Connect with us

Subscribe

Life

สังคม ศีลธรรม และความสำคัญของเซ็กส์ทอย

แม้จะมีแพทย์ และงานวิจัยจำนวนไม่น้อยที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์หลายประการของเซ็กส์ทอย แต่ความเชื่อเรื่องศีลธรรมและประเพณี ‘อันดีงาม’ ของไทย ก็จัดให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 หลายคนจึงเสีย ‘สิทธิ์’ ในการครอบครองตัวช่วยหฤหรรษ์นี้ไปอย่างน่าเสียดาย แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้

Reasons To Read

  • เซ็กส์ทอย ถูกจัดให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 เนื่องด้วยเข้าข่ายสิ่งลามก อนาจาร และเป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรม
  • เพศชายที่มีปัญหาเรื่องภาวะหย่อนสมรรถภาพ การหลั่งเร็ว หรือมีปัญหาหลังการผ่าตัด การใช้เซ็กส์ทอยที่เหมาะสมจะสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้
  • แทบไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนที่พบว่าเซ็กส์ทอยสามารถส่งผ่านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ หากผู้ใช้ไม่มีการแบ่งปันร่วมกับผู้อื่น

หากถุงยางอนามัยเป็นปัญหาหนึ่งที่สังคมไม่เคยสนับสนุนให้ผู้คนเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทำกิจกรรมทางเพศกันมากขึ้น ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากสังคมที่ปิดกั้นเรื่องทางเพศจะมองเซ็กส์ทอย เป็นสิ่งของต้องห้าม อีกทั้งเป็นเรื่องไม่ดีงามหากจะครอบครองเป็นของส่วนตัว

โดยถ้าหากตัดประโยชน์ในการใช้สอยทางเพศออกไป เซ็กส์ทอยก็อาจเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่งที่มีรูปร่างไม่ต่างจากปลัดขิกที่สามารถครอบครองกันได้อย่างเปิดเผยเท่าไหร่นัก ซึ่งคำกล่าวนี้ไม่ได้หมายความว่าการกราบไหว้บูชาวัตถุมงคลดังกล่าวเป็นสิ่งผิดแต่อย่างใด แต่หากการเปรียบเทียบของสองสิ่งที่มีรูปลักษณ์แทบไม่ต่างกัน ทว่าได้รับการยอมรับต่างกันอาจช่วยสะท้อนประเด็นที่เราเห็นว่าเป็นสาเหตุซึ่งทำให้เซ็กส์ทอยกลายเป็นวัตถุต้องห้ามจากสังคมได้อย่างชัดเจนที่สุด

ส่วนสาเหตุที่ว่าก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องระหว่างความเชื่อแต่โบราณและความดีงามตามแบบสังคมไทย ที่ทำให้ปลัดขิกเป็นที่ยอมรับในสังคมมากกว่า เพราะถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่เกิดจากความเชื่อทางศาสนาแต่โบราณ เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และช่วยป้องกันภัยอันตราย โดยสาเหตุที่มีรูปร่างเช่นนั้นก็เนื่องด้วยอิทธิพลที่ได้รับมาจากศิวลึงค์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

ทว่าเมื่อเป็นเซ็กส์ทอยแล้ว เห็นทีว่าวัตถุประสงค์เดียวของการมีอยู่จะเป็นเพื่อการตอบสนองความต้องการทางเพศโดยเฉพาะ ทั้งรูปลักษณ์ ลักษณะที่หลากหลาย และการใช้งานเฉพาะจุด ล้วนทำให้สังคมมองว่า การมีเซ็กส์ทอยในครอบครองเป็นการแสดงออกว่าคุณกำลังมีความต้องการทางเพศ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมเห็นว่าไม่ใช่เรื่องดีงาม เนื่องจากเรื่องเพศควรเป็นสิ่งสงวน ไม่ควรเปิดเผยหรือแสดงออกให้ขัดกับวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของสังคม

ด้วยเหตุนี้เอง ของเล่นทางเพศจึงถูกจัดให้เป็นสิ่งผิดกฏหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 เนื่องจากเข้าข่ายสิ่งลามก อนาจาร และเป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรม ตามที่ระบุไว้ว่า

(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก

(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น

(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เซ็กส์ทอยให้อะไรมากกว่าการเป็นของเล่นทางเพศ

แม้เซ็กส์ทอยจะมีรูปลักษณ์ที่หลากหลาย ทั้งเหมือนของจริง (เป๊ะๆ) หรือเน้นดีไซน์ที่สามารถพกพาได้ในชีวิตประจำวัน แต่อาจด้วยบริบท ความเชื่อ และวัฒนธรรมของสังคมไทยที่ยังไม่สามารถเปิดกว้างกับเรื่องทางเพศได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้การครอบครองวัตถุเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด น่าละอาย และไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ทั้งที่จริงแล้ว หากจะมองหาความสำคัญของเซ็กส์ทอยก็อาจทำได้ไม่ยาก แต่หากขึ้นอยู่กับการยอมรับของสังคมว่า สามารถมองเรื่องเพศเป็นเรื่องปกติธรรมดา และยอมรับว่าการตอบสนองความต้องการทางเพศด้วยเซ็กส์ทอยนั้นไม่ใช่เรื่องประหลาดได้หรือไม่

โดย แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์เชี่ยวชาญประจำโรงพยาบาลพิจิตรและโฆษกแพทยสภา ได้กล่าวถึงประโยชน์ของเซ็กส์ทอยเอาไว้ว่า เซ็กส์ทอยสามารถช่วยลดอัตราการเกิดอาชญากรรมทางเพศในสังคม อีกทั้งช่วยลดปัญหาการหย่าร้างของคู่รักที่เนื่องมาจากการมีรสนิยมทางเพศไม่ตรงกันได้อีกด้วย ซึ่งพบงานสำรวจของบริษัท วี-ไวบ์ (We-Vibe) ผู้ผลิตเซ็กส์ทอยเจ้าหนึ่ง ที่ต้องการทราบว่าของเล่นทางเพศส่งผลอย่างไรต่อความสัมพันธ์ของคู่รักบ้าง โดยทำการศึกษาในคู่รักชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 35-55 ปี จำนวน 1,000 คน และพบว่ากว่า 82 เปอร์เซ็นต์ ใช้เซ็กส์ทอยเพื่อจุดประสงค์ในการรักษาความน่าตื่นเต้นและไม่จำเจของชีวิตคู่ และกว่า 52 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าสามารถช่วยได้จริง อีกทั้งมีคู่รักจำนวน 49 เปอร์เซ็นต์เผยว่า การใช้เซ็กส์ทอยทำให้ได้พูดคุยกันมากขึ้นอีกด้วย

และนอกจากประโยชน์ด้านความสัมพันธ์ เซ็กส์ทอยก็ยังมีประโยชน์ด้านการแพทย์ เนื่องด้วยสามารถใช้เพื่อรักษาอาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท โดยหากเป็นในเพศชายที่อาจมีปัญหา อาทิ ภาวะหย่อนสมรรถภาพ การหลั่งเร็ว หรือการมีปัญหาหลังการผ่าตัด การใช้เซ็กส์ทอยที่เหมาะสมจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านั้นได้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า นอกจากนั้นแล้ว เซ็กส์ทอยยังช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้มีปัญหาด้านอารมณ์ หรือผู้มีความผิดปกติทางร่างกาย หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้สามารถตอบสนองความต้องการทางเพศได้ด้วยตัวเอง

เช่นเดียวกันกับ ซาแมนธา อีแวนส์ อดีตนางพยาบาลและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเซ็กส์ทอย โจ ดีไวน์ (Jo Divine) ก็พูดถึงประโยชน์ของการใช้เซ็กส์ทอยเพื่อไปถึงจุดสุดยอดหรือการออกัสซัมว่า นอกจากเพิ่มความสุขทางเพศ การสำเร็จความใคร่ยังช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เพิ่มภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการเจ็บปวด ลดความเครียด และเป็นการเพิ่มพลังให้สมองด้วย

แต่ประโยชน์ที่ทำให้เราเห็นด้วยมากที่สุดว่าของเล่นชิ้นนี้มีความสำคัญก็คือ การช่วยลดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาทิ การติดเชื้อจากแบคทีเรีย หนองใน ซิฟิลิส เริม หรือเอดส์ โดยแทบไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนที่พบว่าเซ็กส์ทอยสามารถส่งผ่านโรคติดต่อทางเพศได้ หากผู้ใช้ไม่มีการแบ่งปันร่วมกับผู้อื่น และรู้จักรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คงเป็นเรื่องดีหากจะมีไว้เป็นของส่วนตัว เพราะนอกจากช่วยตอบสนองความต้องการทางเพศแล้ว ก็ยังเป็นการลดโอกาสเสี่ยงส่งผ่านโรคติดต่อหรือรับเพิ่มจากผู้อื่นด้วย

และก่อนจะดูเหมือนสนับสนุนให้ทุกคนมีเซ็กส์ทอยในครอบครองไปมากกว่านี้ แน่นอนว่าข้อเสียของมันก็มีเช่นกัน โดย นายแพทย์พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนต่อมไร้ท่อและการเจริญพันธ์ ได้กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ของโพสต์ทูเดย์ว่า เซ็กส์ทอยก็เหมือนกับดาบสองคม ผู้ที่ใช้อย่างถูกต้องก็สามารถตื่นเต้น สนุกสนานกับกิจกรรมส่วนตัวได้ และเป็นการตอบสนองความต้องการโดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หากใช้ผิดที่ผิดทางหรือหมกมุ่นก็จะกลายเป็นปัญหาโดยเฉพาะทางจิตใจ

เช่นเดียวกับการดูแลรักษาที่เป็นอีกเรื่องสำคัญ เพราะหากมีการร่วมกันใช้ ก็ควรทำความสะอาดทุกครั้งก่อนการใช้ครั้งต่อไป หรืออาจใช้ถุงยางอนามัยสวมเซ็กส์ทอยและเปลี่ยนระหว่างการร่วมกิจกรรมก็ทำได้เช่นกัน มิฉะนั้นอาจเกิดการส่งผ่านโรคติดต่อผ่านการใช้เซ็กส์ทอยได้

ความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทว่าในบางสังคมกลับพยายามปิดกั้นไม่ให้พูดถึงหรือแสดงออกเรื่องเพศได้อย่างเปิดเผย ทั้งที่สิ่งสำคัญของการลดปัญหาเรื่องเพศ ไม่ว่าจะเป็นโรคติดต่อหรืออาชญากรรม คือการสร้างความรู้ความเข้าใจ และให้ความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกต้องและปลอดภัยมากกว่าการให้เหตุผลว่าขัดต่อประเพณีและศีลธรรมอันดีงาม

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนหลายกลุ่มจะเห็นด้วยกับการทำให้เซ็กส์ทอยเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ทว่าด้วยวัฒนธรรมและทัศนคติของคนหลายกลุ่มยังคงมองเซ็กส์ทอยว่าเป็นสิ่งอนาจาร และการพยายามตอบสนองความต้องการทางเพศเป็นเรื่องไม่ดีงามตามประเพณี เช่นนี้ การจะทำให้เซ็กส์ทอยกลายเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับการพูดเรื่องเพศได้อย่างเปิดเผยก็คงยังเป็นไปได้ยากในสังคมไทย ทำให้บางครั้งก็ไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศหลากหลายประเด็นนัก

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup