Connect with us

Subscribe

GMW

ทำไมนาฬิกาสวิส ยิ่งเก่ายิ่งมีคุณค่า TISSOT อาจเป็นตัวอย่างหนึ่งในนั้น

ทำไมนาฬิกาสวิส ยิ่งเก่ายิ่งมีคุณค่า ค้นหาคำตอบผ่านประวัติศาสตร์ของ Tissot
ปัจจุบันเราสามารถเดินทางข้ามทวีปด้วยเวลาไม่กี่ชั่วโมง สื่อสารกับคนอีกซีกโลกได้เพียงเสี้ยววินาที อัพเดตเทรนด์กันได้แบบเรียลไทม์ เรามีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนยุคไหนๆ นับตั้งแต่โลกก้าวเข้าสู่ ‘ยุคสมัยใหม่’ (Modernity) เป็นต้นมา และถ้าจะมีสิ่งประดิษฐ์ใดที่บอกเล่าการก้าวสู่ความเป็นสมัยใหม่ของมนุษยชาติได้ สิ่งนั้นก็คือ ‘นาฬิกา’ อุปกรณ์บอกเวลาที่มีกลไกซับซ้อนเกินจินตนาการ

นาฬิกา (ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ไม่ใช่นาฬิกาแดดหรือนาฬิกาทราย) เป็นสิ่งประดิษฐ์เกิดขึ้นพร้อมกับการถือกำเนิดแนวคิดสมัยใหม่ช่วงศตวรรษที่ 16 ณ ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ใจกลางทวีปยุโรปอย่างสวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์รวมนักคิด นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์หัวก้าวหน้าจำนวนมาก เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกหลายอย่างเกิดขึ้นที่นี่ รวมถึงการพัฒนานาฬิกากลไก เมื่อรวมกับแนวคิดเกี่ยวกับการทำงานแบบใหม่ (modern management) ที่มองว่าเวลากลายเป็นสิ่งมีค่า เครื่องบอกเวลาจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญในวิถีชีวิตยุคใหม่

อุตสาหกรรมนาฬิกาในสวิตเซอร์แลนด์เริ่มต้นในศตวรรษที่ 17 เลอโลค ‘Le Locle’ เมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาทางตะวันตกของประเทศ เป็นเมืองที่มีความสำคัญกับธุรกิจนาฬิกาสวิส และเป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดแบรนด์นาฬิกา ‘ทิสโซต์’ (Tissot) ผู้ผลิตนาฬิกาเก่าแก่ที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิสยาวนาน สังเกตุได้จากสัญลักษณ์ ‘กาชาด’ ในโลโก้นาฬิกา Tissot นั้นเป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับกาชาดบนธงชาติสวิตเซอร์แลนด์

ทิสโซต์ (Tissot) ถือกำเนิดในปี 1853 โดยช่างนาฬิกาชาวสวิส Charles-Félicien Tissot และลูกชาย ทั้งสองเปิดร้านนาฬิกาภายใต้ชื่อ Charles-Félicien Tissot & Son ด้วยคุณภาพในการผลิตอันยอดเยี่ยม ทำให้กิจการเติบโตอย่างรวดเร็ว กระทั่งขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศรัสเซีย นาฬิกาทิสโซต์เป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นนำ และเป็นที่โปรดปรานในราชสำนักของพระเจ้าซาร์เป็นพิเศษ

ในปีหน้าแบรนด์ทิสโซต์จะมีอายุครบ 165 ปี เรื่องราวของแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่แบรนด์นี้จึงบอกเล่าประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ได้เป็นอย่างดี บทบาทสำคัญของ ทิสโซต์ ที่นับได้ว่าเป็นการวางรากฐานให้กับอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์จนกระทั่งปัจจุบัน คือการจับมือกับโอเมก้า (Omega) ผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์อีกรายจัดตั้ง สมาคมผู้ผลิตนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (SSIH) ขึ้นมาในปี 1930 คุณสามารถชมประวัติศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ได้ในพิพิธภัณฑ์นาฬิกาเมืองเลอโลค (Musée d’Horlogerie du Locle) สถานที่ที่คุณจะได้รับรู้ เรื่องราวความเป็นมาของการกำเนิดนาฬิกา แหล่งรวมนาฬิกาหายาก และได้เห็นถึงวิถีแห่งช่างนาฬิกาสวิสอย่างแท้จริง

จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม

เริ่มต้นจากผลิตนาฬิกาพก (pocket watch) ที่มีกลไกแม่นยำ ทิสโซต์ ยังเป็นผู้นำเรื่องนวัตกรรมเบอร์ต้นๆ ของวงการ พัฒนาเทคโนโลยีการสร้างสรรค์นาฬิกาไปพร้อมๆ กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์สาขาอื่นๆ

ในปี 1930 ทิสโซต์เปิดตัวนาฬิกาข้อมือกันสนามแม่เหล็กเจ้าแรก Antimagnétique ล่าสุดได้พัฒนาเทคโนโลยีการป้องกันสนามแม่เหล็ก Silicon Balance Spring มาใช้ในนาฬิการุ่น Ballade ซึ่งจะทำให้นาฬิกามีความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น ทิสโซต์ เป็นแบรนด์แรกที่ผลิตนาฬิการะบบสัมผัสที่ใช้การสำรองพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ อย่างนาฬิกา T-Touch Expert Solar ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานถึง 20 ฟังก์ชั่น กล่าวได้ว่าการสร้างนวัตกรรมอยู่ในจิตวิญญาณของทิสโซต์มาโดยตลอด จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ดีไซน์ตามไลฟ์สไตล์

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เศรษฐกิจโลกเบ่งบาน การเดินทางด้วยเครื่องบินข้ามไทม์โซนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ในปี 1986 ทิสโซต์ นำเสนอ TwoTimer นาฬิกาที่แสดงผล 2 แบบ (อนาลอกและดิติตอล) พร้อมฟังก์ชั่น 7 แบบที่ควบคุบด้วยเม็ดมะยมอันเดียว นับเป็นนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาที่ตอบรับกับช่วงเวลาที่เป็นจุดเริ่มต้นของโลกาภิวัตน์

เมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยน ดีไซน์ของนาฬิกาก็ย่อมเปลี่ยนตาม ในช่วงทศวรรษ 1960s ยุคแห่งหนุ่มสาวเบบี้บูมเมอร์ คนเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ต้องการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ของตัวเอง ทิสโซต์ ท้าทายวงการนาฬิกาสวิสด้วยการนำเสนอวัสดุใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เช่นการใช้ ไฟเบอร์กลาส ไม้จริง หรือแม้แต่หินแกรนิตจากเทือกเขาเอลป์! รวมถึงการมอบหมายให้ดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Ettore Sottsass ออกแบบนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ ซึ่งทิสโซต์ก็เป็นแบรนด์นาฬิกาเจ้าแรกๆ ที่นำเสนอไอเดียนี้

จะเห็นได้ว่า ทิสโซต์ มีโปรดักท์ที่ตอบโจทย์คอนาฬิกาหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาผู้ชาย นาฬิกาผู้หญิง นาฬิกาวินเทจ คลาสสิค รวมถึงนาฬิกาสปอร์ตที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเที่ยงตรง เนื่องจากทิสโซต์เป็นผู้ผลิตที่พัฒนาตัวเครื่องนาฬิกาเองมาตั้งแต่อดีต และเป็นยอมรับเรื่องความแม่นยำของกลไกที่สุดแบรนด์หนึ่ง จึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จับเวลาการแข่งขันกีฬาต่างๆ มากมาย อาทิ การแข่งขันบาสเกตบอล NBA การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต Moto GP และรายการแข่งจักรยานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอย่าง Tour de France

สร้างสรรค์จากรากเหง้า

นอกจากจะผลิตนาฬิกาในเมืองเลอโลคแล้ว ทิสโซต์ ยังได้นำแรงบันดาลใจของเมืองบ้านเกิดอย่าง ‘Le Locle’ มาผลิตเป็นคอลเลกชั่นนาฬิกาของตัวเองอีกด้วย นาฬิกา Tissot Le Locle ผลิตออกมาหลากหลายรุ่นทั้งของผู้ชายและผู้ผญิง ด้วยความลงตัวของดีไซน์ภายนอกและกลไกภายใน และเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับกับราคาแล้ว นับว่าคุ้มค่ามาก เลยทำให้ Tissot Le Locle กลายเป็นนาฬิการุ่นที่โด่งดังและขายดีที่สุดของ ทิสโซต์ ไปโดยปริยาย

และในปี 2017 นี้ Tissot ได้นำ Le Locle (เลอโลค) มาตีความใหม่ โดยยังคงความคลาสสิคได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งตัวอักษรโรมันและการสลักลายกิโยเช่ (guilloche) อันละเอียดละออบนหน้าปัด แต่คราวนี้ มาในลุคร่วมสมัย ตัวเรือนและสายสีทูโทนโรสโกลด์ ตัวเครื่องยังคง ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ สำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง ฝาหลังสลักตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงกรุช่องหน้าต่างด้วยแซฟไฟร์เพื่อให้มองเห็นกลไกที่อยู่ภายใน ขนาดของตัวเรือนมี 2 ไซส์ 39.3 มม. สำหรับสุภาพบุรุษ และ 25.3 มม. สำหรับสุภาพสตรี

นาฬิกาไม่ใช่แค่เพียงอุปกรณ์บอกเวลา แต่เป็นนวัตกรรมชิ้นสำคัญของมนุษย์ที่มีเรื่องราวและประวัติศาสตร์บรรจุอยู่ในนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้นาฬิกาสวิสยิ่งเก่ายิ่งเพิ่มมูลค่า แม้ว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามา แต่นาฬิกาสวิสนั้นจะยังคงอยู่คู่กับเราอีกนาน

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Bauhaus Bus รถบัสย่อส่วนเบาเฮาส์เตรียมเดินทางรอบโลก

Life

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต แหล่งท่องเที่ยววิถีอีสาน ณ ‘จังหวัดบึงกาฬ’

Life

วันแห่งความรักต้องจัดหนัก ด้วยวาเลนไทน์ดินเนอร์ที่หรูที่สุดในประเทศไทย

Life

การศึกษาไทยทำลายความคิดสร้างสรรค์จริงไหม คุยกับผู้ก่อตั้ง Spaceth.co

Interview

Advertisement
Connect
Newsletter Signup