Connect with us

Subscribe

Life

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง
ถ้าอยากเริ่มต้นใหม่

เปลี่ยนงาน
เรื่อง : Mr. Brandon

สัปดาห์ก่อนผมเจอรุ่นน้องที่เคยทำงานด้วยกันที่ฟิตเนสเขาเพิ่งย้ายไปเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ระดับซีเนียร์ในบริษัทยักษ์ใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เราค่อนข้างสนิทกันพอสมควรหะแรกที่เขามาบอกเรื่องงานใหม่จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่รุ่นน้องที่คุ้นเคยกำลังจะไปเติบโตในสายงานที่เจ้าตัวถนัด

“เหนื่อยมากครับพี่ รู้สึกหดหู่พิลึก” สิ้นประโยค เขาดูออกแรงมากกว่าปกติขณะยกดรัมเบลน้ำหนักแค่ 4 กิโลฯ

“อยากกลับไปทำงานที่เดิมจังครับ” จบคำทิ้งท้ายของเขา ผมน่าจะยินดีที่จะได้คู่หูคนเก่า กลับมาทำงานแบบรู้ใจกัน แต่ประเด็นของเขามันฟังดูไม่ใช่

รู้แหละว่าลึกๆ เขาเป็นคนขี้กลัว กลัวถูกตำหนิ กลัวถูกด่า มีบางครั้งหมอเคยเดินอ้ำอึ้งเดินมาหาผมว่าทำงานผิด

“โธ่ ไอ้น้อง…แค่นี้เอง ทำงานผิดก็ต้องรีบไปบอกเจ้าของงาน จะได้รีบแก้” แต่มีหลายครั้งที่ผมร้อนรนไปกับเขา ไม่ใช่อะไร ประเดี๋ยวได้โดนด่ากันทั้งคู่

เพราะอะไรน่ะหรือ? ลึกๆ แล้วคนเราถูกครอบด้วยเงาของ ‘ความกลัว’ กันทั้งนั้นละ เพียงแต่จะยอมรับกับตัวเองได้มาก-น้อยแค่ไหน เลยทำให้นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ‘เลิกเป็นคนดี แล้วจะมีความสุข’(เขียนโดย โกะโด โทคิโอะ และแปลโดย อาคิรา รัตนาภิรัต)

เฮ้ย! เป็นคนเลวแล้วจะมีความสุขเหรอวะ ในเมื่อทุกวันนี้สังคมยกย่องคนดี

เปล่า!…หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกให้คุณทำดีเพื่อไปรับโล่ประกาศเกียรติคุณ แต่ผู้เขียนช่วยให้คุณกล้าเป็นตัวเองมากขึ้น แคร์คนอื่นน้อยลง เลิกเกรงใจ เลิกเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับคนอื่นจนเกินเหตุ ที่สำคัญเลิกกลัวการถูกเกลียด

ถามว่า…เลิกกลัวการถูกเกลียดนั้นเกี่ยวกับสังคมในที่ทำงานอย่างไร

ผู้เขียนคงไม่พูดถึงการปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นมากนัก เพราะถ้าเราทำแบบนั้น รับรองว่า ปวดประสาทและเครียดกับการที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับคนจำนวนเป็นสิบๆ คนแน่นอน

ถ้าอย่างนั้นลองมาทำแบบทดสอบความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งสามารถบอกคุณได้ว่า คุณกล้าที่จะออกจากกรอบและปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดีแค่ไหน

1. คุณมักจะเก็บเรื่องอะไรไปฝัน?
A. คิดอะไรเรื่อยเปื่อยตามประสา
B. ไม่เคยเลย เพราะเป็นคนไม่ชอบเก็บอะไรไปคิด

2. หากคุณต้องเลือกกิจกรรมนอกหลักสูตร วิชาที่คุณอยากเลือกเรียนคือ?
A. วาดรูป…เพราะรักศิลปะ
B. คอมพิวเตอร์…เพราะใครๆ ก็เรียนกันทั้งนั้น

3. ถ้าคุณได้รับมอบหมายให้ดูแลบ้าน สิ่งที่คุณจะทำเมื่ออยู่บ้านคนเดียวคือ?
A. ชวนแฟนมากินข้าวที่บ้าน
B. ปิดบ้านให้เรียบร้อย แล้วออกไปเที่ยวกับเพื่อน

4. หยุดยาวนี้อยากชวนเพื่อนไปเที่ยวภูเก็ตแต่ต้องรวมก๊วนให้ครบ คุณจะจัดการอย่างไร?
A. โทร. นัดรวมพลเพื่อนๆ เอง
B. หากรวมตัวกันไม่ได้ หรือไม่มีใครจัดการ ก็ไม่ไปเลยดีกว่า

5. ห้องรับแขกที่บ้านคุณเป็นอย่างไร
A. นานๆ จะหาของประดับมาตกแต่งสักครั้ง
B. ปล่อยไปอย่างนั้นแหละไม่เคยได้จัดแต่งอะไรเลย

ถ้าคำตอบมากกว่า 3 ข้อของคุณเป็นข้อ B แสดงว่าคุณเป็นคนขาดความมั่นใจ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ท้าทาย หนำซ้ำยังไม่ชอบให้ใครตำหนิการกระทำใดๆ ของคุณไม่กล้าที่จะปรับตัว

เมื่อต้องเริ่มต้นเข้าไปเป็นพนักงานใหม่ (อีกครั้ง)

กลับมาที่ความกลัวในการเริ่มต้นทำงาน (เดิม) ในที่ทำงานใหม่ ตอนผมคุยกับรุ่นน้อง ผมยกตัวอย่างตัวเองเมื่อต้องเข้าไปสู่สังคมใหม่ บอกเลยสัปดาห์แรกนั้นสภาพจิตใจหนักหน่วงและอึนมาก ไม่ใช่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องการปรับตัวแม้แต่โต๊ะทำงานที่เรานั่ง ก็ยังต้องทำความคุ้นเคยกับมันเลย จริงไหม? ลองค่อยๆ ทำตามทั้ง 7 ข้อนี้ดู

1. ตรงต่อเวลา

การตรงต่อเวลาสามารถบ่งบอกลักษณะนิสัย และความรับผิดชอบต่องานที่จะทำ เช่น มาทำงานแต่เช้า หรือเมื่อได้รับมอบหมายงานแล้วส่งงานก่อนเวลา แต่งานที่ส่งนั้น ต้องเป็นงานที่ใช้ได้ มีคุณภาพด้วย

2. ทำความรู้จักเพื่อนร่วมงาน

เราไม่รู้หรอกว่า คนตรงหน้านั้นมีความเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง (หมายถึงอายุ) จะเรียกพี่ก็ไม่กล้า จะเรียกน้องก็ไม่ควร ได้แต่แนะนำตัวเองแล้วพยักเพยิดเมื่อเดินสวนกัน แนะนำยิ้มไว้ก่อน

3. หน้าที่ที่ชัดเจน

พนักงานใหม่อย่างเรา (ในตอนนั้น) จะว่างเป็นพิเศษ เพราะยังไม่รู้กรอบการทำงานที่แน่ชัด เดดไลน์ แนะนำให้แก้ปัญหาความว่างด้วยการนำงานเก่าๆ มานั่งศึกษาก่อน

4. ศึกษาอุปนิสัยของเพื่อนร่วมงานแบบเงียบๆ

ตอนเข้าไปทำงานใหม่ๆ เคยพยายามทักคนคนหนึ่ง แต่เขาทำเหมือนไม่เห็น แต่ต่อหน้าคนอื่นกลับคุยกับเราดีแฮะ… มีคนแบบนี้จริงๆ ด้วยว่ะ ตรงนี้ไม่ต้องไปโกรธหรือตกใจ แค่เข้าใจแนวทางการเข้าหาคน

5. กินข้าวกับใครดี

การกินข้าวคนเดียวไม่ได้ทำให้เราดูไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แต่แรกๆ อาจจะลองไต่ถามถึงร้านอาหารอร่อยๆ ใกล้ออฟฟิศ ซึ่งนำไปสู่บทสนทนาและการชักชวน

6. วางตัวให้ดี

อย่าโดดเด่นเกินการวางให้ดีเริ่มจากการแต่งกายพอเหมาะ น้ำเสียงเป็นมิตร กิริยาการแสดงออกไม่เยอะเกินไป จะช่วยให้คนรอบข้างอยากเข้าใกล้ ทำความรู้จัก และให้ความช่วยเหลือ

7. เรียนรู้ ทำความเข้าใจในงาน

รู้จักปรับตัวโดยการเปิดรับและเรียนรู้อย่างตั้งใจ ต้องทำความเข้าใจอย่างเร็ว และลงมือปฏิบัติจริง ผลงานจะเป็นตัววัดความตั้งใจและเรียนรู้งานของเรา

ก่อนจบบทสนทนากับรุ่นน้อง บอกเขาไปว่า ต้องผ่านความกดดันที่เราสร้างขึ้นเองไปให้ได้ในเดือนแรก…แล้วจะดีขึ้น แต่พี่ก็ไม่รับรองผลนะ เพราะพี่เองก็เคยเท…และลุกออกจากออฟฟิศไปดื้อๆ เหมือนกันว่ะ

Avatar
Written By

เราทำงานเพื่ออะไร?

Vision

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 กับโลกของฟรีแลนซ์

Life

ALLEN CURVE นัยสำคัญของระยะห่างโต๊ะทำงาน

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup