x

คานส์ถือเป็นเทศกาลหนังที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก ซึ่งการที่หนังเรื่องไหนถูกเชิญมาฉายในเทศกาลนี้ถือเป็นความน่าภูมิใจและส่งผลให้หนังได้รับการจับตามองอย่างมากจากทั่วโลก ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีหนังไทยถูกเชิญมาฉายในเทศกาลนี้หลายเรื่อง รวมถึงลุงบุญมีระลึกชาติ (2010) ซึ่งคว้ารางวัลใหญ่สุดอย่างปาล์มทองคำมาครองได้ โดยบทความนี้จะพาย้อนกลับไปมองว่ามีหนังไทยเรื่องไหนบ้างที่เคยเข้าฉายในเทศกาลหนังแห่งนี้
 
***หมายเหตุ – จะกล่าวถึงเฉพาะหนังยาวที่เทศกาลเชิญไปฉาย (Official Selection) ไม่รวมหนังที่ผู้จัดจำหน่ายเอาไปฉายเองในพื้นที่ขายหนัง 
 
...
 
ฟ้าทะลายโจร หนังไทยเรื่องแรกในคานส์
 
 
แม้เทศกาลหนังเมืองคานส์จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1946 แต่กลับไม่เคยมีหนังไทยเข้าฉายในเทศกาลนี้มาก่อนเลยจนกระทั่งการมาถึงของ ฟ้าทะลายโจร (2000) หรือ Tears of the Black Tiger หนังคาวบอยย้อนยุคของผู้กำกับวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงที่ได้เข้าฉายในสายประกวด Un Certain Regard ในปี 2001 
 
จุดเด่นของหนังเรื่องนี้อยู่ที่สไตล์จัดจ้านทั้งการออกแบบงานสร้าง-เครื่องแต่งกาย-การถ่ายภาพ-ดนตรีประกอบ-การใช้สีสันที่ฉูดฉาดเหนือจริง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทำเพื่อคารวะหนังไทยแนวคาวบอย/แอ๊คชั่น/เมโลดราม่าในยุค 50 – 60 (รวมถึงหนังคาวบอยอิตาลีในยุคเดียวกัน)  ซึ่งการที่ฟ้าทะลายโจรได้เข้าฉายในคานส์ทำให้หนังเป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้น โดยถือเป็นหนึ่งในตัวจุดกระแส New Thai Cinema ในช่วงยุค 2000 (ซึ่งเป็นยุคที่หนังไทยมีการยกระดับมาตรฐานและมีบทบาทในระดับนานาชาติมากขึ้น) ร่วมกับหนังของผู้กำกับอย่างอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, เป็นเอก รัตนเรือง, นนทรีย์ นิมิบุตร ฯลฯ รวมถึงนักแสดงอย่างจา พนม 
 
หลังเข้าฉายที่คานส์ หนังยังเข้าฉายที่เทศกาลอื่นๆ ทั่วโลก (โดยได้รางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยมที่แวนคูเวอร์ด้วย) และทาง Miramax ได้ซื้อหนังเพื่อนำไปจัดจำหน่ายในอเมริกา แต่สุดท้ายหนังกลับสั่งให้เปลี่ยนตอนจบและถูกดองไว้บนหิ้งหลายปี ซึ่งสุดท้ายหนังฉบับสมบูรณ์ก็ได้ฉายในอเมริกาโดยสตูดิโอ Magnolia ปี 2007
 
...
 
อภิชาติพงศ์ กับปาล์มทองคำประวัติศาสตร์
 
 
อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นผู้กำกับที่มีหนังยาวเข้าฉายในคานส์บ่อยที่สุดถึง 6 ครั้ง และชนะรางวัลถึง 3 ครั้ง ดังนี้ 
 
1. สุดเสน่หา Blissfully Yours (2002) ประกวดสาย Un Certain Regard – ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยม
2. สัตว์ประหลาด Tropical Malady (2004) ประกวดสายหลัก – ได้รางวัล Jury Prize 
3. ลุงบุญมีระลึกชาติ Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives (2010) ประกวดสายหลัก – ได้รางวัลปาล์มทองคำ 
4. Mekong Hotel (2012) ฉายโชว์ในสาย Special Screenings
5. รักที่ขอนแก่น Cemetery of Splendour (2015) ประกวดสาย Un Certain Regard
6. Ten Years Thailand (ร่วมกำกับ) (2018) ฉายโชว์ในสาย Special Screenings
 
โดยหนังยาวของอภิชาติพงศ์แทบทุกเรื่องล้วนฉายเปิดตัวที่คานส์ (ยกเว้นดอกฟ้าในมือมาร(2000)  เปิดตัวที่รอตเทอร์ดาม และแสงศตวรรษ (2006) เปิดตัวที่เวนิซ) นอกจากนั้นเขายังเคยถูกเชิญไปเป็นกรรมการตัดสินหนังสายประกวดหลักที่คานส์ในปี 2008 อีกด้วย
 
การที่ลุงบุญมีระลึกชาติคว้าปาล์มทองคำมาครองได้ทำให้สร้างสถิติเป็นหนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรื่องแรกที่ได้รางวัลดังกล่าว และตอกย้ำความเป็นคนทำหนังระดับโลกของอภิชาติพงศ์ แม้ว่าในไทยหนังของเขาจะไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ชมในวงกว้างเท่าที่ควร (โดยหนังของเขาเป็นหนังอิสระที่มักจะได้ทุนสร้างมาจากต่างประเทศ และเข้าฉายแบบโรงจำกัด – รวมถึงมีบางเรื่องที่โดนเซ็นเซอร์)  อันเนื่องมาจากหนังของเขามีความเป็นอาร์ตเฮาส์และสโลว์ซีเนม่าอยู่สูง
 
...
 
เป็นเอก รัตนเรือง อีกหนึ่งผู้กำกับโกอินเตอร์
 
 
ผู้กำกับไทยที่มีหนังยาวเข้าฉายในคานส์รองลงมาจากอภิชาติพงศ์ได้แก่ เป็นเอก รัตนเรือง ซึ่งหนังของเขาที่เข้าฉายมีดังนี้ 
 
1. มนต์รักทรานซิสเตอร์ (2001) ฉายโชว์ในสาย Director’s Fortnight ในปี 2002 
2. พลอย Ploy (2007) ฉายโชว์ในสาย Director’s Fortnight
3. นางไม้ Nymph (2009) ประกวดสาย Un Certain Regard
 
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้กำกับที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติของเป็นเอก โดยหนังของเขาแตกต่างจากหนังของอภิชาติพงศ์ตรงที่ส่วนใหญ่ได้รับทุนสร้างจากสตูดิโอใหญ่ (บวกกับทุนจากต่างชาติบางส่วน) ได้รับการฉายในวงกว้าง และมักจะใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง (แต่สิ่งที่เหมือนกันคือมักจะไปได้ดีในตลาดต่างประเทศมากกว่าในประเทศ)
 
...
 
หนังร่วมสร้างกับต่างประเทศ
 
 
นอกจากนั้นยังมีหนังไทยที่ร่วมสร้างกับต่างประเทศที่ได้เข้าฉายในคานส์ดังนี้
 
1. ผีอยากกลับมาเกิด Re-cycle (2006) ของผู้กำกับออกไซด์ แปงและแดนนี่ แปง ประกวดสาย Un Certain Regard เป็นหนังร่วมสร้างระหว่างฮ่องกง – ไทย (ผู้กำกับและนักแสดงนำเป็นฮ่องกง มีฉากหลังเกิดในไทย)
 
2. โรงงานอารมณ์ Pleasure Factory (2007) ของผู้กำกับเอกชัย เอื้อครองธรรม ประกวดสาย Un Certain Regard เป็นหนังร่วมสร้างระหว่างสิงคโปร์ – ไทย (ผู้กำกับเป็นไทย ฉากหลังเกิดในสิงคโปร์นักแสดงมีทั้งไต้หวัน/ไทย/สิงคโปร์)
 
3. ซอยคาวบอย Soi Cowboy (2008) ของผู้กำกับโธมัส เคลย์ ประกวดสาย Un Certain Regard เป็นหนังร่วมสร้างระหว่างอังกฤษ-ไทย (ผู้กำกับเป็นอังกฤษ นักแสดงนำเป็นเดนมาร์คกับไทย ฉากหลังเกิดในไทย)  
 
สังเกตได้ว่าหนังกลุ่มนี้อยู่ในช่วง 2006 – 2008 ซึ่งกลุ่มหนัง Pan – Asia (หนังร่วมทุนระหว่างเอเชีย) และหนังไทยร่วมทุนกับประเทศอื่นๆ กำลังมาแรง (ต่างจากในตอนนี้ที่มีหนังร่วมทุนน้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากอุตสาหกรรมหนังในไทยที่ค่อนข้างดร็อปลง)
 
...
 
สันติ- วีณา หนังไทยคลาสสิคที่ได้รับการค้นพบอีกครั้ง
 
 
นอกเหนือจากการเปิดตัวหนังใหม่ๆ คานส์ยังมีสาย Cannes Classic ซึ่งทำการหนังเก่าที่มีมีคุณค่าทางศิลปะหรือทางประวัติศาสตร์ (ซึ่งได้รับการบูรณะภาพและเสียงใหม่มาแล้ว) ซึ่งหนังไทยที่เคยเข้าฉายในสายนี้ได้แก่ สันติ-วีณา Santi – Vina (1954) ซึ่งเข้าฉายในปี 2016
 
สันติ – วีณา กำกับโดยมารุต เรื่องราวความรักที่ต้องพบกับอุปสรรคมากมายระหว่างชายตาบอดกับหญิงสาวที่เป็นเพื่อนวัยเด็กของเขา โดยนอกเหนือจากเรื่องความรักแล้วหนังยังสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่ของไทย สันติ-วีณาเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างโดยหนุมานภาพยนตร์ (โดยรัตน์ เปสตันยี – ผู้สร้างและผู้กำกับหนังชื่อดัง) โดยเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องยาวเรื่องแรกที่ถ่ายทำด้วยฟิล์มสี 35 มม. หนังล้ำสมัยด้วยการถ่ายทำแบบซาวน์ดออนฟิล์ม และเป็นหนังเรื่องแรกที่ชนะรางวัลจากการประกวดนานาชาติ 
 
ต่อมาฟิล์มหนังเรื่องนี้เกิดการสูญหายระหว่างขนส่งจนถูกเชื่อว่ามันได้กลายเป็นหนังที่หายสาบสูญไปแล้ว แต่ต่อมาได้มีการค้นพบฟิล์มหนังที่อังกฤษ, จีน, รัสเซีย ทางหอภาพยนตร์จึงได้ให้บริษัทที่อิตาลีทำการบูรณะภาพยนตร์จนหนังกลับมาสมบูรณ์ทั้งภาพและเสียง ซึ่งหลังจากที่คานส์ สันติ-วีณาก็ได้กลับมาฉายในโรงหนังที่ไทยเพื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงความคลาสสิคของหนังเรื่องนี้อีกครั้ง
 
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าคานส์ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่หนังใหม่ แต่ยังรวมถึงมีการฉายหนังเก่าๆ ที่มีคุณค่าเพื่อไม่ให้หนังเหล่านี้ถูกหลงลืมไปตามกาลเวลา 
 
...
 
 
Ten Years Thailand หนังไทยสร้างชื่อในคานส์ปีล่าสุด
 
 
หนังไทยที่เข้าฉายในคานส์ปีล่าสุดได้แก่ Ten Years Thailand ซึ่งเป็นหนังที่รวมหนังสั้น 4 เรื่องจาก 4 ผู้กำกับอย่างอาทิตย์ อัสสรัตน์, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, จุฬญาณนนท์ ศิริผล, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล (โดยเวอร์ชั่นที่ฉายในไทยช่วงปลายปีจะมีการเพิ่มตอนของผู้กำกับชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุลเข้าไป) เนื้อหาของหนังจะเกี่ยวข้องกับประเทศไทยในอีก 10 ข้างหน้าในจินตนาการของผู้กำกับแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร โดยหนังเป็นการต่อยอดจากหนังฮ่องกงเรื่อง Ten Years (2015) ซึ่งจินตนาการฮ่องกงในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าภายใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ว่าจะเป็นอย่างไร (ซึ่งสังคมในหนังออกมาในเชิง Dystopia ที่เลวร้ายทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และเสรีภาพ) แม้ว่าหนังจะโดนรัฐบาลจีนเซ็นเซอร์และขัดขวางการฉาย แต่หนังก็สามารถทำรายได้ถล่มทลาย อีกทั้งยังคว้ารางวัลใหญ่จากเวที Hong Kong Film Awards โดยภายหลังหนังได้มีการสร้างออกมาในเวอร์ชั่นของประเทศอื่นๆ ได้แก่ ไทย ไต้หวัน ญี่ปุ่น
 
ด้วยความที่เนื้อหาใน Ten Years Thailand มีการวิพากษ์สังคมและการเมืองในปัจจุบัน จึงน่าจับตาว่าภายใต้บรรยากาศการเซ็นเซอร์และการจำกัดเสรีภาพที่เข้มข้นของประเทศไทยในปัจจุบัน จะส่งผลต่อตอนที่หนังฉายในช่วงปลายปีนี้หรือไม่ 
 
...
 
สรุป – หนังไทยที่ฉายในคานส์ตามไทม์ไลน์มีดังนี้
 
2001 ฟ้าทะลายโจร (ประกวดสาย Un Certain Regard)
2002 สุดเสน่หา (ประกวดสาย Un Certain Regard - ชนะ)
2002 มนต์รักทรานซิสเตอร์ (ฉายโชว์สาย Director’s Fortnight)
2004 สัตว์ประหลาด (ประกวดสายหลัก – ได้รางวัล Jury Prize)
2006 Re-cycle (ประกวดสาย Un Certain Regard)
2007 พลอย (ฉายโชว์สาย Director’s Fortnight)
2008 Pleasure Factory  (ประกวดสาย Un Certain Regard)
2008 Soi Cowboy (ประกวดสาย Un Certain Regard)
2009 นางไม้ (ประกวดสาย Un Certain Regard)
2010 ลุงบุญมีระลึกชาติ (ประกวดสายหลัก – ชนะปาล์มทองคำ)
2012 แม่โขงโฮเต็ล (ฉายโชว์ในสาย Special Screenings)
2015 รักที่ขอนแก่น (ประกวดสาย Un Certain Regard)
2016 สันติ – วีณา (ฉายโชว์ในสาย Cannes Classic)
2018 Ten Years Thailand (ฉายโชว์ในสาย Special Screenings)
 
...
 
หมายเหตุ
- นอกจากนั้นยังมี Graceland (2006) หนังสั้นของอโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่ถูกเลือกไปฉายใน Cinefondation short film program
 
อ้างอิงข้อมูลบางส่วน
- จากบทความคุณ Wise Kwai, และเว็บไซต์ทางการของเทศกาลหนังเมืองคานส์