x

ขบวนการเฟมินิสต์หรือสตรีนิยมนั้น เป็นเรื่องราวความเคลื่อนไหวของผู้หญิงซึ่งในแต่ละยุคสมัยเป้าหมายของการต่อสู้ของสตรี หรือแนวคิดของเฟมินิสต์นั้นก็แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วนักวิชาการได้แบ่งแนวคิดสตรีนิยมออกมาเป็น 4 ช่วง
 
คลื่นลูกแรก – ในขวบปีแรกๆ ของขบวนการเฟมินิสต์นั้นเป็นเรื่องของสิทธิพื้นฐานอย่างการเลือกตั้ง ความเคลื่อนไหวของสตรีในยุคนั้นเป็นการต่อสู้ระหว่างความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศชายและหญิง หรือกระทั่งสิทธิ์ในเรื่องของการทำแท้งและการคุมกำเนิดในสหรัฐอเมริกาขบวนการในยุคแรกของเฟมินิสต์เกิดควบคู่ไปกับขบวนการเลิกทาส และเหล่านักเคลื่อนไหวของฝั่งสตรีหลายคนเป็นหญิงชนชั้นกลาง ผิวขาวเช่น เจน แอดดัมส์, โซจเนอร์ ทรูธ และ โดโรธี เดย์ และด้วยความที่นักคิดยุคนั้นมีบทบาทต่อทั้งเรื่องของสตรีและการเลิกทาสจึงทำให้เสียงของพวกเธอเริ่มมีพื้นที่ในสังคม
 
แนวคิดของเฟมินิสต์ในยุคนั้นเป็นเรื่องของอุดมการณ์ทางการเมือง เช่น การปฏิรูปประชาธิปไตยให้มีความเสมอภาค เท่าเทียมกันระหว่างเพศ และสุดท้ายเหล่าสตรีในยุคนั้นก็ได้รับสิทธิในการเลือกตั้งในที่สุด
 
คลื่นลูกที่สอง – ราวปี 1960 แนวคิดของสตรีนิยมได้เผยแพร่ไปทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาและโลกตะวันตกอย่างกว้างขวาง ขณะที่คลื่นลูกแรกของเฟมินิสต์ได้ต่อสู้เพื่อสิทธิในการเลือกตั้งและกฎหมายต่างๆ เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ เฟมินิสต์ลูกที่สองเป็นการขยับขยายการถกเถียงให้กว้างขวางขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศในที่ทำงาน สิทธิอนามัยเจริญพันธ์ุ รวมไปถึงความไม่เท่าเทียมทั้งพฤตินัยและนิตินัย รวมไปถึงความรุนแรงในครอบครัวและการ ‘ข่มขืน’ ของสามีที่กระทำต่อภรรยา เหล่าเฟมินิสต์ที่ทำธุรกิจร้านหนังสือ เครดิตยูเนียน และร้านอาหาร เป็นทั้งกำลังสำคัญด้านการเงิน และสถานที่ในการชุมนุม
 
คลื่นลูกที่สองในสหรัฐฯ นี้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นคือ Feminist Sex Wars ซึ่งเป็นการถกเถียงของเหล่าเฟมินิสต์เองในเรื่องของเซ็กซ์และหนังโป๊ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เฟมินิสต์ถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วระหว่าง ลิเบอรัล เฟมินิ-สต์กับ เรดิคัล เฟมินิสต์ โดยทางฝั่งลิเบอรัลนั้นมองว่าร่างกายของผู้หญิงคือสิทธิอันชอบธรรมที่ผู้หญิงจะใช้มันทำอะไรก็ได้ ขณะที่เรดิคัล เฟมินิสต์กลับมองว่าหนังโป๊คือการ ‘ลดทอนคุณค่าของผู้หญิง’ ซึ่งทั้งสองแนวคิดนี้นั้นยังสามารถเป็นดีเบตได้อยู่จนถึงปัจจุบัน
คลื่นนอกจากนี้ช่วงกลางของศตวรรษที่ 20 คลื่นลูกที่สองนี้เองที่ให้กำเนิดสาขาวิชา ‘สตรีศึกษา’ โดยในปี 1970 มหาวิทยาลัยซานดิเอโก ได้เปิดสาขาวิชานี้เป็นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา
 
คลื่นลูกที่สาม – เริ่มต้นในปลายศตวรรษที่ 20 เหล่าเฟมินิสต์ในยุคนี้ส่วนมากแล้วเกิดในช่วงระหว่างทศวรรษ 1960 และ 1970 พวกเขาเป็นคนใน Gen Xที่เติบโตขึ้นมาจากรากฐานทางสังคมที่เริ่มมีความเท่าเทียมทางเพศแล้ว หรืออย่างน้อยก็มีสิทธิพลเมืองเทียบเท่ากับผู้ชาย ทำให้เฟมินิสต์ในคลื่นลูกที่สามนี้รับเอาแนวคิดของปัจเจกนิยมและความหลากหลายทางสังคม รวมถึงการทบทวนและพยายามหาความหมายใหม่ของเฟมินิสต์ ‘อำนาจทับซ้อน (Intersectionality)’ เป็นศัพท์ที่ถูกนำมาใช้โดย คิมเบิร์ลวิลเลียมส์ เครนชอว์ ซึ่งเป็นคำที่อธิบายถึงสภาวะ ‘ระดับชั้นของการกดขี่’ที่ผู้หญิงประสบ เช่นเรื่องของ การถูกกดขี่ทางเพศ ชาติพันธุ์ และชนชั้นทางสังคม
ได้เป็นอย่างดี จนทำให้ศัพท์นี้ถูกใช้อย่างกว้างขวางในช่วงเวลาของคลื่นลูกที่สามนี้ และในเวลาเดียวกันก็ทำให้ผู้หญิงเริ่มต่อสู้กับมายาคติทางสังคมที่มีต่อพวกเธอ รวมไปถึงการเข้าร่วมของผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่แตกต่าง โดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่แนวความคิดนี้ออกไปอย่างกว้างขวางผ่าน และทำให้ความหมายของเฟมินิสต์กว้างขึ้น
 
คลื่นลูกที่สี่ – คงกล่าวได้ว่าในคลื่นลูกนี้คือการฟื้นตัวของแนวคิดสตรีนิยมที่เริ่มต้นในปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในห้วงเวลานี้ขบวนการเฟมินิสต์ได้มุ่งไปที่ประเด็นของการล่วงละเมิดทางเพศ และความรุนแรงต่อสตรีทั้งในที่ทำงานและที่สาธารณะ โดยมีเครื่องมือสำคัญที่ใช้สร้างความเคลื่อนไหวคือโซเชียลมีเดีย และเกิดแคมเปญเพื่อผู้หญิงขึ้นมามากมาย เช่น Everyday Sexism Project, Free the Nipple รวมไปถึง #MeToo ที่เป็นประเด็นจนถึงปัจจุบัน