Connect with us

Subscribe

Life

เชื่อไหม…เราอดใช้มือสัมผัสใบหน้า
ได้ไม่เกินสองนาทีครึ่ง

เรื่อง: สุชา

‘มือไม่ใช่เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ’ มีหลายคำเตือนบอกเราว่า การใช้นิ้วมือไปสัมผัสใกล้กับดวงตา ปาก และจมูก เป็นสาเหตุทำให้ติดเชื้อ COVID-19 ได้ง่ายๆ รู้ทั้งรู้ข้อมูลนั้น แต่ยอมรับว่ายากมากที่จะทำตามคำแนะนำ

ไม่เชื่อลองสะกดกลั้นไม่ใช้มือลูบหน้าลูบตาดูสัก 1 ชั่วโมงสิ อ่ะ…แค่ 2.5 นาทีก็ได้ โอย…ปริ่มว่าจะขาดใจ

มีรายงานการศึกษาเล็กๆ ชิ้นหนึ่งพบว่า นักศึกษาแพทย์ที่พวกเขารู้ทั้งรู้ว่ามือเป็นพาหะนำโรค แต่กลับใช้มือสัมผัสใบหน้าในระหว่างการฟังบรรยายโดยเฉลี่ย 23 ครั้งต่อชั่วโมง หรือ 2.5 นาทีต่อครั้ง ซึ่งผลการศึกษานี้ไม่ได้ต่างจากงานวิจัยอื่นที่เคยตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ มันบ่งบอกได้ว่า ตัวเราเองนั่นละที่เป็นผู้ฉีดเชื้อไวรัส COVID-19 เข้าสู่ตนเอง

ถึงตรงนี้ หากใครใจคอไม่ดี อนุญาตให้เดินไปล้างมือกันก่อนได้นะครับ ว่าแต่…ทำไมคนเราถึงชอบลูบไล้ จับคลำใบหน้าตัวเองโดยพื้นฐานอาจมาจากวิวัฒนาการของหมู่มวลมนุษย์ ที่ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมมือไม้ไม่อยู่สุข ไม่ต่างจากการแตกกิ่งก้านสาขา หรือชูช่ออวดดอกบานสะพรั่งของต้นไม้ ที่จำเป็นต้องมีการขยับเขยื้อนเคลื่อนกาย

การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยได้ทำการอัลตราซาวนด์ผู้หญิงท้องที่มีอายุครรภ์ 24 – 36 สัปดาห์ พบว่าทารกในครรภ์มีแนวโน้มที่จะสัมผัสใบหน้าของตัวเองด้วยมือซ้าย และโดยเฉพาะแม่ที่มีอาการหรือความเครียด ทารกมีแนวโน้มว่าจะจับใบหน้าของตนเองบ่อยและถี่ขึ้น กับงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งบอกว่าทารกในครรภ์ที่แม่สูบบุหรี่มีแนวโน้มจะใช้มือสัมผัสใบหน้ามากกว่าแม่ที่ไม่สูบบุหรี่

แนวคิดที่ว่าความเครียดทำให้เกิดการกระตุ้นจากการสัมผัสใบหน้านั้นมีข้อมูลงานวิจัยยืนยันเพิ่มเติม เป็นการศึกษาในประเทศเยอรมนี ที่วิเคราะห์กิจกรรมของหนุ่มสาวจำนวน 10 คน ด้วยการตรวจคลื่นสมองด้วยไฟฟ้า พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญระหว่างความเครียดกับการใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสจมูก แก้ม และคาง

เมื่อทราบดังนั้นแล้ว ในภาวะที่หน้ากากอนามัยขาดแคลนเช่นนี้ วิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโรคทางเดินหายใจโควิด-19 ที่ดีที่สุด เห็นจะได้แก่การล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ตลอดวัน และหลีกเลี่ยงการเอามือไปสัมผัสใบหน้า ขยี้ตา หรือแคะจมูก ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

แต่หลายคนอาจพบว่า การระวังตัวงดเว้นไม่เอามือไปจับใบหน้าของตนเองนั้นทำได้ยากมาก ดร. เควิน แชปแมน นักจิตวิทยาและผู้อำนวยการศูนย์เคนทักกีเพื่อการรักษาโรคที่เกิดจากความวิตกกังวล (KYCARDS) ของสหรัฐฯ บอกว่าการสัมผัสจับต้องใบหน้าบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัวนั้น เป็นพฤติกรรมปกติในขั้นพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งสัญญาณว่า เราเกิดการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ซึ่งมาจากภาวะที่เราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือถูกจับจ้องจากคนรอบข้าง

“คนเราจะเฝ้าดูสัญญาณต่างๆ ที่แสดงออกบนใบหน้าของผู้อื่นเสมอ และยังอ่อนไหวต่อสัญญาณเหล่านั้นมากเป็นพิเศษด้วย ดังนั้น พฤติกรรมชอบจับใบหน้าจึงเกี่ยวข้องกับแนวโน้มที่คนเราจะให้ความสนใจต่อรูปลักษณ์ และการแสดงอารมณ์บนใบหน้า เพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมนั่นเอง” ดร. แชปแมนกล่าว

มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Brain Research เมื่อปี 2014 ชี้ว่าพฤติกรรมชอบจับต้องใบหน้าของตนเอง ช่วยลดและควบคุมความเครียด ทั้งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความทรงจำในสมองอีกด้วย 

เหตุที่พฤติกรรมชอบจับใบหน้าได้กลายเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยง และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างตัวตนของตนเองและผู้อื่น ทำให้มนุษย์เริ่มมีพฤติกรรมนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และทำซ้ำเรื่อยมาจนกลายเป็นนิสัยที่เลิกไม่ได้ แม้ต้องตกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงติดโรคระบาดก็ตาม 

“ในทางจิตวิทยาแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถจะเชื่อมโยงเรื่องของภัยคุกคามจากโรคต่างๆ เข้ากับพฤติกรรมการจับต้องใบหน้าได้ ทำให้ขาดการระมัดระวังตัวในชีวิตประจำวัน” ดร. แชปแมนกล่าว

“แต่การเฝ้าย้ำเตือนตนเองซ้ำๆ หรือกดข่มจิตใจไม่ให้ทำตามความเคยชิน น่าจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะมีเพียงคนที่ป่วยด้วยโรคย้ำคิดย้ำทำเท่านั้น ที่จะสามารถนึกถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาได้ 

“เราอาจใช้วิธีการที่ยืดหยุ่นกว่านั้นและทำให้เครียดน้อยกว่า เช่นบันทึกข้อความในโทรศัพท์มือถือให้แจ้งเตือนเป็นระยะในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้เราลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ลงได้บ้าง”

นักพฤติกรรมบำบัดบางคนแนะนำให้ลองพยายามทำ ‘มือไม่ว่าง’ ระหว่างช่วงที่จะเกิดอาการเผลอไผลได้ง่าย เช่น อาจใช้ท่านั่งหรือยืนกอดอก กำสิ่งของที่เหมาะมือเช่นลูกบอล เพื่อการผ่อนคลายเอาไว้ เพียงเท่านี้ก็จะลดการเอาเอามือไปสัมผัสจับต้องใบหน้าโดยไม่ตั้งใจได้แล้ว

ขอบคุณข้อมูล: bbc.com, wired

Avatar
Written By

Don Don Donki x The Market
ช่วยเสิร์ฟสินค้าจำเป็นด้วยแนวคิด ‘สะอาด ปลอดภัย มั่นใจ’

Life

รันเวย์ปิด แต่วงการแฟชั่นตื่นตัวช่วยฝ่าวิกฤติ COVID-19

Life

รับมือ COVID-19 แบบจิตไม่ตก

Life

ถอดบทเรียนตัวอย่างผู้นำที่ดี กับการรับมือวิกฤติ COVID-19

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup