Connect with us

Subscribe

Life

ท่ามกลางโรคระบาด
VR จะช่วยเราทำงานได้จากบ้าน

เรื่อง: สุชา

คิดเล่นๆ นะครับ ในสถานการณ์ COVID-19 ระบาด ยังพอมีแง่งามอะไรให้เรารู้สึกเหมือนได้รับน้ำทิพย์ชะโลมหัวใจอันแห้งผากได้บ้าง

อาทิ ช่วงนี้ถนนหนทางโล่งมาก รถไม่ติดเลย ไปห้างฯ ไหนก็หาที่จอดรถง่าย มีคนหาซื้อบ้านอยู่ต่างจังหวัดเยอะขึ้น ความหนาแน่นแออัดในกรุงเทพฯ น่าจะน้อยลง เพื่อนฝูงที่เป็นเจ้าของโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือนั้นขายดิบขายดี ผลิตแทบไม่ทัน  ทำเงินกระฉูด! (ขณะที่ตลาดหุ้นร่วงกราว)

ทุกคนลุกขึ้นมาทำความสะอาดบ้าน โรงแรม ที่พัก ใครกลับจากไปเที่ยวประเทศสุ่มเสี่ยงมาต้องกักกันตัวเอง ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทบทวนชีวิต ทบทวนตัวเองจนตกผลึก การไม่ออกจากบ้านไปไหน โดยเฉพาะในที่ที่มีคนมากมาย ทำให้ครอบครัวอบอุ่น อยู่บ้าน กินร้อน ช้อนกลาง กันพร้อมหน้า…

ไม่ต้องไปเที่ยวต่างประเทศ งานนี้ ททท. พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เร่งทำการตลาดไทยเที่ยวไทยแบบได้ผล เงินทองไม่ไหลออกแต่เดินสะพัดอยู่ในไทย…

กับ…นี่ไง เทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงและมันอาจถึงเวลาเร่งพัฒนาให้มันมีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้นอีก เพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยให้คนสามารถทำงานจากสถานที่อยู่ห่างไกลได้ เพราะไม่สามารถออกจากบ้านมาทำงานได้

VR คือเทคโนโลยีการจำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง โดยผ่านการรับรู้จากการมองเห็น เสียง สัมผัส แม้กระทั่งกลิ่น โดยตัดขาดเราออกจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันเพื่อเข้าไปสู่ภาพที่จำลองขึ้น

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวคราวด้านเทคโนโลยีเต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ VR แน่นอน, มันกำลังจะเปลี่ยนแปลงการทำงานของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นกระดานไวท์บอร์ดในห้องประชุมเสมือนจริง หรือการอวตารของเราทุกคนเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนที่สามารถโต้ตอบกันได้แบบ ไม่รู้จบ ราบรื่น แถมยังได้ผลสัมฤทธิ์ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แทบไม่ต่างจากการนั่งประชุมแบบเห็นตัวกันเป็นๆ

เป็นการประชุมเสมือนจริงผ่านหน้ากากหรือแว่นตา VR ที่ดีงามพอๆ กับการนัดประชุมกันตามปกติ เพียงแต่เราต้องใส่แว่นตา VR ซึ่งมันจะปิดบังใบหน้าและดวงตาพร้อมชุดหูฟังขนาดใหญ่ ซึ่งบางทีอาจต้องเลื่อนหรือขยับมันไป – มาบ้าง เพราะมันทำให้จมูกเราชุ่มเหงื่อ

แน่นอน, มันช่วยแก้ปัญหาความน่าเบื่อของหน้าจอผ่านการประชุมทางโทรศัพท์ หรือวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ด้วยการอวตารตัวเราเข้าไปอยู่ ณ สถานที่จำลองนั้นๆ แล้วนัดทุกคนให้ใส่แว่นตา VR ในเวลาเดียวกัน

ที่ผ่านมาหลายสำนักงานเริ่มประชุมวางแผนเกี่ยวกับการรับมือ COVID-19 โดยมีการพูดถึงการทำงานทางไกล การทำงานจากที่บ้าน การเร่งหาหนทางว่าจะทำอย่างไรดีท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ที่แผ่ขยายไปทั่วโลกและไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด

ไม่แน่ว่านักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกอาจเพิ่งประชุมทางไกลเสร็จ (ผ่าน VR) เพื่อร่วมมือและวางแผนในการใช้วัคซีน COVID-19 โดยการบีบหยดเลือดเสมือนลงในจานเลี้ยงเชื้อจำลองเสมือน แล้วฉายการวิเคราะห์โฮโลแกรมบนผนังดิจิทัลผ่าน VR กระทั่งพัฒนามันจนสำเร็จ และเตรียมประกาศข่าวดีแก่ชาวโลก เย้!

Los Angeles Times ตีพิมพ์บทความเร็วๆ นี้ เรื่องอนาคตและชีวิตที่สอง แฟนๆ ที่ตามติดเทคโนโลยี VR รู้ดีว่าที่ผ่านมามีการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมแบบดิจิทัล การจำลองการบิน ซึ่งเจ้าเทคโนโลยี VR นี้ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาจากบริษัทใหญ่อย่างเอชทีซี กูเกิล และเฟซบุ๊ก

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แม้จะมีการเริ่มต้นที่ช้าในการใช้ VR เรื่องการดูแลสุขภาพ งานสถาปัตยกรรม การค้าปลีก การก่อสร้าง และวิศวกรรม แต่มันกำลังจะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นจากวันนี้ไปด้วยเทคโนโลยี 5G กับบอกว่า VR จะบูมมากในปี 2024

นักวิเคราะห์ของ ABI Research Michael Inouye บอกกับ Computer Weekly เมื่อเดือนก่อนว่า การประชุมเสมือนจริงจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นเมื่อฮาร์ดแวร์และแพลตฟอร์มได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งคำวิเคราะห์ดังกล่าวไม่ได้น่าตื่นเต้น นัก เพราะการประชุมเสมือนจริงเหลือแค่การพัฒนาอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อชี้ให้เห็นแง่งามของ COVID-19 ที่ยังพอมีให้เห็นอยู่ ว่าการทำงานท่ามกลางโรคระบาดอาจไม่ได้น่ากลัวและชวนตระหนกตกใจจนเกินเหตุ ในทางตรงกันข้าม COVID-19 อาจเป็นแรงกระตุ้นให้เราเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีใดๆ ก็ตาม เพื่อการแก้ปัญหา ซึ่งรวมถึงการทำงานทางไกลแบบที่ไม่ต้องมาเจอหน้าเจอค่าตากันทุกวันโดยไม่จำเป็น ทว่ายังคงประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่พอกันกับรูปแบบการทำงานแบบเดิม

ยุคอินเทอร์เน็ตติดจรวดมันกำลังพาพวกเราขยับเข้าใกล้การปลดปล่อยตัวเองออกจากความน่าเบื่อหน่ายทุกประการ อนาคตเราไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่มกระจุกตัวกันอยู่แต่ในเมืองที่ค่าครองชีพนับวันยิ่งพุ่งสูงและแพงมาก จึงเป็นเรื่องที่ดีมากหากเทคโนโลยีช่วยให้เรายังคงให้บริการลูกค้า ทำงานร่วมกัน มีการฝึกอบรมทางไกลโดยเทคโนโลยี VR เข้ามาช่วยจัดการแก้ปัญหาให้ไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน

มีรายงานสถิติบอกว่าประมาณร้อยละ 3.4 ของแรงงานสหรัฐฯ ทำงานทางไกล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่ได้รับค่าแรงงานสูง แต่นั่นถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากหากเปรียบเทียบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้จากการปฏิวัติดิจิทัลในอนาคตอันใกล้

เอาน่ะ, อะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ COVID-19 แม้การประชุมเสมือนจริง เราจะไม่ได้สบตากันจริงๆ กับไม่มีมื้อเบรค อาหาร หรือกาแฟให้รับประทาน แต่มันก็ยืนยันได้ว่าวันนี้วันพรุ่งหากเกิดวิกฤตอะไรขึ้นกับโลกใบเบี้ยวๆ มนุษย์เราก็พร้อมจะรับมือ

ว่าแต่ตอนนี้ – ขอแค่วัคซีน COVID-19 ที่รักษาโรคได้จริง ไม่ได้อยู่แค่ในโลกเสมือน หรือ VR ก็พอ

ขอบคุณข้อมูล: wired.com

Written By

Don Don Donki x The Market
ช่วยเสิร์ฟสินค้าจำเป็นด้วยแนวคิด ‘สะอาด ปลอดภัย มั่นใจ’

Life

AVANT-GARDE WATCH

Life

รันเวย์ปิด แต่วงการแฟชั่นตื่นตัวช่วยฝ่าวิกฤติ COVID-19

Life

รับมือ COVID-19 แบบจิตไม่ตก

Life

ถอดบทเรียนตัวอย่างผู้นำที่ดี กับการรับมือวิกฤติ COVID-19

Life

ห่างไกลจากโรคร้าย ด้วยการเรียน ‘ออนไลน์’ ที่ทำได้จากที่บ้าน

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup