้นกันต่อไป
 
***คำเตือน Spoil ฉากใน end credit***
 
ภาพหลังจบ end credit ที่ทิ้งท้ายไว้ด้วยกล่องใส่ “มนต์” ที่ถูกตัวเอกของเรื่องยกออกไปฝังแยกห่างจากเรือนถูก “ใครบางคน” เปิดขึ้นมา ซึ่งเป็นคำถามที่แฟนต้องรอคอยคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นจนกว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องภาคต่อจากผู้เขียน
 
อย่างไรก็ตาม “รอมแพง” หรือ จันทร์ยวีร์ สมปรีดา ผู้เขียนนิยาย ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลบอกใบ้ใดๆ เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเพื่อเก็บไว้เซอร์ไพรส์ให้ติดตามกัน แต่ที่พอจะให้ข้อมูลได้คือความคืบหน้าสำหรับภาคต่อ 
 
ผู้เขียนเล่าว่า ณ ตอนนี้ (12 เมษายน) ยังไม่ได้เริ่มเขียนภาคต่อ โดยวางแผนเริ่มต้นเขียนในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งครั้งนี้จะตั้งใจเขียนมากกว่าเดิม แตกต่างจากภาคแรกที่เขียนในช่วงเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนซึ่งยังไม่ได้คิดอะไรมาก 
 
สำหรับภาคแรก “รอมแพง” เคยเล่าว่า ค้นหาข้อมูล 3 ปี และใช้เวลาเขียนหนังสือประมาณ 1 เดือนจึงเขียนเสร็จ แต่สำหรับภาคต่อครั้งนี้ ผู้เขียนหญิงคนดังระบุว่า มีข้อมูลพอสมควรแล้ว แต่ตั้งใจใช้เวลาเขียนหนังสือมากกว่าเล่มแรกอีก โดยยืนยันว่า ใช้เวลานานกว่า 1 เดือนแน่นอน 
 
นักเขียนคนดังกล่าวระหว่างเสวนา “ย้อนรอย ต่อยอด บุพเพสันนิวาส” เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา เล่าว่า เนื้อเรื่องภาคสองมีแนวโน้มอยู่ในช่วงปลายสมัยสมเด็จพระเพทราชาและสมเด็จพระเจ้าเสือ อาจยาวไปถึงปลายสมัยอยุธยา ช่วงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกศต้นรัตนโกสินทร์
 
เมื่อคำนวณจากข้อมูลข้างต้น หากเริ่มเขียนในเดือนมิถุนายน ประเมินภายใต้ความน่าจะเป็นขั้นเลวร้ายในระดับน้อยที่สุด หากใช้เวลาเขียนประมาณ 6 เดือน หนังสือภาคต่อที่แฟนรอคอยมีแนวโน้มเสร็จสมบูรณ์เร็วที่สุดในเดือนมกราคม ปี 2562 
 
สำหรับขั้นตอนเขียนบทละคร กรณีอ.แดง - ศัลยา สุขะนิวัตติ์ รับหน้าที่เขียนบทอีกครั้ง ขึ้นชื่อว่าเป็นมือเขียนบทละครย้อนยุคชั้นครู เมื่อเปรียบเทียบกับภาคแรกซึ่งอ.แดง ใช้เวลาเขียนบทละคร “บุพเพสันนิวาส” ถึง 2 ปี ด้วยเหตุผลว่า “ต้องอ่านหนังสืออีกหลายสิบเล่ม” เพื่อช่วยทำงานเขียนบท และถือเป็นระยะเวลาเขียนบทที่นานที่สุดสำหรับศัลยา สุขะนิวัตติ์
 
ถ้าคำนวณโดยผ่านสมมติฐานว่า ผู้จัดวางแผนนัดแนะก่อนหน้าละครภาคแรกจบแล้วว่าจะมีละครภาค 2 โดยยืนยันว่าใช้นักแสดงพระ-นางหลักชุดเดิม อาจทำให้ขั้นตอนกระบวนการเขียนบทจนถึงถ่ายทำย่นระยะลงได้ส่วนหนึ่ง 
 
เมื่อคำนวณจากข้อมูลข้างต้น หลังจากเขียนหนังสือเรียบร้อยในเดือนมกราคม การเขียนบทประเมินภายใต้ความน่าจะเป็นขั้นเลวร้ายในระดับน้อยที่สุด เขียนบทใช้เวลาอีก 6 เดือน บทละคร “พรหมลิขิต” มีแนวโน้มเสร็จเร็วที่สุดในเดือนธันวาคม 2562 
 
ถ้าคำนวณโดยผ่านสมมติฐานว่า ผู้จัดวางแผนนัดแนะก่อนหน้าละครภาคแรกจบแล้วว่าจะมีละครภาค 2 และถ้าคิดในสมมติฐานเชิงบวกว่า เตรียมนัดแนะทีมงานสำหรับขั้นตอนถ่ายทำรอไว้บางส่วนแล้ว น่าจะถ่ายทำในระยะเวลาสั้นกว่าระยะเวลาเฉลี่ยสำหรับถ่ายละครทั่วไปได้

เมื่อคำนวณจากข้อมูลข้างต้น เปรียบเทียบกับระยะเวลาถ่ายทำละครเฉลี่ยโดยทั่วไป จากการสอบถามผู้กำกับละครมากประสบการณ์ในวงการ โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาถ่ายทำละครเฉลี่ย 8 เดือนถึง 1 ปี ถ้าประเมินภายใต้ความน่าจะเป็นขั้นเลวร้ายระดับน้อยที่สุด มีแนวโน้มถ่ายทำเสร็จเร็วที่สุดในเดือนสิงหาคม 2563 
 
ละคร “พรหมลิขิต” มีแนวโน้มสร้างเสร็จเร็วที่สุดในเดือนสิงหาคม 2563 (ภายใต้สมมติฐานที่ประเมินด้วยความน่าจะเป็นตามข้อมูลที่มี) 
 
โดยรวมแล้วคอละครยังต้องรอคำตอบของเนื้อเรื่องที่สืบเนื่องจากภาพใน end credit ของ “บุพเพสันนิวาส” ไม่ต่ำกว่า 18 เดือน
 
หากแฟนละครเอาใจช่วยและส่งกำลังใจให้ทีมงานเบื้องหลัง พร้อมภาวนาไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันใดๆ ที่จะทำให้กระบวนการล่าช้าไปกว่าเดิม อาจมีแนวโน้มได้ชมเร็วกว่านั้น หรือหากเกิดเหตุแทรกแซงจริง ก็มีแนวโน้มรอนานกว่า 1 ปีได้เช่นกัน