Connect with us

Subscribe

Life

Stepping into modernity at TAP Group

ย่างก้าวและทิศทางการทำงาน

ขององค์กรแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกอย่างไฮเนเก้น

ความทั่วถึงของเทคโนโลยี และการผลัดเปลี่ยน Generation ของคนในวัยทำงานได้สร้างนิยามใหม่ของสิ่งที่เรียกว่า ‘สำนักงาน’ หรือ ‘ออฟฟิศ’ ให้แตกต่างออกไปจากความเข้าใจแบบเดิมๆ หลายองค์กรใหญ่ในระดับสากล ไม่ได้จำกัดตัวเองให้อยู่แต่เพียงการเรียงตัวกันของพื้นที่ปิด หรือแบ่งขอบเขตชัดเจนในลำดับของการทำงานดังที่เคยเป็นมาดังเช่นอดีต

แนวคิดของการจัดการสภาพแวดล้อมออฟฟิศที่ไม่ใช่เพียงแค่ไอเดียในหน้ากระดาษ หากแต่ได้ถูกนำมาปฏิบัติและสะท้อนถึงภาพลักษณ์ความทันสมัย เปิดกว้าง พร้อมกำหนดทิศทางที่องค์กรหนึ่งๆ จะก้าวเดินไปในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจยิ่ง ตั้งแต่ออฟฟิศของ Youtube ใน California ที่มีพื้นที่สันทนาการอยู่ในอัตราส่วนเทียบเท่ากับพื้นที่ของการทำงาน ออฟฟิศหลักของ Facebook ที่แม้จะต้องดูแลผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนต่อวัน ก็วางตำแหน่งแห่งที่ให้สำนักงานกลายเป็นลานปาร์ตี้พ่วงพื้นที่สำหรับกีฬา Extreme อย่างสเก็ตบอร์ดให้ปลดปล่อยความสนุกและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มพิกัด หรือแม้กระทั่งออฟฟิศของ Google ก็กำหนดเป็นบัญญัติที่ชัดเจนว่า พนักงานจะต้องอยู่ไม่ห่างจากสิ่งอำนวยความสะดวกและสันทนาการเกินกว่า 100 เมตร ครบถ้วนด้วยอาหาร เครื่องดื่ม จนถึงสไลเดอร์อันสุดเหวี่ยงเพื่อชาร์จพลังกับความสร้างสรรค์ของคนในองค์กรให้เต็มเปี่ยมอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น

แนวคิดของออฟฟิศสำนักงานที่ลดทอนความขึงขังจริงจังเช่นนี้ กำลังกลายเป็นเทรนด์ฮิตที่เริ่มมีการปรับใช้ในไทย ที่มักพบเห็นได้ในองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก จนถึงองค์กร Startup ต่างๆ แต่กระนั้น สำหรับกลุ่มบริษัท ทีเอพี (TAP Group) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแบรนด์ระดับโลกที่เราต่างคุ้นตากันดี อาทิ Heineken®, Tiger หรือแม้กระทั่ง Cheers ก็เริ่มปรับออฟฟิศเพื่อสะท้อนมุมมองการทำงาน ที่มีความตื่นตัวและเปิดกว้าง เพื่อเสริมสร้างพลังงานของพนักงานรุ่นใหม่และบ่งบอกถึงจุดยืนกับแก่นหลักในการบริหารงานขององค์กรได้อย่างน่าสนใจไม่น้อย

ออฟฟิศของกลุ่มบริษัท ทีเอพี (TAP Group) ย่านรัชดาภิเษก ภายใต้บรรยากาศการตกแต่งที่นำเอาองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์มาสะท้อนถึงอัตลักษณ์ที่ลงตัวและทันสมัย โถงใหญ่สีสันสบายตา ชูจุดเด่นด้วยการจำลองพื้นผิวแบบเดียวกับถังเบียร์ (Keg) มาเป็นกำแพง Façade เปิดต้อนรับผู้คนที่เข้ามาเยือน ไล่โทนของกระจกห้องประชุมด้วยวอลล์เปเปอร์พิเศษรูปพรายฟองเบียร์ที่ล้อยาวต่อเนื่องกันไปอย่างลงตัว พร้อมตอกย้ำแรงบันดาลใจของการทำงานให้คนในองค์กรได้ซึมซับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวหนังสือ TYPO มาสื่อสารบนผนังออฟฟิศเพื่อผสาน DNA ของแบรนด์อย่าง Heineken® และ Tiger ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน รวมไปถึงขวดผลิตภัณฑ์ของทั้ง 2 แบรนด์ที่นำมาตกแต่งร่วมด้วย ถือเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวเลยทีเดียว

บริเวณของออฟฟิศเปิดโล่งด้วยโต๊ะที่หันหน้าเข้าหากัน ไม่ปิดกั้นด้วย Cubicle หรือ Partition แบบออฟฟิศทั่วไป หากแต่ขยายความทั่วถึงอย่างเท่าเทียมกัน การแบ่งปันความรู้ข้อมูล กระทั่งการสื่อสารในการทำงานที่ง่ายดาย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการทำงานแบบ Knowledge Sharing ทั้งยังให้ความสำคัญของการแบ่งเวลาของการทำงานกับการดูแลสุขภาพของคนในองค์กร (Work-Life Balance) ด้วยการมีมุมสันทนาการที่มีอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกาย ที่ทุกคนสามารถใช้ได้ทั้งกลางวันหรือหลังเลิกงาน

ห้องทำงานของผู้บริหาร แม้จะคงรูปแบบ ความเป็นห้อง แต่การดีไซน์ก็ยังคงมุ่งเน้นการเปิดรับให้พนักงานทุกคนเข้าถึงได้อย่างไม่ลังเลใจ

บริเวณพื้นที่ Cafeteria เป็นอีกหนึ่งมุมที่เน้นสำหรับสังสรรค์ พูดคุย เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างการทำงานให้ผ่อนคลาย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการคิดงาน หรือประชุมงานขนาดย่อม โดยมีบาร์ขนาดกว้างเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของประเภทธุรกิจที่ทำอยู่ด้วยเช่นกัน โดยจะมี Happy Hour สำหรับการดื่มและพูดคุยกันเพื่อลดช่องว่างสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแผนกกันในทุกเย็นวันศุกร์ เรียกว่าสภาพแวดล้อมของออฟฟิศสะท้อนถึงตัวตนขององค์กร บุคลากร และหัวใจหลักของการทำงานที่จะนำพาพลังการทำงานของคนรุ่นใหม่อย่าง Generation M ในยุคนี้ ให้นำเอาศักยภาพออกมาเพื่อผลงานอันเป็นการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าต่อไป

“มองว่าสภาพแวดล้อมของออฟฟิศเป็นปัจจัยสำคัญ จะช่วยให้เกิดมุมมองที่เปิดกว้างขึ้น ยกระดับการทำงานและผลงาน ซึ่งสอดคล้องไปกับแนวคิดหลักขององค์กรในเครือ HEINEKEN ในด้าน Openness and Diversity ที่มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดมุมมอง”

คุณทรัส ภัทรี ชุณหวรากรณ์ ตำแหน่ง People and Organization Development Manager กล่าวถึงเหตุผลของรูปแบบออฟฟิศที่ TAP Group ให้ความสำคัญ

มุมมองสภาพแวดล้อมของออฟฟิศจากคนรุ่นใหม่ Huynh Le Hai Lam, Marketing ของโปรแกรม Asia Pacific Graduated Program (APGP) ที่มีโอกาสร่วมงานกับออฟฟิศต่างๆ ของ HEINEKEN ในหลายประเทศทั่วภูมิภาค กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อออฟฟิศ TAP Group ว่า

“พวกเราเป็นคนรุ่นใหม่ ก็มักจะนึกถึงการทำงานที่ให้อิสระเชิงความคิดสร้างสรรค์ ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เพราะสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่ง มันทำให้เราผู้ซึ่งมาร่วมงานใหม่กับองค์กรรู้สึกเป็นมิตร ผ่อนคลาย ไม่มีการแบ่งลำดับชั้น ส่งผลต่อการประสานงานร่วมกัน สามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานได้ง่าย ช่วยให้เกิดการรังสรรค์ไอเดียและผลงานใหม่ในการทำงานด้วยค่ะ”

ในแง่หนึ่ง สภาพแวดล้อมอาจจะมีส่วนสำคัญในการทำงานของคนรุ่นใหม่ แต่นั่นยังต้องหมายรวมถึงวัฒนธรรมองค์กรเองก็ต้องสนับสนุนและประสานเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาในทิศทางเดียวกัน

“ใน Core Value ของ HEINEKEN ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ทีเอพี (TAP Group) เราสนับสนุนในเรื่องของความเปิดกว้าง การเข้าถึงการพัฒนาเรียนรู้ และความหลากหลาย ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรนี้ก็สะท้อนออกมาให้เห็นในการออกแบบที่ชัดเจนว่า เราใส่ใจพนักงานทุกคน ซึ่งไม่เพียงแต่คนภายในองค์กรเท่านั้นที่รู้สึก แต่รวมถึงบุคคลภายนอกที่เข้ามาประชุม หรือร่วมงานกับเราด้วยเช่นกัน” คุณทรัสกล่าวเสริม

ออฟฟิศในรูปแบบ Modern Workplace นี้แม้จะยังคงเป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมการทำงานในบ้านเรา แต่กับ กลุ่มบริษัท ทีเอพี (TAP Group) การปรับ และเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการทำงานนั้น ถือได้ว่าเป็นแก่นหัวใจหลักในการพัฒนาและเดินหน้าขององค์กรที่ตอบรับการใส่ใจในบุคลากร บ่งบอกได้ถึงทิศทางของบริษัท ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายเครื่องดื่มพรีเมียมระดับโลกในประเทศไทย ที่นอกจากจะสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งในส่วนขอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมแล้ว บุคลากรยังคงความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว

Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup