Connect with us

Subscribe

Interview

ปรัชญาแห่งความงามและการทำงานเพื่อมวลมนุษยชาติ เบื้องหลังแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรู เยอรมนี Walter Knoll เจาะลึกทุกรายละเอียดเพื่อสร้างความแตกต่างที่ยั่งยืน

Walter Knoll หรือ วอลเทอร์ โนลล์ คือชื่อแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เลื่องลือระดับโลกมากว่า 150 ปี ด้วยผลงานของช่างฝีมือระดับมาสเตอร์ ใช้วัสดุชั้นเลิศ ให้ชิ้นงานที่มีความงามเหนือกาลเวลา GM Live ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ มร.มาร์คัส เบนซ์ CEO และ Managing Partner แห่ง Walter Knoll AG & Co. KG ถึงเบื้องหลังความสำเร็จอันไร้ที่ติ ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยหลากหลายประการ

GM Live : เราทราบดีว่าวอลเทอร์ โนลล์อยู่มายาวนานกว่า 150 ปี แน่นอนว่าต้องมีอะไร ‘บางอย่าง’ ที่ทำให้บริษัทของคุณแตกต่าง
มาร์คัส เบนซ์ : แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่บางอย่าง แต่คือ ‘ทุกอย่าง’ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราทำ เราทำอย่างจริงจัง ลงลึกในรายละเอียดที่มากกว่า และตั้งใจมากกว่าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวอักษร เทคโนโลยี การพัฒนาคุณภาพ เราผลักดันตัวเองให้ก้าวข้ามข้อจำกัดที่เราคิดว่ามีอยู่ วอลเทอร์ โนลล์ ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่คือแบรนด์ คือสินค้าที่ลูกค้าต้องการ สำหรับผม แบรนด์ก็คือผลลัพธ์จากการปฏิบัติงานของพวกเรา จะสร้างผลลัพธ์ให้เกิดได้อย่างไร เราก็ต้องมีภาพในหัวก่อน รู้สึกถึงมันก่อน เมื่อผมสัมผัสสินค้า ผมต้องรู้สึกเองก่อนว่า ว้าว! สินค้าตัวนี้ยอดเยี่ยม น่าใช้
GM Live : คุณผลักดันตัวเองด้วยวิธีไหนให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ
มาร์คัส เบนซ์ : เราพยายามมากขึ้น มากกว่า เมื่อคนอื่นหยุด เราลงมือ ถ้าคนอื่นบอกว่า พอแล้วแค่นี้ เราจะบอกว่ายังไม่พอ ต้องเจาะลึกลงไปในรายละเอียดมากกว่านี้ ลองพิจารณาสินค้าให้ใกล้มากกว่าเดิม ดูว่ามีมุมไหนที่เรายังพัฒนาได้อีก พยายามที่จะทำให้มันดีขึ้น วัสดุที่ใช้เราก็ต้องการของที่ดีขึ้น ไม่เคยมีคำว่าพอแล้ว
GM Live : เรียกว่าเป็นปรัชญาของบริษัทที่พนักงานทุกคนต้องระลึกไว้เสมอใช่หรือไม่
มาร์คัส เบนซ์ : ใช่ครับ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมมันถึงไม่มีจุดสิ้นสุด เพราะแบรนด์คือการเชื่อมโยงประสบการณ์ของคนทุกคน ทำไมถึงใช้เวลานานในการที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นมาได้ ต้นตุลาคมปี 2561 นี้ ผมบริหารงานมาครบ 25 ปี และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมมุ่งมั่นอยู่เรื่องเดียวคือ Walter Knoll ทั้งเรื่องการพัฒนา การดูแลผลิตภัณฑ์ การออกแบบ เพื่อก้าวไปสู่ขั้นต่อๆ ไป สิ่งที่คุณเห็นในวันนี้คือสิ่งที่เราทำสำเร็จมาแล้ว แต่นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด เรายังต้องก้าวต่อไป
GM Live : อะไรที่ท้าทายคุณไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดสิ้นสุด
มาร์คัส เบนซ์ : การสร้างแบรนด์คือการเดินทาง และทุกการเดินทางก็มีระยะทางที่ต้องก้าวต่อไป ไม่ใช่ว่าผมไม่พอใจในผลงานตัวเอง แต่ผมยึดหลักเสมอว่า The Better is the Enemy of Good ต้องพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกเรื่อง และเราก็เห็นว่ามันคุ้มค่า ผมศรัทธาในความสัมพันธ์ระยะยาว ความภักดีต่อองค์กร ผมกับครีเอทีฟทำงานกันมาอย่างยาวนาน เพราะเราสามารถที่จะค้นหาลงลึกไปในรายละเอียดด้วยกันได้ เพราะพวกเขาเข้าใจความต้องการของเรา ยิ่งสื่อสารกันได้เข้าใจมากเท่าไร เราก็ยิ่งสามารถสร้างสรรค์งานได้มากกว่า เราก็สำเร็จได้มากกว่า ต่างคนต่างทำงาน แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือสินค้าในชื่อของ Walter Knoll ปัจจุบันนี้ ความท้าทายคือเรื่อง Digital Excellence มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เพราะทุกวันเราต้องทำงานเพื่อปรับโครงสร้างเหล่านี้ตลอด โลกดิจิทัลเป็นเรื่องของการมองเห็น สินค้าเราจะหน้าตาเป็นแบบไหนเมื่อมองผ่านหน้าจอ ทำอย่างไรให้ลูกค้าเห็นถึงความนุ่มของพื้นผิววัสดุ เห็นว่าสินค้าตัวนี้สวยมาก น่าซื้อมาก คำถามหลักที่ลูกค้าแทบทุกคนถามคือ “ถ้าซื้อเก้าอี้ตัวนี้ไปแล้วจะดูเป็นอย่างไรถ้าไปตั้งที่บ้าน” เราสร้างแอปพลิเคชันขึ้นมาชื่อ pCon.box ลูกค้าสามารถเข้าไปจัดการเลือกสินค้าแล้วลองจัดวางในห้องได้เลย ไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างภาพขึ้นมาเท่านั้น แต่สามารถต่อยอดให้ตรงความต้องการลูกค้าได้ด้วย ในขณะเดียวกัน เราก็ยังสร้างสรรค์งานฝีมือที่แสนประณีตเหมือนอย่างที่เราเคยทำมา
GM Live : อะไรคือสาระสำคัญที่คุณต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าของวอลเทอร์ โนลล์
มาร์คัส เบนซ์ : ทุกครั้งที่คุณซื้อเฟอร์นิเจอร์จากเราเท่ากับคุณซื้อส่วนหนึ่งของความเป็นวอลเทอร์ โนลล์ ซึ่งมีความสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าคุณซื้อเก้าอี้หรือโซฟาแค่นั้น ไม่ใช่แค่ซื้อวัตถุชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่แค่ซื้อความสะดวกสบาย แต่คือการเลือกซื้อความงามที่ต้องเก็บรักษาไว้ตลอดกาล และมันจะสวยงามยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป
ครั้งหนึ่งมีคนถามผมว่า คุณนำเข้าสินค้าอะไร ณ วันนี้ผมคงตอบว่า ผมนำเข้าผลลัพธ์ของเศรษฐกิจและวัฒนธรรมจากเยอรมนี เศรษฐกิจ หมายถึงผมต้องขายสินค้า ส่วนคำว่าวัฒนธรรมหมายถึงที่ประเทศเยอรมนี วัฒนธรรมของเรา เราให้การศึกษาแก่เด็กๆ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามาก เราลงทุนมหาศาลในการสร้างงานฝีมือที่ยอดเยี่ยม สำหรับผมเรื่องสำคัญที่สุดคือการมีสินค้าคุณภาพเยี่ยมส่งให้ลูกค้ามากกว่าจะสนใจว่าผมเหลือเงินเหรียญสุดท้ายในกระเป๋าอยู่เท่าไร
GM Live : คุณมองเห็นศักยภาพของกลุ่มลูกค้าในกรุงเทพฯ มากน้อยแค่ไหน
มาร์คัส เบนซ์ : กรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกที่ดีมากสำหรับสินค้าด้านไลฟ์สไตล์ เพราะผู้คนมีความรู้สึกดีที่เกี่ยวกับงานดีไซน์ กลุ่มเป้าหมายของผมคือกลุ่มคนที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม หรือผมเรียกกันว่า CCTG (Cross Culture Target Group) คือคนที่โตมาในที่ที่หนึ่ง ได้รับการศึกษาจากอีกที่หนึ่ง แล้วก็ทำงานอีกที่หนึ่ง แล้วก็อาจจะกลับบ้านเกิด ซึ่งยิ่งมีคนเหล่านี้มากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งมีความเข้าใจในเรื่องของงานดีไซน์มากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือผมไม่ได้สร้างสรรค์งานเพื่อรับใช้ความต้องการของคนกรุงเทพฯ คนเอเชีย หรือคนอเมริกัน ผมสร้างสรรค์งานให้มวลมนุษยชาติ อาจฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ผมเรียนด้านกฎหมาย ดังนั้น ผมจึงพยายามที่จะหาเหตุผลหรือปรัชญาเบื้องหลังการทำงาน ผมเดินทางค่อนข้างเยอะ และได้สัมผัสกับชนพื้นเมืองจากหลายๆ มุมโลก แอฟริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ คนส่วนใหญ่มักพูดว่า คนพวกนี้ไม่เหมือนเรา พวกเขาแตกต่าง ผมมองว่าแปลกที่คนส่วนใหญ่คิดแบบนั้น เพราะทุกคนเหมือนกันหมด ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น เพราะถ้าเรามองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น เรามีโครงสร้างสมองแบบเดียวกันที่ทำให้เป็นมนุษย์เหมือนกัน สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ หนึ่ง, ค่านิยมของสังคมให้ความสำคัญในเรื่องของความรับผิดชอบ ความเชื่อใจ ความไว้วางใจ ความภักดี สอง, ทุกวัฒนธรรมให้ความชื่นชมต่องานฝีมือที่ประณีตบรรจง เพราะส่วนที่ใหญ่ที่สุดของสมองคนเราเกี่ยวข้องกับการใช้มือมากที่สุด ทำให้เราพัฒนาจนมีวันนี้ได้ และอีกอย่างคือทุกวัฒนธรรมมีวัตถุดิบ วัสดุที่ดียอดเยี่ยมทั้งนั้น อาจจะเป็นผ้าขนสัตว์ ทองคำ ดังนั้น เมื่อเราผสานฝีมืออันประณีตกับวัสดุชั้นเลิศ เราก็จะได้ชิ้นงานที่สุดแสนวิเศษ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความหมายของการออกแบบ การผสมผสานระหว่างอารมณ์กับวัสดุ เวลาที่เรามองสินค้าวอลเทอร์ โนลล์ ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเห็นว่ามันสวยงามน่าตื่นตะลึง ซึ่งคุณสัมผัสได้ด้วยหัวใจ ไม่ต้องอธิบาย นี่คือความสำเร็จของเราในวันนี้
GM Live : ปี 2019 คุณเตรียมสินค้าหรือความงามแบบไหนไว้ให้พวกเราได้เลือกชมเลือกซื้อกันบ้าง
มาร์คัส เบนซ์ : ในปีหน้าครบรอบ 100 ปีของ Bauhaus โรงเรียนสอนศิลปะในเยอรมนี ซึ่งเปิดในปี 1919 นับเป็นช่วงปีแรกๆ ที่เฟอร์นิเจอร์แบบโมเดิร์นเข้ามามีบทบาทต่อสังคมและเริ่มผลิต ซึ่งเทคนิคที่ใช้ก็อยู่มาถึงปัจจุบัน งานศิลปะที่เป็นเลิศใช้วัสดุน้อย นั่นก็คือสิ่งที่เราเรียกว่า Minimal ผู้คนสัมผัสได้ถึงความพยายามที่ถูกต้องในการใช้วัสดุให้น้อยชิ้น แต่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ใช่ เรายึดหลักเสมอว่า Don’t make too much effort for nothing. ซึ่งหมายถึงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างความพยายามกับผลลัพธ์ควรเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ ในปีหน้าสินค้าของเราจึงใส่ DNA ของความเป็นโมเดิร์นลงไป ชิ้นงานที่มีความเป็นสถาปัตยกรรมมากกว่าแค่เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน ขอให้ทุกคนเฝ้ารอ เพราะนี่เป็นเซอร์ไพรส์สำหรับปีหน้า
GM Live : คำถามสุดท้าย อะไรคือความงาม
มาร์คัส เบนซ์ : ผมมองว่าเป็นเรื่องของความรู้สึก ความไม่สมบูรณ์แบบคือความสมบูรณ์แบบ อธิบายได้ง่ายๆ โซฟาหนังหนึ่งตัว รอยย่นจำเป็นต้องมี ความนุ่มก็จำเป็นต้องมี และนี่คือสิ่งที่ทำให้สวยงาม การถกเถียงกันเรื่องความหมายของความงามก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องเดียวกันคือเราต่างค้นหาความงาม
ข้อมูลเพิ่มเติม
  • เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ Walter Knoll นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการโดย บริษัท ชนินทร์ ลิฟวิ่ง จำกัด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโชว์รูมได้ที่อาคาร Noble Solo Thonglor ซอยสุขุมวิท 55 เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. +662 714 9040 หรือเว็บไซต์ chanintr.com
  • สนใจเลือกสินค้าและจัดวางในห้องแบบเสมือนจริง โหลดแอปพลิเคชัน pCon.box
  • วันที่ 14-24 มกราคม 2562 จะมีงานแสดงเฟอร์นิเจอร์สินค้าแต่งบ้าน The Imm Cologne (Internationale möbelmesse) ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

นักเขียน : ดวงกมล จันทร์เนตร์

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Advertisement
Connect
Newsletter Signup