Connect with us

Subscribe

Interview

30 ภาพยนตร์เลสเบี้ยน-เกย์ที่ดีที่สุดตลอดกาล

แม้ลอนดอนจะเป็นเมืองที่มีเทศกาลหนังอยู่ตลอดทุกเดือน แต่เทศกาลหนังเพื่อความหลากหลายทางเพศแห่งกรุงลอนดอน (London LGBT Film Festival) ซึ่งจัดโดยสถาบันภาพยนตร์อังกฤษ (British Film Institute–BFI) ก็ยังถือว่าเป็นเทศกาลใหญ่ที่หลายคนเฝ้ารอ

และด้วยปีนี้เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ทางผู้จัดเลยได้เขย่าสังคมด้วยการคัดสรรภาพยนตร์เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลจำนวน 30 เรื่องมานำเสนอ โดยทั้งหมดได้รับการโหวตจากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ นักวิจารณ์ และผู้สร้างภาพยนตร์กว่า 100 ชีวิต และ 1 ใน 30 เรื่องมีภาพยนตร์จากประเทศไทยได้รับคัดเลือกด้วย ลองไปดูกัยเลยว่ามีเรื่อยไหนน่าสนใจบ้าง และหากใครยังไม่ได้ดูเรื่องไหนลองไปหามาดูกันได้เลย

1. Carol (2015)
หนังเลสเบี้ยนมาแรงที่ดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากนิยายของ แพตทริเซีย ไฮสมิธ ถ่ายทอดความงดงามของพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้าที่ไปหลงเสน่ห์ลูกค้าผมบลอนด์ที่ไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงาน จนเกิดเป็นความเข้าอกเข้าใจอันแสนลึกซึ้ง แต่ท่ามกลางยุคสมัยที่สังคมยังไม่เปิดรับความสัมพันธ์ของคนรักเพศเดียวกัน ทั้งคู่จึงไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่มีต่อเพศเดียวกันนั้น สามารถเรียกว่า ความรัก ได้หรือเปล่า

2. Weekend (2011)
หนังโรแมนติกดราม่าว่าด้วยเรื่องชีวิตมุ้งมิ้งในวันหยุดสุดสัปดาห์ของคู่เกย์ขี้เหงา ถ่ายทอดจากคนจริง สถานการณ์จริง และมีฉากร่วมเพศอันเผ็ดร้อน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ในประเทศอิตาลี หลังจากถูกสภาตรวจสอบภาพยนตร์ของวาติกัน พิจารณาว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสมจนถูกลดรอบฉาย

3. Happy Together (1997)
บางคนบอกว่าเราเป็นวัยรุ่นในยุคหว่อง ซึ่งนั่นเป็นการสะท้อนภาพตัวละครในภาพยนยตร์ของ หว่องกาไว ผู้กำกับภาพยนตร์ร่วมสมัยชาวฮ่องกง เนื่องจากตัวละครของหว่องจะมีความเท่ในความเหงา รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว และเชื่อมต่อกับผู้คนรอบข้างได้ไม่ดีนัก นั่นทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดของหัวอกเกย์ที่มีความฝันจะไปเห็นน้ำตกอีกัวซูด้วยกันที่อาเจนตินา

4. Brokeback Mountain (2005)
ตอกย้ำให้นักรักรู้กันไปเลยว่า ความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน ระหว่างเพศใดกับเพศใด ก็เกิดขึ้นได้ในสังคมทั้งนั้น จึงเป็นที่มาของเรื่องราวความรักต้องห้ามของ 2 ชายหนุ่ม ในช่วงยุค 60’s ที่สังคมยังต่อต้านกลุ่มรักเพศเดียวกัน โดย 2 ตัวละครเอกร่างกำยำเริ่มทำงานรับจ้างเลี้ยงแกะบนภูเขาโบรคแบ็กที่ไกลโพ้น และแล้วความอ้างว้าง ว้าเหว่ เป็นบ่อเกิดแห่งความรักที่ไม่อาจฝืนความต้องการทางเพศได้

5. Paris Is Burning (1990)
หนังสารคดีซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดของช่วงต้นปีทศวรรษที่ 1990s ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของกลุ่มเกย์แต๋วแต่งหญิงที่หลงใหลการเต้นรำ จนต้องลุกขึ้นมาฉีกแข้งฉีกขา เพื่อเข้าประชันการแข่งขันโวคแดนซ์สุดบ้าคลั่งของคลับเฮ้าส์ในกรุงนิวยอร์ก เป็นหนังที่สร้างกระแสให้โวคแดนซ์ปะทุขึ้นอย่างร้อนแรง กระทั่งคุณแม่ดอนน่ายังได้แรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้มาจากภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้

6. Tropical Malady (2004)
ผลงานการกำกับของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นหนังไทยที่ได้รับการโหวตให้เห็น 1 ใน 30 ภาพยนตร์เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศที่ดีที่สุดตลอดกาล โดยเล่าเรื่องราว 2 ส่วนแยกกันอย่างชัดเจน ส่วนแรกเกี่ยวกับความรักของเกย์หนุ่ม 2 คนในบรรยากาศพาซื่อแบบต่างจังหวัด และส่วนหลังเป็นเรื่องลี้ลับเกี่ยวกับนายพรานที่ตามล่าเสือสมิง แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ แต่หนังเรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์บ้านเราอย่างค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ อีกทั้งยังทำให้เกิดการถกเถียงขึ้นในหมู่ผู้ชมถึงความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในเรื่องราวชวนพิศวง

7. My Beautiful Laundrette (1985)
หนังที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของชุมชนชาวอังกฤษและเอเชียที่อาศัยอยู่ในลอนดอน จนกระทั่งวันหนึ่งเกย์พังก์หนุ่มที่มีคู่รักเป็นหนุ่มแขกอพยพก็ท้าทายอคติทางเพศและเชื้อชาติ ด้วยการร่วมกันตั้งโรงซักรีด ซึ่งถือเป็นผลงานเรื่องแรกที่แฟนหนังเริ่มสังเกตเห็นความสามารถในการแปลงร่างของแดเนียล เดย์ ลูอิส จากผลงานชิ้นนี้

8. All about My Mother (1999)
ผลงานชิ้นเอกของ เปโดร อัลโมโดวาร์ ผู้กำกับชาวสเปน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักตีแผ่แรงปรารถนาเบื้องลึก หนังเรื่องนี้ไม่มีฉากเซ็กซ์ แต่สื่อได้ถึงความวิปริตแปรปรวนทางเพศ ความเจ็บปวดของคนที่ต้องอยู่ในโลกเสมือนจริงอันฉาบฉวย และพยายามหลีกหนีความปวดร้าวให้ผ่านไปในแต่ละวัน แต่สุดท้ายทุกคนก็พบว่าการเผชิญหน้ากับความจริงจะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายได้ในที่สุด

9. Un chant d’amour (1950)
หนังสัญชาติฝรั่งเศส ความยาวเพียง 26 นาที ที่ไม่มีบทพูดแม้แต่คำเดียว แต่จะใช้เทคนิดการเล่าเรื่องผ่านภาพที่โฟกัสไปยังแววตา มือ ร่างกาย รวมไปถึงอวัยวะเพศ เนื้อหาเล่าถึงผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ โดยผู้คุมขังที่มักจะมีความสุขกับการได้แอบเฝ้ามองการมีเพศสัมพันธ์ของคู่รักร่วมเพศ พอถึงจุดหนึ่งเขาก็ใช้อำนาจขู่บังคับให้นักโทษอมนกเขาของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วอำนาจก็ไม่สามารถทำลายแรงดึงดูดของคู่รักนักโทษได้

10. My Own Private Idaho (1991)
ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของ คีอานู รีฟส์ และ ริเวอร์ ฟินิกซ์ เรื่องราวของสองเพื่อนรักที่เดินทางค้นหาความหมายของชีวิต โดยคนหนึ่งมีครอบครัวเพียบพร้อม แต่กลับชอบใช้ชีวิตข้างถนน ส่วนอีกคนหนึ่งขาดความอบอุ่น ผูกชีวิตไว้กับการเป็นผู้ชายขายตัวแลกเงิน จนกลายเป็นโสเภณีหนุ่มผู้อ่อนไหว หลังจากพบกับทั้งคู่ออกเดินทางตามหาแม่ข้ามโลก แล้วเปลี่ยนมิตรภาพระหว่างคนรู้จักเป็นความรักที่มีให้กันแบบหมดใจ แต่พอถึงรัฐไอดาโอกลับมีคนหนึ่งพบความรักครั้งใหม่กับผู้หญิงต่างถิ่น ทำให้ต้องจบความสัมพันธ์กันไปอย่างเลือดเย็น

11. Tangerine (2015)
หนังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความอินดี้ จนเรียกได้ว่าแหกทุกกระบวนท่าการสร้างหนังตามขนบที่เคยร่ำเรียนกันมา เริ่มต้นจากการเป็นหนังที่ใช้ไอโฟนถ่ายทำตลอดทั้งเรื่อง และยังได้รางวัลมาแล้วมากมายจากต่างประเทศ โดยเล่าเรื่องราวการผจญภัยในวันคริสมาสต์อีฟของ 2 ชะนี ที่จูงมือกันออกล่าชู้รัก โดยผจญภัยไปในเมืองใหญ่อย่างลอสแองเจลิส พร้อมกับเสียดสีสังคมวัฒนธรรมได้อย่างงดงามแบบที่ไม่มีหนังเรื่องไหนทำมาก่อน

12. The Bitter Tears of Petra von Kant (1972)
หนังเมโลดราม่าที่มีฉากหลังเป็นอพาร์ทเมนท์ของเปตรา ฟอน แคนท์ นักออกแบบเสื้อผ้าผู้มีชื่อเสียง แต่ยังคงใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย จ่อมจมอยู่ในความโศกเศร้า เพราะไม่สมหวังในความรักที่มีต่อหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว ทว่าขณะเดียวกันเปตรากลับมีความสัมพันธ์แบบกดขี่กับเลขาสาว รวมถึงผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิต ซึ่งโลกที่แสนเปลี่ยวเหงา อำนาจของสตรีเพศ ความลวงหลอก ความเนิบช้า และความอลังการของเสื้อผ้า ทั้งหมดล้วนเป็นเสน่ห์อันงดงามของหนังเรื่องนี้

13. Blue Is the Warmest Colour (2013)
หนังรักเลสเบี้ยนจากประเทศฝรั่งเศส ที่ต้องยอมรับว่าเป็นหนังที่ทำให้เลสเบี้ยนทั่วโลกมีที่ทางมากขึ้น เนื้อเรื่องว่าด้วยหัวใจที่พังยับเยินของเด็กสาวหน้าตาดีวัยเพียง 15 ที่ดันไปตกหลุมรักสาวห้าวผมสีฟ้าที่อายุมากกว่า ทำให้บรรยากาศของหนังเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ความฝัน และแรงปรารถนา จนคว้ารางวัลปาล์มทองคำ ประจำปี 2013 มาครองได้สำเร็จ นอกจากนั้นด้วยการแสดงที่สมจริง บวกกับความเข้มงวดของผู้กำกับอับเดลลาติฟ เกชิช ทำให้ฉากรักร้อนฉ่าที่มีเพียงฉากเดียวที่มีต้องใช้เวลาถ่ายทำนานถึง 10 วัน!

14. Madchen in Uniform (1931)
เรื่องราวของนักเรียนสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำหญิงล้วน และรู้สึกเหมือนตัวเองแปลกแยกจากสังคมโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอพบกับครูที่ทำให้เธอตกหลุมรักได้อย่างหมดใจ แต่ท่ามกลางสังคมที่ควบคุมเข้มงวดเรื่องพฤติกรรมรักร่วมเพศ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ไม่สามารถแสดงออกอย่างเปิดเผยได้ ทั้งคู่จึงต้องปิดปากเงียบอยู่อย่างสงบ แต่สุดท้ายแล้วก็มีคนล่วงรู้ความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของทั้งคู่ เมื่อเรื่องแดงขึ้นครูเลยถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ขณะที่นักเรียนสาวผู้เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความรักเลือกที่จะฆ่าตัวตาย

15. Show Me Love (1998)
หนังเลสเบี้ยนสัญชาติสวีเดน เล่าเรื่องราวของเลสเบี้ยนน้อยวัย 14 ที่พบรักกับเลสเบี้ยนมือใหม่จนเริ่มสับสนในตัวเอง ถือเป็นเป็นหนังเลสเบี้ยนแสดงให้เห็นการก้าวผ่านพ้นวัย เพื่อค้นพบความเป็นเลสเบี้ยนของวัยรุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงาม อบอุ่น และชวนประทับใจ

16. Orlando (1992)
หนังที่สร้างขึ้นจากนวนิยายชีวประวัติของออร์แลนโด (Orlando: A Biography) ประพันธ์โดย เวอร์จิเนีย วูล์ฟ นักเขียนหญิงที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงวรรณกรรมสมัยใหม่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 และเธอยังเป็นผู้สนับสนุนสิทธิสตรี โดยได้ ทิลด้า สวินตัน มาสวมบทเป็นออร์แลนโด หญิงสาวชั้นสูงที่มีความสัมพันธ์ผูกพันทางการเมือง เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 49

17. Victim (1961)
หนังจากเกาะอังกฤษที่ลุกขึ้นประกาศจุดยืนต่อต้านความปราศจากตัวตนของรักร่วมเพศอย่างเด่นชัด ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของตัวละครเกย์ ที่ต้องต่อสู้กับอคติรอบข้างทั้งจากสังคมและระบบกฎหมาย นำแสดงโดย เดิร์ค โบการ์ด วีรบุรุษชาวเกย์คนแรกแห่งโลกภาพยนตร์

18. Je, tu, il, elle (1974)
หนังอินดี้สีขาว-ดำ ที่มีตัวละครอยู่เพียงแค่ 3 ชีวิต คือ สาวอกหัก แฟนเก่าของสาวอกหัก และคนขับรถบรรทุก

19. Looking for Langston (1989)
หนังขาว-ดำความยาว 42 นาที จากเกาะอังกฤษ ที่จะทำให้เห็นความแฟนตาซีของการแข่งขันกันในสังคมเกย์ชั้นสูงในยุคฮาร์เล็ม เรเนซองส์ ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยการเหยียดสีผิว เหยียดเพศ และวัฒนธรรมของคนแอฟริกันอเมริกัน อย่างการฟังดนตรีแจ๊ส หรือบลูส์ เฟื่องฟู

20. Beau Travail (1999)
หนังร่วมทุนสร้างของฝรั่งเศสกับเสปน ว่าด้วยเรื่องสงคราม ลูกผู้ชาย และความรัก ชีวิตของทหารต่างด้าวที่ตกหลุมรักหัวหน้านายทหารประจำการ แต่พยายามไม่แสดงออก และเลือกที่จะปฏิเสธความจริงด้วยความเกลียดชัง เพราะรับไม่ได้กับความรู้สึกของตัวเอง

21. Beautiful Thing (1996)
หนังดังจากเกาะอังกฤษที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ว่าเป็นหนังที่มีเอกลักษณ์ ถ่ายทอดออกมาได้สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางกระแสสังคมที่ยังไม่ยอมรับเรื่องชายรักชายเท่าไรนักในสมัยนั้น เรื่องราวความสัมพันธ์ของเด็กชายสองคนที่เป็นเพื่อนบ้านกัน และเติบโตไปด้วยกัน จนในที่สุดก็กลายเป็นความรักที่งดงาม

22. Stranger by the Lake (2013)
หนังเรทเอ็กซ์จากประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนังเปิดเทศกาลหนังเมืองคานน์ ปี 2013 เนื้อเรื่องเป็นเหตุการณ์ ณ ทะเลสาบแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครรักร่วมเพศคอยที่แก้ผ้าเดินไปเดินมา นั่นทำให้กลุ่มองค์กรคุ้มครองเยาวชนออกมาต่อต้านการติดป้ายโฆษณาของภาพยนตร์เรื่องนี้ในที่สาธารณะ แต่ผลปรากฏว่ายิ่งทำให้หนังได้รับกระแสสังคมอย่างท่วมท้น โดยหนังแสดงให้เห็นวิถีทางการสร้างความสัมพันธ์ของกลุ่มรักร่วมเพศ และความอันตรายของการหาคู่นอนแบบฉาบฉวย

23. Pariah (2011)
หนังอเมริกันเรื่องแรกในชีวิตการเขียนบทและกำกับของ ดี รีส์ เล่าเรื่องราวความรักของวัยรุ่นเลสเบี้ยนผิวดำที่อาศัยอยู่ในบรูคลิน นิวยอร์กซีตี้ โดยเปิดฉากอย่างตรงไปตรงมา ณ บาร์เลสเบี้ยน โดยตัวเอกรู้เสมอว่าตัวเองต้องการอะไร แต่สิ่งที่เธอต้องจัดการคือการเผชิญหน้ากับพ่อแม่ที่ไม่ยอมรับเลสบี้ยน บรรยากาศของหนังเรื่องนี้เหมือนอยู่ในหลอดไฟแบล็กไลต์ ซึ่งมันทำให้ความดำของสีผิวนั้นสวยงามขึ้นมา

24. Mulholland Dr. (2001)
หนังตระกูลฟิล์มนัวร์เรื่องนี้มีความสนุก ชวนติดตาม เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ ความซับซ้อน และความเชื่อมโยงที่เกิดอย่างจงใจของผู้กำกับ โดยมีฉากเลสเบี้ยนเซ็กซ์อันเร่าร้อนตลอดกาล และฉากการช่วยตัวเองอันน่าตื่นตะลึง ความซับซ้อนคือ หนังแบ่งเป็น 2 ส่วน ไม่เพียงสองส่วนนี้จะเป็นคนละมิติกัน แต่มันก็มีความเชื่อมโยงกัน แถมส่วนหลังยังเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลา

25. Portrait of Jason (1967)
ไฮไลท์การสัมภาษณ์ยาว 12 ชั่วโมง ของ แอรอน เพย์น ผู้ที่ใช้นามแฝงว่า เจสัน ฮอลิเดย์ อดีตเด็กชายที่เคยใช้ชีวิตเป็นนักแสดงคาบาเร่ต์ เปิดเผยเรื่องราวและข้อสังเกตของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกย์ผิวสีในอเมริกาช่วงปี 1960 จนกระทั่งในปี 2015 หอสมุดรัฐสภา สถาบันด้านวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาและเป็นหอสมุดแห่งชาติ เลือกหนังเรื่องนี้ไปเก็บรักษา เพราะสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์สำคัญ

26. Dog Day Afternoon (1975)
ผลงานการกำกับของ ซิดนีย์ ลูเมท ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากบทความชื่อ The Boys in the Bank เหตุการณ์ 2 หนุ่ม เข้าปล้นธนาคารเชสต์แมนฮัตตัน ในย่านบรูกลิน มหานครนิวยอร์ก และจับตัวประกันตอนบ่ายของวันที่อากาศร้อนที่สุด เพื่อหาเงินไปให้แฟนหนุ่มผ่าตัดแปลงเพศเป็นผู้หญิงเต็มตัว และพบว่าในตู้เซฟของธนาคารแทบจะไม่มีเงินเหลืออยู่เลย หนังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และรางวัลลูกโลกทองคำหลายรางวัล และได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม

27. Death in Venice (1971)
หนังสัญชาติอิตาลีที่สะท้อนวิถีชีวิตของชนชั้นกลางในเยอรมันช่วงปลายศตวรรษที่ 19 อันเป็นช่วงเวลาที่ยุโรปกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เรื่องราวของกวีผู้เชื่อมั่นในความงดงามบริสุทธิ์ของดนตรี แต่ต้องพบกับความสิ้นหวังในบั้นปลายของชีวิต จนวันหนึ่งได้เดินทางไปพักใจที่เวนิช และพบกับเด็กหนุ่มที่หลงรัก ท่ามกลางโรคระบาดที่กำลังคุมคามไปทั่วทั้งเมือง

28. Pink Narcissus (1971)
เรียกได้ว่าเป็นหนังอาร์ทอิโรติกของบรรดาเกย์ยุค 70s บรรยากาศของเต็มไปด้วยความเพ้อฝัน เข้าใจยาก และจินตนาการอันเร้าอารมณ์ของโสเภณีชายรูปงามที่อยู่คนเดียวในอพาร์ตเมนต์ โดยถ่ายทำบนแผ่นฟิล์มขนาด 8 mm. ก่อนถูกปรับสีสันให้มีสไตล์จัดจ้านฉูดฉาด และว่ากันว่าเป็นมหัศจรรย์ของการสร้างหนังทุนต่ำที่ใช้เวลานานถึง 7 ปี ฝีมือของผู้กำกับ เจมส์ บิดกู๊ด

29. Sunday Bloody Sunday (1971)
อีกหนึ่งเรื่องที่กวาดคำชมจากนักวิจารณ์จำนวนมาก และได้รับการกล่าวขวัญถึงในฐานะหนึ่งในภาพยนตร์หัวก้าวหน้าเพียงไม่กี่เรื่องของยุคนั้น ที่แสดงรสนิยมรักร่วมเพศ และไบเซ็กซ่วลของตัวละครเอกแบบโดยไม่ได้เน้นย้ำ ราวกับมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด

30. Tomboy (2011)
หนังฝรั่งเศสที่ชนะใจผู้ชมรอบโลก มันไม่ใช่หนังอาร์ตดูยาก แต่เป็นหนังแสนสดใสวัยซนที่ว่าด้วยความซื่อของเด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบ ที่เพื่อนบ้านคิดว่าเธอเป็นเด็กผู้ชาย เธอก็ปล่อยเลยตามเลยเที่ยวเล่นเป็นเด็กผู้ชาย จนกระทั่งวันหนึ่งมีเพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งมาแอบชอบ!

Avatar
Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Advertisement
Connect
Newsletter Signup