x

ทุกวันนี้ เวลาคิดอะไรไม่ออก เราจะสั่ง ‘ไก่ทอด’ มากินกันจนกลายเป็นของกินพื้นๆ ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดสัญชาติอเมริกัน ไก่ทอดสัญชาติเกาหลี หรือกระทั่งไก่ทอดที่มีขายอยู่ริมถนนส่งกลิ่นหอมชวนเชิญให้ซื้อกลับบ้าน

ไก่ย่างก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพราะมีขายอยู่ทุกหัวระแหง จนทำให้หลายคนคิดว่าไก่ทอดหรือไก่ย่างเป็นอาหารที่สุดแสนจะพื้นๆ คนบางกลุ่ม (โดยเฉพาะคนอเมริกัน) อาจเห็นด้วยซ้ำว่าไก่ทอดนั้นเป็นอาหารของคนจน

แต่ถ้าลองย้อนเวลากลับไปสักสามสิบสี่สิบปีก่อน ทั้งไก่ทอดและไก่ย่างในสังคมไทยไม่ได้มีสถานะที่ ‘หาได้ง่าย’ อย่างที่เราเห็นอยู่หรอกนะครับ

ตอนผมยังเด็กๆ การได้กิน ‘ไก่ย่าง’ ถือเป็นวาระพิเศษ เป็นเรื่องที่ต้องมีการเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่างถึงจะได้กิน และต้องสรรค์กิน ต้องเดินทางไปที่ร้านที่ขายไก่ย่างโดยเฉพาะซึ่งร้านเหล่านี้ยังมีร่องรอยหลงเหลือให้เห็นอยู่หลายแห่ง กับร้านที่มีชื่อห้อยท้ายหรือนำหน้าว่า ‘ไก่ย่าง’ ต่างๆ

ส่วนไก่ทอดก็ไม่ใช่สิ่งที่หากินได้ง่ายๆ ทุกหัวระแหงเช่นเดียวกันนะครับ เพราะไก่ทอดนั้นถือเป็นของกินที่มีกำเนิดเป็นของกินพิเศษมากๆ ไม่ได้เป็นฟาสต์ฟู้ดเหมือนที่เราเห็นในปัจจุบัน

สมัยก่อนโน้น ไก่ทอดแทบไม่มีที่ทางใดๆ อยู่ในเมนูของร้านอาหารเลย ถ้าจะกินไก่ทอด แต่ละบ้านต้องทำไก่ทอดกินกันเอง ซึ่งเอาเข้าจริงก็สอดคล้องกับ ‘ประวัติศาสตร์ไก่ทอด’ ของโลกอยู่เหมือนกันนะครับ

นักประวัติศาสตร์อาหารบอกว่า สมัยก่อนโน้น ผู้คนไม่ได้มีอาหารให้กินมากมายก่ายกองเหมือนในปัจจุบัน ถ้าเป็นไปได้ พวกเขาก็จะกินอาหารที่ีให้พลังงานสูงที่สุด และ ‘ของทอด’ นี่แหละครับ ที่เป็นอาหารพลังงานสูงที่สุด ของทอดที่สำคัญที่สุดคือเนื้อหมู (รวมไปถึงเครื่องในต่างๆ ด้วย) ที่ทอดได้ในน้ำมันหมูเลย ส่วนไก่ทอดแบบที่เรารู้จักกัน คือไก่ทอดแบบอเมริกันนั้น มีกำเนิดที่ซับซ้อนพอตัว บางคนบอกว่า ไก่ทอดแบบอเมริกันมีที่มาจากชาวสกอตแลนด์ที่อพยพไปอยู่ทางใต้ของอเมริกา แต่บางคนก็บอกว่ามีที่มาจากชาวแอฟริกันตะวันตก ซึ่งบางสายก็บอกอีกว่า ไก่ทอดแบบอเมริกันนำเอาไก่ทอดจากทั้งสองถิ่นกำเนิดมารวมกัน เพราะไก่ทอดแบบสกอตนั้นทอดในน้ำมันที่เจียวมาจากสัตว์แต่ไม่ได้ปรุงรสในขณะที่ไก่ทอดแบบแอฟริกันตะวันตกนั้นปรุงรส แต่ทอดในน้ำมันปาล์ม เมื่อนำมารวมกันก็เลยกลายเป็นไก่ทอดตำรับอเมริกัน

ไก่ทอดในศตวรรษที่ 18 ไม่ใช่อาหารที่กินกันได้ทุกวัน แต่เป็นสิ่งที่ทำเฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกำเนิดของชนชั้นแรงงานในสหรัฐอเมริกา เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะอาหารประเภทนี้เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงมาก แต่อีกเหตุผลหนึ่งเป็นเพราะเมื่อไร่ฝ้ายและโรงงานต่างๆ ในรัฐทางใต้ที่เคยมีการใช้แรงงานทาสปิดตัวลง คนเริ่มตั้งรกรากอยู่เป็นครอบครัว ไก่กลายเป็นอาหารที่มีราคาถูกลงเพราะแต่ละบ้านสามารถเลี้ยงไก่ได้นั่นทำให้ไก่ทอดเริ่มแพร่หลาย ยิ่งเมื่อเกิดยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนก็ต้องการอาหารราคาถูกแต่มีแคลอรีสูง ไก่ทอดจึงกลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยม

ประวัติศาสตร์ไก่ทอดไม่ได้หยุดลงตรงไก่ทอดแบบอเมริกัน แต่ยังมีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนถึงยุคปัจจุบันที่หลายคนบอกว่าเป็นยุค International Fried Chicken เพราะมีตำรับไก่ทอดหลากเชื้อชาติผสมผสานกัน โดยแทบทั้งหมดได้แรงบันดาลใจมาจากไก่ทอดตำรับอเมริกัน แต่นำมาปรับแปลงวิธีการ หรือนำวิธีการทอดไก่แบบดั้งเดิม (เช่นในจีนตอนใต้หรือในเกาหลี) มาผสมรวมเข้าไปด้วย ทำให้ได้ไก่ทอดแบบใหม่ๆ ออกมาอย่างหลากหลาย ไก่ทอดจึงไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้น แต่ประวัติศาสตร์ของไก่ทอดก็บอกถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติด้วยเช่นเดียวกัน