x

เรื่อง : มนตรี บุญสัตย์
 
Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์รายใหญ่ของวงการ “กำลังมือขึ้น” เมื่อเร็วๆ นี้ได้เปิดตัวซีรีส์แนว Sci-fi / Thrillers เรื่องใหม่ ชื่อว่า “Stranger Things” ซีซันแรก หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์…! ดังสนั่นราวสายฟ้าฟาด เพราะซีีรีย์เรื่องนี้มีแต่คนพูดถึง เกิดกระแสความนิยมพุ่งแรงทะลุเพดาน ทั้งฝั่งจากเว็บไซต์มะเขือเน่า Rotten Tomatoes ยกให้ 94% เต็ม 100 หรือเหล่าเฟรนด์บนโซเซียลฯ ของเราสักคนที่กำลังคลั่งหนังเรื่องนี้
 
และเพียงไม่นาน Netflix ได้ส่งซีซันสอง มาแบบปูพรมให้เราได้ดูแบบสะใจเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน
 
เนื้อหาของ Stranger Things พาผู้ชมกลับไปหาบรรยากาศของหนัง Sci-fi ยุค 80’s ในเมืองเล็กๆ ของรัฐอินเดียน่า ที่เด็กชายคนหนึ่งชื่อว่า “วิล บายเยอร์” เกิดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มีคุณแม่จอยซ์ บายเยอร์และกลุ่มเพื่อนสนิทของนายวิลอีก 3 คน ร้อนใจร่วมกันออกตามหา ผู้ชมจะค่อยๆ สืบสาวราวเรื่องว่าการหายตัวไปของวิลในกลางดึกสงัดครั้งนั้นมีความเชื่อมโยงกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ลับๆ ของทางการ การหายไปของวิลทำให้คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ได้พบกับพบกับปริศนาแปลกประหลาดที่มากกว่า “แค่…คนหาย” ซีรีส์ใช้เวลา 2 ตอนแรกปูเรื่อง แน่นอนมีความน่าง่วงชวนหลับ แต่หลังจากนั้น 6 ตอนที่เหลือก็มีแต่เรื่องชวนฮุคไปจนจบที่คุ้มค่าการชมถ้าหากคุณชอบมนต์เสน่ห์ของยุคแปดศูนย์
 
ผู้ชมที่มีประสบการณ์ดูงาน Sci-Fi / Thrillers มาจนอิ่มตาและเจนพล็อต เมื่อได้ชม Stranger Things จะพบว่า The Duffer Brothers ที่มีเครดิตเป็นผู้อำนวยการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ มีความฉลาดช่ำชองในการรีมิกซ์ความเท่ ความดีงาม แรงบันดาลใจ ซีนของหนังระดับไอคอนนิคจากยุค 80’s มาปรากฏในงานชิ้นนี้อย่างได้รสกลมกล่อม เห็นได้จาก First Impression ภาพแรกของ Stranger Things งานโปสเตอร์โปรโมทซีรีส์ที่ใช้อาร์ตเวิร์กและฟอนต์จนทำให้นึกถึงภาพยนตร์สตาร์วอร์ส ของจอร์จ ลูคัส  ตลอดจนหลายๆ ฉากของเรื่องที่เป็นภาพกลุ่มเด็ก (ที่ไม่ถึงกับโตเป็นวัยรุ่น)ได้ร่วมหัวจมท้ายออกไปผจญภัย มีเรื่องของมิตรภาพ ความใสซื่อ น่าเอาใจช่วย มีจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์คู่ใจ เฟรมบางเฟรมทำให้นึกถึงเรื่อง E.T (1982) ของสตีเฟ่น สปีลเบิร์กเลยละครับ ในซีรีส์เรื่องนี้ยังมีการบริหารน้ำหนักความน่าติดตามของตัวละครเด็ก 3 คน ที่พวกเขาตัดสินใจช่วยสืบหาเพื่อนรักที่หายไป มีฉากหลังเป็นชายป่า ยิ่งมีภาพให้คิดถึงหนังในดวงใจของใครหลายคนอย่าง Stand By Me (1986) ที่สร้างจากนิยายเรื่อง The Body ของราชานิยายเขย่าขวัญ สตีเฟ่น คิงส์นั่นเอง  
 
ส่วนพล็อตเรื่องที่ว่าด้วยปรากฏการณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์โครงการลับลวงลับแลของรัฐบาลอเมริกาที่ต้องมาทำในเมืองชนบทไกลๆ หลบเร้นจากสายตาสื่อมวลชน เป็นงานที่ทำให้คิดถึงวรรณกรรมเรื่อง The Mist ผลงานประพันธ์ขึ้นหิ้งของสตีเฟ่น คิงส์ ด้วยเช่นกัน จริงๆ งานของสตีเฟ่น คิงส์ ก็มักใช้เมืองเล็กๆ ในอเมริกาเป็นฉากหลังการทดลองทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น เช่น Under The Dome ที่ถูกสร้างเป็นซีรีส์ Sci - fi นั่นก็ใช่ 
 
 
 ข้อที่โดดเด่นอีกอย่างของซีรีส์เรื่องนี้ คือ กลิ่นอายความสยองขวัญจากสัตว์ประหลาดที่ชวนแหวะ ชวนเหว๋อก็ทำให้ Stranger Things ถูกพูดถึงว่าได้รับอิทธิพลมาเต็มๆ จากผู้กำกับหนังสุดคัลต์จากยุค 80’s อย่าง จอห์น คาร์เพนเตอร์ ที่เคยสร้างหนังเกรดบี ที่ชวนหลอนสยองเกล้าในยุคนั้นอย่าง The Things (1982)
 
ด้านการแสดง นักแสดงที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญห้องหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้  ได้ วิโนน่า ไรเดอร์ มารับบทเป็นคุณแม่ของวิล
 
ในเรื่องนี้ จอยซ์ บายเยอร์ ที่เธอส่วนบทบาท วิโนน่าทำให้ผู้ชมเชื่อว่า นี่คือ อาการสติแตกของแม่ที่กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เจอกับลูกชายในเรื่องวิโนน่ามีพฤติกรรมแปลกประหลาดที่เธอเชื่อว่าสามารถติดต่อกับลูกชายได้ แต่จะด้วยวิธีการใด ขอให้ไปชมในเรื่องได้เลย รับรองว่าเป็นอีกมุกที่ผู้ชมคาดไม่ถึงว่า ว่าจะมีวิธีการแบบนี้สื่อสารกันระหว่างแม่ลูกคู่นี้ นับเป็นการแสดงที่ท็อปฟอร์มของนักแสดงหญิงรายนี้รอบหลายปี ส่วนนักแสดงคนอื่นในเรื่องก็มีไม้เด็ด ชวนปรบมือรัวๆโดยเฉพาะ “ไมลีย์ บ๊อบบี้ บราวน์” นักแสดงเด็กหน้าใหม่ที่มารับบทเป็น “O11” หรือ น้อง 11 ในเรื่อง คนนี้ออกมาทีไรน่าตามดูเธอทุกครั้ง
 
Stranger Things ซีซันแรกมีจำนวน 8 ตอน มีขนาดกำลังพอเหมาะสามารถนั่งดูให้จบต่อเนื่องในวันเดียว ตอนละไม่เกิน 55 นาที ถ่ายทำในระบบ 4K อยู่ในโหมด Netflix Original Series ที่เน็ตฟลิกซ์สร้างขึ้นเองฉายเอง ผู้ดูแลโปรเจกต์ Stranger Things ที่ใช้ชื่อว่า “The Duffer Brothers  คนทำงานที่อยู่เบื้องหลังชื่อนี้มี 2 คน หนึ่งในนั้นคือ “ชอว์น เลวี่” ฟิล์มเมเกอร์มือเก๋า ชาวแคนาเดี้ยน ที่ผ่านมาเคยร่วมงานกับเบน สติลเลอร์ กำกับเรื่อง Night at the Museum ทั้งสองภาค เคยกำกับเรื่อง Real Steel หนังหุ่นยนต์ชกมวยเรียกน้ำตาที่ได้ ฮิวจ์ แจ็คแมน นำแสดง   Stranger Things นับเป็นงานที่ส่งให้ชอว์น เลวี่ กลายเป็นผู้กำกับเนื้อหอมไปแล้วเรียบร้อย ต้องรอติดตามกันต่อไปว่า งานซีรีส์ที่ค้าขายความคูล ความคิดถึงวันชื่นคืนสุขจากยุคแปดศูนย์เรื่องนี้ ที่ได้รับไฟเขียวสร้างต่อเนื่องในซีซั่นที่ 2 แล้วนั้น เนื้อหาจะยังเข้มข้น สวยสด งดงามแบบที่ทำได้สำเร็จไปแล้วแบบในซีรีส์แรกหรือเปล่า เชิญผู้ชมเริ่มออกตามหาวิลกันได้แล้วละครับ
 
จะช้ากันไปทำไม ดูซีซันสองกันต่อดีกว่า...