Connect with us

Subscribe

Entertainment

เราสงสัยว่าคน 5 ทวีป
ฟังเพลงเหมือนกันไหม?

ฟังเพลง
เรื่อง : ฤกษ์ระพี โสภณ

ปี 2019 ที่ผ่านมาโลกใบนี้ยังคงความหลากหลายทางดนตรีเอาไว้เช่นเคยพร้อมกับการถือกำเนิดของเพลงใหม่ๆ ที่ถูกปล่อยออกมาให้ชาวเราได้ฟังกันสลับสับเปลี่ยนกันอย่างสนุกหูตลอดช่วง 12 เดือนในแบบที่หลายๆ คนอาจจำไม่ได้แล้วว่าแต่ละเดือนเพลงไหนคือเพลงที่ติดหูและทำให้ฮัมเพลงร้องตามได้อยู่ตลอด และด้วยบทความนี้ผมขอถือโอกาสพาทุกคนเปิดภาพกว้างของวงการเพลงทั่วโลกในปีที่ผ่านมาย้อนกลับไปดูกันว่าแต่ละมุมในโลกใบนี้เพลงอะไรฮิตเป็นอันดับ 1 บ้างในช่วงปีที่ผ่านมา

อเมริกา

เริ่มกันที่อเมริกาที่ความเคลื่อนไหวของวงการเพลงในประเทศส่งผลต่อวงการเพลงทั่วโลกอยู่เสมอ เพลงอันดับ 1 ของปี 2019 จากชาร์ตที่มีอิทธิพลต่อผู้ฟังมากอย่าง Billboard Hot 100 คือเพลง Old Town Road ของ Lil Nas X แร็ปเปอร์วัย 20 ปีที่เพิ่งปล่อยอีพีอัลบัมชุดแรกของเขาออกมาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเวอร์ชันที่ฮิตติดท็อปชาร์ตเป็นการร่วมงานกับ Billy Ray Cyrus ศิลปินในสไตล์คันทรีทำให้เพลงนี้ถูกตีตราระบุว่าเป็นแนว ‘คันทรี-แร็ป’ และจุดกระแสให้เพลงแนวนี้ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ด้วยการผสมผสานดนตรีแนวคันทรีที่โดดเด่นด้วยเสียงแบนโจ เข้ากับบีทในสไตล์แทร็ปที่คอเพลงฮิปฮอปสมัยใหม่คุ้นเคยกันดี ซึ่งในปีที่ผ่านมาเพลง Old Town Road ทั้งเวอร์ชันต้นฉบับและเวอร์ชันรีมิกซ์สามารถครองชาร์ตอันดับ 1 ได้ใน 20 ประเทศทั่วโลก

ด้วยความนิยมของเพลง Old Town Road ที่ระเบิดขึ้นมาเพียงไม่กี่เดือนทำให้ Lil Nas X กลายเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่ถูกจับตามองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจากงานประกาศรางวัลต่างๆ ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการถูกเสนอชื่อเข้าชิง 6 รางวัลในงาน Grammy Awards ครั้งที่ 62 ที่จัดขึ้นในปีนี้อีกด้วย

Trivia: เบื้องหลังเพลง Old Town Road มาจากบีทของ YoungKio โปรดิวเซอร์ชาวดัทช์ที่ Lil Nas X ซื้อบีทนี้มาในราคาเพียง 30 เหรียญและใช้เวลาบันทึกเสียงเพียง 1 วันก่อนที่จะออกมาเป็นเวอร์ชันแรกของเพลงฮิตแห่งปีที่ทุกคนคุ้นหูกัน

ยุโรป

ถ้าพูดถึงฝั่งยุโรปก็ต้องเป็นชาร์ตเพลงจากเกาะอังกฤษที่ดูเหมือนจะมีอิทธิพลต่อทั่วโลกมากที่สุด ซึ่งอันดับ 1 ของชาร์ต UK Top 40 ในปี 2019 คือเพลง Someone You Loved ของ Lewis Capaldi นักร้อง-นักแต่งเพลงวัย 23 ปีชาวสกอตแลนด์ ที่ผลงานเปิดตัวของเขาเมื่อปี 2017 สะดุดตาสื่อรายใหญ่อย่าง BBC จนทำให้เขาได้รับโอกาสจากศิลปินดังมากมายให้ร่วมทัวร์คอนเสิร์ตซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Sam Smith ศิลปินที่คว้า 4 รางวัล Grammy Awards เมื่อปี 2015

ปัจจุบัน Lewis Capaldiกลายเป็นศิลปินที่วงการเพลงทั่วโลกจับตามองด้วยสไตล์เพลงที่ถูกเรียกว่า ‘บลูอายด์-โซล’ ด้วยนำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง และเนื้อเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้อารมณ์จากเพลงของเขาสื่อตรงถึงหัวใจของผู้ฟังทั่วโลกจนทำให้เพลง Someone You Lovedได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและเข้าไปอยู่ระดับ Top 20 ของชาร์ตเพลงใน 20 กว่าประเทศทั่วโลก และยังได้เข้าชิงรางวัลเพลงแห่งปีในงานประกาศรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 62 ด้วยเช่นกัน

Trivia: Lewis Capaldi ใช้เวลาในการแต่งเพลง Someone You Loved นานถึง 6 เดือนเพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้สึกของการเลิกราหรือสูญเสียคนที่รักไป และระยะเวลา 6 เดือนยังเป็นสถิติของเพลงนี้ที่ใช้ในการไต่ชาร์ต Billboard Hot 100 จากการเข้าชาร์ตอันดับที่ 85 ในเดือนพฤษภาคม สู่อันดับ 1 ของชาร์ตในเดือนพฤศจิกายน กลายเป็นหนึ่งในตำนาน ‘สลีปเปอร์ ฮิต’ ของ Billboard

ออสเตรเลีย

ข้ามฝั่งมาซีกโลกใต้ที่ออสเตรเลียบนชาร์ต ARIA Singles ซึ่งในปี 2019 ที่ผ่านมาเป็นปีของเพลง Dance Monkey ผลงานของ Tones and I ศิลปินอินดี-ป็อปหญิงชาวออสเตรเลีย ที่สร้างสถิติใหม่ให้กับชาร์ตเพลงในออสเตรเลียด้วยการครองอันดับ 1 ยาวนานถึง 21 สัปดาห์ทำลายสถิติเพลง Shape of You ของ Ed Sheeran ที่ทำไว้ 15 สัปดาห์เมื่อปี 2017 ด้วยสไตล์เพลงอิเลคโทรนิกป็อปที่ฟังสนุก ส่งพลังผ่านเมโลดีและเนื้อเพลงที่ทำให้ติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน จนทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตพร้อมกับทะยานสู่อันดับ 1 ในชาร์ตเพลงมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

ในงานประกาศรางวัล ARIA Music Awards ที่ผ่านมาเพลง Dance Monkey ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากถึง 7 สาขา และทำให้ Tones and I ได้รางวัล Best Female Artist, Best Pop Release และ Breakthrough Artist นอกจากนี้ความสำเร็จของเธอยังข้ามไปถึงฝั่งอังกฤษที่เธอสามารถสร้างสถิติเป็นศิลปินหญิงที่ขึ้นอันดับ 1 บน UK Top 40 ติดต่อกันได้ยาวนานที่สุด 11 สัปดาห์ทำลายสถิติของเพลง I Will Always Love You ของ Whitney Houston และเพลง Umbrella ของ Rihanna ที่ทำไว้ 10 สัปดาห์

Trivia: Tones and I แต่งเพลง Dance Monkey ในระหว่างที่เธอกำลังเร่แสดงไปตามท้องถนนในออสเตรเลีย เธอได้ถ่ายทอดความรู้สึกกดดันในการที่เธอพยายามสร้างความสนุกให้กับผู้คน ที่บางครั้งคนดูไม่รู้สึกสนุกไปกับเธอและก้มหน้ากดโทรศัพท์ ออกมาในเพลงนี้ด้วยการสื่อถึงช่วงเวลาที่คนดูรู้สึกสนุกและตะโกนออกมาว่า ‘เอาอีก!, เอาอีก!’

อเมริกาใต้

ขยับต่อไปในโซนซีกโลกใต้ไปทางฝั่งลาตินอเมริกาที่ในปีนี้ต้องขอยกอันดับ 1 ให้กับเพลง Con Calma ของ Daddy Yankee แรปเปอร์ชาวเปอร์โตริโก ที่ร่วมงานกัน Snow แรปเปอร์ชาวแคนาดา ที่ยึดชาร์ตเพลงในหลายๆประเทศแบบยาวนาน และที่เป็นสถิติอันยอดเยี่ยมของเพลงนี้คือการทำสถิติเป็นมิวสิควีดีโอที่มียอดวิวสูงที่สุดทั่วโลกบน YouTube ประจำปี 2019 ซึ่งปัจจุบันมียอดวิวทะลุ 1,600 ล้านวิวไปแล้ว

เพลง Con Calma ถูกนิยามว่าเป็นเพลงสไตล์ ‘เรกเก้ตรอน’ ที่ผสมผสานจังหวะในสไตล์ ‘แดนซ์ฮอลล์’ ตัวเนื้อเพลงพูดถึงเสน่ห์ของหญิงสาวที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการเต้น ซึ่งความสำเร็จในเพลง Con Calma ถูกมองว่าเป็นการต่อยอดชื่อเสียงของเขาจากการร่วมงานกับ Luis Fonsi ในเพลง Despacito ที่จุดกระแสเพลงลาตินป็อปให้ดังไปทั่วโลกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

Trivia: เพลง Con Calma ถูกเรียกว่าเป็นเพลงที่สร้างขึ้นมาใหม่จากจินตนาการในเพลง Informer ของ Snow ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 1992 และด้วยเหตุนี้ทำให้ทาง Daddy Yankee แสดงความนับถือต่อต้นฉบับและติดต่อให้ Snow มาร่วมงานกัน

เอเชีย

มาถึงฝั่งเอเชียกันบ้าง และด้วยความหลากหลายของภาษาก็จะขอพูดถึงชาร์ตในหลายประเทศหน่อย เริ่มด้วยใกล้ๆบ้านเรากับชาร์ต RIAS Top 30 Digital Streaming ของสิงคโปร์ที่ในปี 2019 มีเพลงเพียง 7 เพลงเท่านั้นที่สามารถขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ตได้ในปีที่ผ่านมาและเป็นเพลง Señorita ของ Shawn Mendes และ Camila Cabello ที่อยู่ในอันดับ 1 ของชาร์ตได้มากที่สุดรวม 13 สัปดาห์ และยังขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาที่เพลงนี้ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจากสไตล์เพลง ‘ลาตินป็อป’ ที่ถูกทอดออกมา

Trivia: เพลง Señorita เกิดขึ้นจากเมโลดี้กีตาร์ของ Andrew Watt โปรดิวเซอร์ชื่อดังในอเมริกาซึ่งเพลงนี้ถูกส่งไปให้กับ Shawn Mendes ฟังพร้อมกับเนื้อเพลงในท่อนแรกที่ร้องว่า “I love it when you call me señorita” หลังจากได้ลองฟังเพลงแล้ว Shawn Mendes ได้เสนอว่าเพลงนี้ควรจะเป็นเพลงที่ร้องคู่กันและศิลปินคนเดียวที่เขานึกถึงก็คือ Camila Cabello ซึ่งหลังจากตกลงร่วมงานกันแล้วทั้ง 2 คนช่วยกันปรับแต่งเมโลดี้และเขียนเนื้อเพลงผ่าน FaceTime ก่อนที่จะมาพบกันที่สตูดิโอบันทึกเสียง

ขยับขึ้นไปยังประเทศเกาหลีใต้ที่ในปีนี้ทั่วโลกจับตามองความเคลื่อนไหวของวงไอดอล K-Pop กันอยู่ แต่เมื่อมองเข้าไปบนชาร์ตเพลงหลักในประเทศอย่าง Gaon Music Chart แล้วอับดับ 1 ของปีนี้กลับไม่ใช่เพลงของศิลปินไอดอลชื่อดังแต่เป็นเพลง After You’re Gone ของ M.C The Max วงบัลลาดทรีโอยอดนิยมของคนเกาหลี ในขณะที่เพลงจากศิลปินต่างประเทศที่อันดับสูงสุดในชาร์ตประจำปีคืออันดับที่ 13 เพลง 2002 ของ Anne-Marie ที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2018

ปิดท้ายกันใกล้ๆตัวแบบสั้นๆด้วยอันดับ 1 บนชาร์ตจากระบบสตรีมมิงในไทย เริ่มจากฝั่ง Spotify ที่อันดับ 1 ของปี 2019 เป็นเพลง Señorita ของ Shawn Mendes และ Camila Cabello ส่วนทางฝั่ง Apple Music อันดับ 1 คือเพลง Sunflower ของ Post Malone ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง Spider-Man: Into The Spider-Verse และสุดท้ายในฝั่งของ JOOX เป็นเพลง ธารารัตน์ ของ YOUNGOHM

ปี 2020 เทรนด์ของเพลงในแต่ละมุมโลกจะออกมาเป็นอย่างไร จะมีศิลปินหน้าใหม่คนไหนแจ้งเกิดได้ดังเปรี้ยงปร้างแบบปีที่แล้วไหม คงต้องรอติดตามกันต่อไปตลอด 12 เดือนนี้…

Written By

ปฏิวัติวงการเพลงของจ็อบส์ vs. BNK48 ของจ็อบซังที่ทำให้ CD ขายได้อีกครั้ง

Entertainment

Women We Love – Music Sweat 16!

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup