Connect with us

Subscribe

Life

ปั่นบางกอก เที่ยวโอลด์ทาวน์กับช่างภาพส่วนตัว

เรื่อง : Jack Worapan ภาพ : ศักดิ์สิริ ทรัพย์ยิ่ง

เช้าวันนี้เรามีนัดกับคู่รัก อีฟ-มาริษา รุ่งโรจน์ บล็อกเกอร์ ศิลปินที่มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรม evemarisa และแฟนเพจ abovethemars นับแสนคน และ อาร์ม-รุ่งโรจน์ นาคสุข นักธุรกิจหนุ่มผู้ก่อตั้งร้าน 911 assistant ที่คนรักปอร์เช่ในบ้านเรารู้จักมักคุ้นกันดี

ทั้งสองเป็นคู่รักที่ให้เราจัดทริปพาขี่จักรยานสืบเสาะหาวัฒนธรรม ความงามที่หลงเหลืออยู่ในเขตเมืองเก่าของกรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมให้เก็บภาพประทับใจไว้เป็นบันทึกความทรงจำอีกด้วย

หลังจากที่คุยเรื่องเส้นทาง การใช้ถนน ตรอก ซอย ความปลอดภัย รวมถึงสถานที่ที่เราจะไปเยือน ทั้งคู่รัก จักรยาน มัคคุเทศก์ และ ช่างภาพแนวสตรีทมืออาชีพก็พร้อมออกจากร้านทัวร์จักรยาน ‘ดีกว่าเดิน’ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวพระนคร

เรามุ่งตรงไปยังชุมชนเก่าแก่ที่อยู่คู่กำเนิดกรุงเทพมหานคร อย่างชุมชนบ้านบาตร ชุมชนเดียวที่คงอาชีพเดิมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจนถึงวันนี้

ชุมชนบ้านบาตร

ชาวบ้านบาตรในยุคก่อร่างสร้างกรุงคือผู้ที่ย้ายถิ่นฐานจากกรุงเก่าสู่พระนครใหม่ พร้อมวิชาการทำบาตรพระที่สืบทอดกัน โดยเลือกลงหลักปักฐานข้างคลองรอบกรุง ใกล้ชิดกำแพงพระนครเพื่อความอุ่นใจและปลอดภัยในยุคที่บ้านเมืองยังระอุด้วยไอสงคราม

ปัจจุบันชาวบ้านบาตรยังคงมีอาชีพผลิตบาตรพระแบบทำมือตามเทคนิคโบราณอยู่เช่นเดิม แต่จะรับงานแบบ Made to Order ผลิตตามสั่งเท่านั้น ซึ่งช่างแต่ละบ้านล้วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป ในขั้นตอนการทำบาตร สิ่งที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันมีเพียงการเชื่อม
จากเดิมที่ใช้เตาไฟสุมเชื่อมแบบหลอมทองแดง ก็เปลี่ยนเป็นการเชื่อมแบบไฟฟ้าแทน โดยที่คุณภาพของบาตรนั้นไม่เปลี่ยนไป

อดีตบ้านพักของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

เมื่อเราคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนแล้ว เราพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า บ้านไม้ขนาดใหญ่ทรงปั้นหยาที่ตั้งอยู่ในชุมชนใกล้ถนนบริพัตร เคยเป็นที่พักอาศัยของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษของไทยในสมัยที่ท่านเป็นเด็กนักเรียนจากสงขลาเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อีกด้วย
หลังเก็บภาพถ่ายในชุมชนบ้านบาตรอย่างอิ่มหนำแล้ว เราก็มุ่งไปทางทิศเหนือสู่ย่านภูเขาทอง ข้ามถนนราชดำเนินสู่ชุมชนวัดปรินายก ย่านพักอาศัยของข้าราชการชั้นสูงของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย

เราจะเห็นบ้านไม้โบราณในบริเวณพื้นที่นี้หลายหลัง เส้นทางจักรยานพาเราลัดเลาะเข้าสู่ตรอกทางเดินริมคลองบางลำพู ที่ตั้งของชุมชนบ้านพานถม อีกหนึ่งชุมชนเก่าแก่ที่ก่อตั้งในยุคเดียวกับชุมชนบ้านบาตร เพียงแต่ในปัจจุบันนั้น ‘บ้านพานถม’ เหลืออยู่เพียงชื่อเรียกขานเท่านั้น ไม่มีการผลิตทั้งพานหรือทั้งเครื่องถมในชุมชนนี้หลงเหลืออยู่อีกแล้ว

คลองบางลำพู

คลองบางลำพูได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ ชาวบ้านริมคลองก็ปรับตัวให้สอดคล้องกันเพื่อตอบรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว อาคารหลายหลังเปลี่ยนตัวเองเป็นร้านอาหาร โฮสเทลขนาดเล็ก คุณอีฟและคุณอาร์มดูเพลินตาเพลินใจกันอยู่บนสะพาน ช่างภาพของเราได้ภาพคู่รักโรแมนติกกับบรรยากาศริมคลอง

เราปั่นชมวิวริมคลองบางลำพูมาจนถึงถนนสามเสน ข้ามถนนเข้าสู่ชุมชนวัดสามพระยา แหล่งอาศัยของเจ้าขุนมูลนายเก่า พร้อมผู้ประกอบการค้าที่คลองบางลำพู มื้อเที่ยง เราแวะพักรับประทานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังริมถนนพระอาทิตย์ ‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ย’ ที่รสชาติครองใจยอดนักชิมและคนรักเนื้อมากว่าครึ่งศตวรรษ

พออิ่มท้อง เราลัดเลาะเข้าสู่ซอยรามบุตรี ย่านท่องเที่ยวสำคัญในมุมมองของต่างชาติ เข้าสู่ถนนจักรพงษ์ เพื่อเข้าชุมชนมัสยิดจักรพงษ์ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความเจริญในปัจจุบันตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ชุมชนนี้เกิดจากสงครามปราบรัฐปัตตานี ในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อสยามรบชนะปัตตานี ก็ได้กวาดต้อนเชลยมุสลิมจากปัตตานีขึ้นมา และมอบที่ดินทำกินให้อาศัยในบริเวณพระนคร และชาวแขกปัตตานีนี้ก็มีฝีมือช่างทองติดตัวมา ทำให้ได้ทำงานเป็นนายช่างฝีมือในวังกันมากมาย

มัสยิดจักรพงษ์

มัสยิดจักรพงษ์ถูกรายล้อมด้วยบ้านเรือนหนาแน่น ทางเดินในชุมชนมีขนาดเล็กมาก จักรยานคันเล็กเราผ่านเข้าไปได้แบบพอดี สร้างความตื่นเต้นตื่นตาให้กับคณะผู้มาเยือนพอสมควร

เราออกจากย่านชุมชนมัสยิดจักรพงษ์กลับสู่สวนสันติไชยปราการ เพื่อลัดเข้าทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาพาเราสู่ท่าพระจันทร์ คุณอีฟขอแวะเข้าไปเยือนมหาวิทยาลัยศิลปากรที่เธอสำเร็จการศึกษามาให้หายคิดถึง แล้วเดินทางต่อสู่ท่าเตียน อีกชุมชนที่อาศัยอยู่ก่อนการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ แต่บัดนี้กลายเป็นย่านคาเฟ่ โฮสเทลสุดฮิป

Pink Rabbit + Bob

เราแวะคาเฟ่สุดเก๋ ตกแต่งร้านสไตล์อังกฤษ ขายขนมเค้กเลิศรสคู่กับเครื่องดื่มที่ปรุงมาอย่างดี คาเฟ่ ‘Pink Rabbit + Bob’ อยู่ริมถนนมหาราช พักเหนื่อยและเก็บรูปสวยๆ กับบรรยากาศในร้านได้อีก

White Mouse Cafe

จากนั้นเราขอพาคุณอาร์ม ผู้หลงใหลในรถยนต์ เพื่อไป White Mouse Cafe ที่เปิดขึ้นเพื่อทริบิวต์ให้กับพระองค์เจ้าพีระ ยอดนักแข่งรถผู้สร้างชื่อเสียงให้ชาวไทยมาตั้งแต่สมัยที่นักแข่งรถ มีเครื่องป้องกันอันตรายเพียงหมวกหนังและแว่นตาขับรถ คาเฟ่อยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของวังจักรพงษ์ ภายในร้านประดับตกแต่งด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระองค์เจ้าพีระ และรถแข่งของท่าน แม้กระทั่งสีที่ใช้ในร้านก็ล้วนเป็นสีฟ้าบูกัตติ สีเดียวกับรถรอมิวลุสและหนุมานของพระองค์ด้วย

เพลิดเพลินกับ 2 คาเฟ่แล้ว เราปั่นต่อเข้าสู่ย่านปากคลองตลาด เข้าชุมชนบ้านหม้อ ระหว่างทางในซอยลับหลังตลาด เราเลี้ยวขวาเข้า ‘Farm to Table’ ร้านนี้เสิร์ฟเครื่องดื่ม ไอศกรีม และเมนูของหวาน ที่ใช้วัตถุดิบสดจากฟาร์มมาถึงโต๊ะอาหาร-ของเขาตามชื่อร้าน ไอศกรีมที่นี่ไม่ทำให้คุณอีฟและคุณอาร์มผิดหวัง

ออกจากร้าน Farm to Table เราลัดเลาะสู่ย่านถนนเฟื่องนคร ที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่ที่ขยายตัวขึ้นภายในเขตกำแพงพระนคร อย่างชุมชนตรอกหม้อ ที่อดีตเคยเฟื่องฟูจากอุตสาหกรรมการผลิตหม้อดิน เพื่อส่งขายที่ย่านบ้านหม้อ ปัจจุบันเมื่อมีหม้อโลหะเข้ามาแทนที่ ผู้คนจากชุมชนนี้จึงเปลี่ยนอาชีพมาค้าขายเครื่องสังฆภัณฑ์ พัฒนาสู่การเป็นโรงหล่อพระและงานโลหะในที่สุด

Avatar
Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup