Connect with us

Subscribe

Life

“We Live Here” เสียงจากผู้อาศัยใน ‘ย่านโคมแดง’ อัมสเตอร์ดัม ถึงนักท่องเที่ยว

เรื่องและภาพ : วิรดา แซ่ลิ่ม

บรรยากาศยามฟ้ามืด ‘ย่านโคมแดง’ ในอัมสเตอร์ดัมที่ชาวดัตช์เรียกว่า De Wallen (เดอะ วอลเล็น) สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออนสีชมพูแดงจากตู้กระจกที่กระจายอยู่ทั่วสองฝั่งคลอง แต่ละตู้มีหญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ยืน นั่ง รอให้บริการนักท่องเที่ยว ผู้คนเดินขวักไขว่ บ้างเปิดประตูต่อรองราคา สลับไปกับตู้นางโชว์ ผับและบาร์ต่างโฆษณาสารพัดความบันเทิงจากเซ็กส์เท่าที่จะจินตนาการได้

เดินเบียดเสียดฝ่าฝูงชน ดื่มด่ำแสงสีและกลิ่นกัญชา ใครจะคาดคิดว่าใจกลางพื้นที่ธุรกิจการขายบริการทางเพศของประเทศเนเธอแลนด์ จริงๆ แล้วมีคนท้องถิ่นพักอาศัยอยู่

“We Live Here”

“มันช่างน่าเหลือเชื่อที่นักท่องเที่ยวกำลังครองเมือง วันก่อนฉันยืนอยู่หน้าประตูบ้าน นักท่องเที่ยวคนหนึ่งต้องการเข้ามาข้างใน ‘แค่รูปเดียว’ เขาบอก ฉันตอบกลับไปแบบไม่พอใจว่า ‘ไม่ได้ นี่มันบ้านของฉัน!’”

เราอาจจะเดินผ่านชาร์ลอตต์ สแค็งก์ ในย่าน Red Light District โดยไม่รู้เลยว่าเธออาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาเป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้ว ไม่ใช่แค่ชาร์ลอตต์ ยังมีผู้อยู่อาศัยอีกหลายคนที่มีบ้านอยู่ในย่านโคมแดงแห่งอัมสเตอดัม แม้จะไม่ได้เจอตัวจริง แต่เราสามารถทำความรู้จักกับพวกเขาได้ผ่านภาพโปสเตอร์ที่แปะอยู่บนหน้าต่างและบานประตู พร้อมข้อความกำกับว่า “ฉันอาศัยอยู่ที่นี่ สนุกให้เหมือนที่คุณจะทำในละแวกบ้านของคุณเอง” ตอนกลางคืนอาจจะไม่ทันได้สังเกตเท่าไหร่ แต่หากเดินเล่นในช่วงกลางวัน โปสเตอร์เหล่านี้ค่อนข้างสะดุดตาเป็นพิเศษ นี่คือแคมเปญ “We Live Here” ที่เกิดขึ้นโดยคนท้องถิ่นเพื่อคนท้องถิ่น โดยได้รับการสนุบสนุนจากหน่วยงานรัฐของเมืองอัมสเตอร์ดัม บ้านที่ยอมให้แปะโปสเตอร์คือผู้อยู่อาศัยที่เต็มใจเข้าร่วมโครงการ ด้วยเชื่อว่าการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความตระหนักว่ามี ‘คนจริงๆ’ อาศัยอยู่ที่นี่ จะช่วยให้นักท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ‘สนุกอย่างให้เกียรติ’ คนท้องถิ่นมากขึ้น

“ทุกคนที่นี่ช่วยระวังให้กันและกัน พวกเราไม่เคยมีปัญหากับกลุ่มผู้หญิงทำงาน กลับเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างหากที่เปลี่ยนไป พวกเขาเสียงดังมากขึ้น บางคนปัสสาวะรดกำแพงบ้าน นักท่องเที่ยวจากประเทศอังกฤษค่อนข้างสร้างปัญหา และคนชอบส่องกระจกมองเข้ามาในบ้าน น่ารำคาญมากเลย”

เกอร์ดา หญิงชราวัย 91 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่เข้าร่วมโครงการ เธออาศัยอยู่ในย่านโคมแดงมานาน 37 ปี สิ่งที่เกอร์ดาบอกเล่าเป็นปัญหาที่คนท้องถิ่นในอัมเสตอร์ดัมต้องเผชิญจากนักท่องเที่ยวที่ตีตั๋วมาอัมสเตอร์ดัมด้วยความตั้งใจว่า นี่คือเมืองแห่งกัญชาและโสเภณี ข้าจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้ ค่ำคืนนี้เรามาบ้าให้ถึงที่สุดกันเถอะ! ด้วยเหตุนี้ เมื่อปีที่แล้วเมืองอัมสเตอร์ดัมจึงโปรโมทแคมเปญ “สนุกและให้เกียรติ” ที่มีเป้าหมายหลักคือกลุ่มนักท่องราตรีที่เมาและสร้างปัญหา โครงการนี้เน้นให้ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวควรประพฤติอย่างไรเพื่อเป็นการให้เกียรติคนท้องถิ่น รวมทั้งให้ข้อมูลบทลงโทษหากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ตั้งแต่การปัสสาวะและทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางไปจนถึงการร้องเพลงเสียงดังในที่สาธารณะ ทั้งสามพฤติกรรมนี้หากเจ้าหน้าที่จับได้ นักท่องเที่ยวรวมถึงชาวดัตช์อาจถูกปรับสูงสุด 140 ยูโรหรือเกือบ 5,000 บาท และทุกวันนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนถนนและที่สาธารณะในอัมสเตอร์ดัมก็เป็นสิ่งผิดกฎหมายที่มีโทษปรับสูงสุด 95 ยูโร หรือประมาณ 3,300 บาท

นอกจากพฤติกรรมที่สร้างปัญหาของนักท่องเที่ยว อัมสเตอร์ดัมยังเจอโจทย์สำคัญคือจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากกว่าประชากรท้องถิ่นกว่า 20 เท่า

อัมสเตอร์ดัมกับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวล้นเกิน

“พวกเราอยู่ที่นี่มาสิบสองปีแล้ว บ้านของเราเล็กแต่อบอุ่น เรารักบ้านหลังนี้มาก ลูกสาวของเรารู้จักผู้หญิงที่ทำงานที่นี่หลายคนและเป็นเพื่อนกับพวกเธอ น่าเสียดายที่มันวุ่นวายมากโดยเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ หน่วยกู้ภัยยามฉุกเฉินไม่สามารถมาถึงที่นี่ได้เร็วนัก”

พอล เจเนตต์ และลูกสาววัยห้าขวบ ให้สัมภาษณ์กับแคมเปญ We Live Here

ความแออัดและวุ่นวายของย่านนี้ส่งผลกระทบต่อคนท้องถิ่น เพราะแม้แต่การเดินออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตก็ใช้เวลาไปกลับนานเพราะต้องฝ่าฝูงชนออกไป ในปี 2017 นักท่องเที่ยวเกือบ 20 ล้านคนเดินทางมาอัมสเตอร์ดัม ข้อมูลจากทางการเมืองอัมสเตอร์ดัมระบุว่า ช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดในช่วงวันหยุด ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมง มีนักท่องเที่ยวประมาณ 6,000 คนเดินผ่านย่านโคมแดง

อีกครั้ง… 6,000 คนทุก ๆ หนึ่งชั่วโมง!

เพื่อลดความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว เมื่อปลายปีที่แล้ว ตัวอักษรสีแดงขาวขนาดใหญ่ ‘I amsterdam’ สัญลักษณ์สำคัญของอัมสเตอร์ดัมที่ใครมาเป็นต้องถ่ายรูปด้วย ถูกยกออกไปจากหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Rijksmuseum) นอกจากนี้ทางการยังหยุดการสร้างโรงแรมแห่งใหม่ และร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะคนท้องถิ่นมีตัวเลือกในการกิน ดื่ม ช็อป น้อยลงทุกวันเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยว ในบางพื้นที่พวกเขากำลังถกเถียงกันว่าควรจะแบนการให้เช่าที่พักผ่าน Airbnb หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาคนท้องถิ่นต้องเจอกับนักท่องเที่ยวอ้วกหน้าบ้าน ปาร์ตี้เสียงดัง หรือบางคนตื่นเช้ามาเจอกับคนแปลก เพราะบ้านข้าง ๆ ที่เคยรู้จักถูกเปลี่ยนเป็น Airbnb

ไม่เพียงแค่อัมสเตอร์ดัมเท่านั้น หลายเมืองในยุโรปที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอย่าง ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เวนิส ประเทศอิตาลี และดูบรอฟนิก ประเทศโครเอเชีย เมืองที่โด่งดังจากซีรีย์ Game of Thrones ต่างทยอยกันจัดหามาตราการลดนักท่องเที่ยวลงเพื่อลดผลกระทบต่อคนท้องถิ่น แต่ในวันที่ตั๋วเครื่องบินราคาถูก ธุรกิจทัวร์นำเสนอแพ็กเกจใหม่แก่ลูกค้าที่โปรดปรานการถ่ายเซลฟี่ หากใครบินมาเที่ยวอัมสเตอร์ดัมช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมานี้ น่าจะพอเห็นว่า ผลลัพธ์แห่งความพยายามยังคงห่างไกลจากที่เจ้าบ้านต้องการ ส่วนใครที่กำลังจะไป อย่าลืมมองหาคนท้องถิ่นใน Red Light District (แต่อย่าไปส่องกระจกมองเข้าไปในบ้านพวกเขาล่ะ!)

อ้างอิง
https://welivehere.amsterdam/about/
https://www.dw.com/en/how-amsterdam-is-fighting-mass-tourism/a-47806959
https://dutchreview.com/news/dutch/oh-please-behave-brits-amsterdam-launches-a-campaign-against-troublesome-tourists/
https://www.nytimes.com/2018/10/02/world/europe/amsterdam-tourism-cannabis-prostitution.html

Written By

เทศกาล Sinterklaas ในเนเธอร์แลนด์ ประเพณีที่ถูกวิพากษ์ในสังคมร่วมสมัย

Life

Stumbling Stones หินแห่งความทรงจำ: ทำไมคนรุ่นหลังต้องจำจด ‘โฮโลคอสต์’

Life

Sharing Economy หรือ ขวากหนามธุรกิจอสังหาฯ?

Life

(เลิก) ต้อนรับนักท่องเที่ยวดุจญาติมิตร

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup