Connect with us

Life

อุสซูพิส เมืองแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิจะรักและดูแลแมว

เรื่อง : พชร สูงเด่น 

รัฐอิสระใจกลางลิทัวเนีย และรัฐธรรมนูญที่กล่าวถึงสิทธิที่จะรักและดูแลแมว (หรือไม่รักอะไรเลย)

“ทุกคนมีสิทธิในการตาย (หากนั่นไม่ใช่ข้อบังคับ), สิทธิในการทำผิดพลาด, สิทธิที่จะสงสัย, สิทธิที่จะรัก และถูกรัก (หากข้อหลังนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น), สิทธิในการมีความสุข, สิทธิในการที่จะไม่มีความสุข, สิทธิในการมีศรัทธา, สิทธิในการเลือกสัญชาติของตนเอง, สิทธิที่จะเข้าใจ หรือปฏิเสธที่จะเข้าใจอะไรเลย, สิทธิที่จะรักและดูแลแมว (หากแมวไม่ต้องรักและดูแลคุณกลับ)…”

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลกและโกหก หากจะบอกว่าข้อความข้างต้นคือบางส่วนของรัฐธรรมนูญประจำรัฐอิสระแห่งหนึ่ง หากแต่นี่เป็นข้อความจริง และรัฐแห่งนี้มีตัวตนอยู่จริง ณ ที่ตั้งในเมืองหลวงวิลนีอุส แห่งประเทศลิทัวเนีย

รัฐแห่งนี้มีชื่อว่า ‘อุสซูพิส’ (Uzupis) ที่ตามหลักการแล้วนั้นคือเขตการปกครองพิเศษในย่านเมืองเก่า แต่ในทางปฏิบัติและความรับรู้ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้แล้วนั้น อุสซูพิสคือรัฐอิสระของพวกเขา ที่มีรัฐธรรมนูญ (ข้างต้น) เป็นของตนเอง มีระบอบการปกครอง รัฐสภา รัฐมนตรี เป็นของตนเอง และเรื่องราวของพวกเขาที่ฟังดูเคลือบอุดมการณ์กินไม่ได้ จนกลายเป็นเรื่องตลกของคนทั่วไปนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เมื่อได้รู้ว่าอุสซูพิสนั้นก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1997 (April Fool’s Day) จากการพูดคุยกันของศิลปินสองคนในบาร์แห่งหนึ่ง ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็น ‘รัฐสบาร์’ (Barliament) ที่ยังคงถูกใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญๆ ทั้งเลือกตั้ง แต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่ และเป็นสถานที่พบปะกันของผู้คนในเมืองอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้

เราเดินข้ามย่านเมืองเก่าของวิลนีอุสมาจนเจอสะพานไม้ที่เชื่อมต่อเมืองที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่ง ด้วยเสียงเพลง ธงสีสันต่างๆ ที่เห็นเด่นชัดออกมาจากย่านนั้น ทำให้รู้ทันทีว่าเรามาถึงอุสซูพิสแล้ว และเมื่อเดินข้ามสะพานไม้นั้นไป ก็พบกับชื่อเมืองที่ทำให้มั่นใจ ติดอยู่กับป้ายจราจรที่เป็นรูปหน้ายิ้ม 🙂 ราวกับจะเชื้อเชิญให้ผู้คนที่กำลังจะก้าวเข้าไปสู่เมืองนี้ปรับอารมณ์ตนเอง ให้ยิ้มแย้มเสียก่อนที่จะเข้าไปสู่ดินแดนของพวกเขา

อุสซูพิสนั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นย่านของชาวยิว หากแต่ผู้คนในเมืองถูกกวาดล้างไปในช่วงสงครามโลก และด้วยความที่ถูกตัดขาดออกจากเมืองหลวงด้วยแม่น้ำวิลเนีย ก็ทำให้อุสซูพิสกลายเป็นย่านที่ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างต่อเนื่อง ในสมัยที่ลิทัวเนียถูกปกครองโดยโซเวียต หากแต่ความเป็นอิสระจากการดูแลโดยภาครัฐ บ้านที่ถูกปล่อยร้าง ในที่ดินราคาถูกนั้นกลับดึงดูดศิลปิน วัยรุ่น เหล่านักเดินทางทั้งหลาย ที่ค่อยๆ รวมตัวกัน และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีการจัดการอย่างอิสระโดยพวกเขาเอง และเมื่อใครคนใดคนหนึ่งพูดติดตลกขึ้นมาในวันที่ 1 เมษายนนั้นว่า อุสซูพิสควรจะเป็นรัฐอิสระโดยสมบูรณ์ มุกตลกนั้นกลับได้รับความเห็นด้วยจากทุกคนในบาร์แห่งนั้น และร่วมลงนามตกลงให้อุสซูพิสเป็นรัฐอิสระบนกระดาษที่พอจะหาได้ในบาร์ ที่กลายมาเป็นรัฐสบาร์ และผู้เอ่ยไอเดียนั้นขึ้นมาก็กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอุสซูพิสด้วยความยินยอมจากผู้คนรอบตัว

และถึงแม้อุสซูพิสจะถูกก่อตั้งในวันเอพริลฟูลส์ แต่การจัดการของอุสซูพิสกลับเป็นเรื่องที่ผู้คนในเมืองให้ความสำคัญและใส่ใจกับหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างจริงจัง มีการแบ่งหน้าที่การทำงานผ่านรัฐมนตรีต่างๆ ทั้งรัฐมนตรีด้านความสัมพันธ์ของผู้คน รัฐมนตรีด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการดูแลสุขภาวะกายและใจ ด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ ที่การแต่งตั้งนั้นมีทั้งผ่านการเลือกตั้ง หรือหากใครคิดว่าตนเองเหมาะสมกับงานด้านใดก็สามารถมาแจ้งในที่ประชุมของเมืองที่มีการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ และเสนอตนเองเข้าในวาระที่ประชุมได้ หรือแม้กระทั่งนักเดินทางอย่างเราๆ เองนั้น ก็สามารถเสนอให้ตนเองเป็นทูตอุสซูพิสประจำประเทศตนเองได้หากประทับใจในการมาเยือน ทั้งนี้ทั้งนั้นตำแหน่งทั้งหลายที่ถูกจัดตั้งขึ้นมา ไม่ได้หมายถึงอำนาจหรือความเป็นผู้ควบคุม ก่อตั้งกฎเกณฑ์อะไร หากหมายถึงการเป็นผู้ดูแล พัฒนาในเรื่องนั้นๆ ให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้คนในอุสซูพิสอยู่กันได้อย่างมีความสุขในดินแดนที่พวกเขาสร้างขึ้นมา

“โลกเรานั้นเริ่มจะจริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่างกันมากเกินไป เราน่าจะสนุกกับชีวิตและสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้มากขึ้นกว่านี้ มองชีวิตให้เป็นเรื่องสนุก ใส่ใจในเรื่องที่ควรใส่ใจ และขำใส่มันไปในเรื่องที่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ”

เจ้าของร้านขายของที่ระลึกกล่าวกับเรา ร้านของเขานั้นตกแต่งหน้าร้านคล้ายด่านตรวจคนเข้าเมือง และมีมุมให้นักเดินทางเข้ามาแสตมป์พาสปอร์ตตราประเทศอุสซูพิสในร้านของเขาได้

ความทีเล่นทีจริงของอุสซูพิสนั้นมีอยู่ทั่วเมืองตั้งแต่ป้ายจราจรหน้ายิ้ม รัฐสบาร์ รูปปั้นพระเยซูสะพายย่าม รวมไปถึงถนนรัฐธรรมนูญ ที่มีแผ่นป้ายสีเงินขนาดใหญ่ ติดตั้งไว้บนกำแพงตลอดความยาวของถนน รัฐธรรมนูญ 41 ข้อ ที่ดูเป็นข้อความทีเล่นทีจริงของพวกเขานั้น ปัจจุบันมีการร่วมมือกันอย่างจริงจังกับสถานทูตของนานาประเทศในการสนับสนุน การติดตั้งป้ายที่ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ มากเกือบ 30 ภาษา และการที่ประเทศใดจะสามารถติดตั้งรัฐธรรมนูญแห่งอุสซูพิสในภาษาของตนเองได้บนถนนนี้นั้น ก็จะต้องมีเรื่องราวความสัมพันธ์บางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศนั้นกับอุสซูพิส ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องจริงจังตั้งแต่ การมีรากภาษา มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน หรืออาจจะเป็นความสัมพันธ์ดิจิทัล เพียงแค่มีบล็อกเกอร์จากประเทศนั้นเขียนถึงอุสซูพิสก็ย่อมได้

“ทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในอิสรภาพของตนเอง…”

ยืนอ่านแผ่นป้ายสีเงินขนาดสูงท่วมหัวมาจนบรรทัดเกือบสุดท้าย เป็นเพียงไม่กี่ข้อที่กล่าวถึงหน้าที่ ที่เอาเข้าจริงแล้วน่าจะครอบคลุมหน้าที่ขั้นพื้นฐานในการได้รับสิทธิเสรีภาพข้อเบื้องต้นทั้งหมดที่ว่านั้นมา ในความเบาหวิวทีเล่นทีจริงของอุสซูพิสนั้นดูจะมีความจริงจังในเรื่องที่เป็นสิ่งสลักสำคัญแฝงอยู่เสมอ รัฐธรรมนูญ 41 ข้อที่ข้อแรกๆ อาจทำให้ขำออกมา หากแต่เมื่ออ่านมาจนบรรทัดสุดท้าย กลับพบนัยการให้ความสำคัญในเรื่องความอดทนอดกลั้น เสียสละแบ่งปัน เคารพในความต่าง มิตรภาพ และสันติภาพของผู้คน

และถึงแม้อุสซูพิสจะเป็นเรื่องตลกสำหรับคนภายนอกอย่างไร อุสซูพิสนั้นก็มีการเลือกตั้งตามระยะเวลาที่ผู้คนในเมืองนั้นเห็นพ้องต้องกัน ‘รัฐสบาร์’ ของพวกเขามีการนัดประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างอิสระ มีผู้คนในเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความเห็นต่อเมืองด้วยอย่างสม่ำเสมอ รัฐธรรมนูญ 41 ข้อที่กล่าวถึงสิทธิในการรักแมว และ ‘รัฐสบาร์’ ของพวกเขานั้นอาจเป็นเรื่องตลกสำหรับผู้คนภายนอก หากแต่บางทีแล้วเรื่องราวของโลกภายนอก อาจเป็นเรื่องตลกร้ายที่พวกเขาอาจส่ายหัวในความไม่ตลกของมัน

Written By

เสรีนิยมยืนขึ้น บทเรียนแด่ผู้มีจิตเสรีในสังคมที่ยังย่ำอยู่กับที่

Interview

โลกร้อนคืออาการ บริโภคนิยมคือเชื้อโรค

Life

ฅ.ฅนสร้างบ้าน บ.บ้านสร้างฅน : แพร-ฉัตรพร นิลธรรมชาติ

Interview

Advertisement
Connect