x

เช้าวันที่ 4-5 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าเหล่า Wannable ชาวไทยหลายคนตื่นเช้า แต่งหน้าทำผม จัดเต็มเตรียมพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในเมืองไทยของ Wanna One ที่เมื่อเดือนก่อนได้จับจองชิงบัตรจนถึงขนาดเว็บไซต์ที่รับจองบัตรล่มทั้งวัน และคนที่พลาดบัตรจากผู้จัดหลายคนต้องหาบัตรที่สูงเกินราคาจริงในราคาหลักหมื่นมาแล้ว วันนี้เราทุกคนพร้อมแล้วที่จะเก็บความสุข ความทรงจำจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ภายใต้บรรยายกาศ ONE Sound ONE Heart One Dream
 
วันนี้เรามาถึงที่อิมแพค อารีน่าเมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00 แต่เราพบว่ามี Wannable หลายคนที่มาถึงสถานที่ก่อนเรา แม้ว่าอิมแพคอารีน่า เมืองทองธานีจะกว้างขวางขนาดไหน ในวันนั้นสถานที่แห่งนี้ดูคับแคบแออัดลงไปทันที 
 
 
หลายคนต่อแถวซื้อของ official ที่นำเข้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเกาหลีใต้ เราเห็นหลายคนมาต่อแถวซื้อตั้งแต่ 6.00 พอ 10.00 โมงที่ staff เริ่มเปิดแถวให้ซื้อของได้ คิวที่ต่อรันไปเป็นพันแล้วค่ะ แต่หลายคนใช้เวลาไม่นานเพราะทางผู้จัดได้ตั้งป้ายสินค้า พร้อมราคา อัปเดตรายการสินค้าที่ Sold out ไว้ตลอด และเปิดขายจนถึงตอนเย็นๆ เราเลยยังไม่ได้เข้าไปซื้อในเวลาเช้า 
 
 
วันนี้ในกระป๋าของเราเตรียมอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ คือ แท่งไฟ Official Wanna One, บัตรชมคอนเสิร์ต, บัตรประชาชน, ยาดม-ยาอม-ยาหม่อง และขาดไม่ได้คือรองเท้าเสริมส้นเพื่อชมคอนเสิร์ตในโซนบัตรยืน 
 
 
วันนี้หลายคนก็มาเลือกซื้อแท่งไฟหน้างาน หรือเลือกซื้อแท่งไฟสีขาวแบบ Fan made ในราคาประหยัดค่ะ ซึ่งสีขาวคือโทนสีประจำวงWanna One วันนี้มาร่วมสร้างท้องฟ้ายามค่ำคืนไปด้วยกัน!! 
 
 
รอบ Soundcheck
 
วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม 2561 เราเป็นผู้โชคดีที่ได้สิทธิเข้ารอบ Soundcheck ซึ่งคือรอบซ้อมการแสดง โดยเราต้องไปลงทะเบียนตอน 11.00 ซึ่งแถวยาวมาก รอบเรามีผู้โชคดีประมาน 500 คน ลงทะเบียนตามลำดับที่มา Register และจะรวมตัวเข้าคิว ตอน 14.00 อีกที ในระหว่างนี้เราก็ออกไปหาของกินและซื้อของ Official ก่อน
 
 
บรรยายกาศวันนั้นคึกคักไปด้วยผู้ที่มาชมคอนเสิร์ต และหลายคนที่มาร่วมหน้าคอนเสิร์ตเพื่อซื้อของ ตามถ่ายรูปกับป้ายศิลปินที่เรารัก และตามหาของแจกจากบรรดา Wannable ใจดีด้วยค่ะ การแจกของที่ทำเองเป็นกิจกรรมที่บรรดาแฟนคลับเกาหลีทำเป็นวัฒนธรรมไปแล้วค่ะ 
 
หลายคนแจกเพื่อแก้บนเพราะได้บัตรคอนเสิร์ต หรือแจกเพราะอยากแจกค่ะ และการแจกก็เป็นการโปรโมทสมาชิกคนโปรดของตัวเอง ของแจกส่วนมากจะเป็นการ์ดรูปภาพ ที่ครอบแก้ว สมุด เข็มกลัด ฟิค (นิยายที่นำคาแรคเตอร์จากศิลปินมาดำเนินเรื่อง) รวมไปถึงน้ำดื่ม ขนมทางเล่น คุกกี้ ไปจนถึงข้าวผัดเลยค่ะ 
 
สินค้าที่มีให้ shopping ก็ไม่น้อยหน้าทั้งสินค้า Official เองจากทางต้นสังกัดที่ขนข้ามน้ำข้ามทะเลผ่านกรมศุลกากรมาแล้ว ยังมีสินค้าFan made ที่ทางแฟนคลับทำขึ้นมาจัดจำหน่ายเช่น ปลอกหมอน แฟ้มใส พัดหรือ CD ที่สั่งซื้อมาจากทางเกาหลีแล้วมาขายต่อในประเทศไทย รวมไปถึงสินค้าจากบ้าน Fan site ที่เราเรียกกันว่าแม่ไซด์ก็ได้รับความนิยมจากผู้สนใจยืนต่อแถวซื้อหรือรับสินค้าที่สั่งจองไว้เป็นจำนวนมากเช่นกัน
 
 
ช่วงเวลาดำเนินมาถึง 14.00 ที่เราต้องไปต่อเข้าคิวเพื่อเข้าไปชมรอบซ้อมแล้วค่ะ ตื่นเต้นมาก พอผ่านการเช็กความปลอดภัยเข้าสู่ฮอลล์การแสดงแล้วทุกคนจะยืนอยู่ในโซนยืนบัตร 5,500 ฝั่งขวา สักพักมีเสียงประกาศเงื่อนไขการชมรอบการแสดงโดยครั้งนี้ห้ามถ่ายภาพ และบันทึกเสียงใดทั้งสิ้น 
 
พอจบเสียงประกาศ ภาพตรงหน้าที่ปรากฎคือเวทีเลื่อน Wanna One ขึ้นมาตรงเวทีหลัก คนเริ่มเบียดกันเข้าไปดูใกล้ๆ รอบซ้อมนี้เราจะได้ชมแค่ 3 เพลงค่ะ ทางทีมงานจะทดสอบเสียง โดยนักร้องจะร้องสดทดสอบคุณภาพเสียง และเราขอบอกเลยว่าทุกคนตอนนั้นยังไม่ได้แต่งหน้าทำผมเลยค่ะ ซึ่งเราได้เห็นภาพไอดอลที่รักแบบธรรมชาติ ไร้เมคอัพใดๆ 
 
รอบซ้อมนั้นทางเราได้ชมเพลง Wannabe, Twilight และ Gold ค่ะ ซึ่ง Wanna One ทุกคนเต็มที่กับการซ้อม ยิ้มแย้ม ทักทาย โบกมือมาทางผู้ชม แฟนเซอร์วิสกันเต็มที่ แต่ทางทีมงานให้อยู่แค่ตรงสเตจหลักนะ ไม่ได้เดินมาตรงสเตจรองใกล้ผู้ชมเท่าไร เราก็ได้แต่มองจากโซนยืนไกล แต่ก็ตื่นเต้นจนอยากให้ถึงเวลาแสดงจริงๆ แล้ว 
 
รอบแสดงจริง
 
เวลา 15.30 บัตรยืนเริ่มรันคิวตามเลขบัตรและยืนสแตนบายตามแถวเพื่อเข้าฮอลล์ โดยทุกคนต้องผ่านการตรวจรักษาความปลอดภัย ห้ามนำสิ่งของอันตราย น้ำดื่ม อาหาร และป้ายเชียร์ที่มีขนาดใหญ่เกิน A4 เข้าฮอลล์ เรานั่งอยู่ในฮอลล์จนใกล้เวลา 18.00 ที่จะมีการแสดง โดยไฟในฮอลเริ่มดับ แสงไฟจากแท่งไฟมาแทนที่กลายเป็นท้องฟ้าตอนกลางคืนที่มีแต่ดวงดาวเปล่งประกายซึ่งกล้องจากมือถือไม่สามารถบันทึกความสวยงามจากบรรยายกาศจริงทั้งหมด 
 
เสียงกรี๊ดจากเหล่าแฟนคลับเริ่มเข้ามาแทนที่พร้อมจังหวะดนตรี เราทุกคนต่างโบกสะบัดแท่งไฟเพื่อต้อนรับ Wanna One ของพวกเรา เมื่อทุกอย่างพร้อม ภาพฉากเปิดมาพร้อมเพลง Burn It up ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า WANNA ONE WORLD TOUR IN BANGKOK ได้เริ่มต้นแล้ว
 
การแสดงดำเนินไปยาวถึงประมาน 8 เพลงทาง Wanna one ได้กล่าวทักทายเหล่า Wannable อย่างเป็นทางการโดยครั้งนี้ทาง Wanna One เตรียมคำพูดภาษาไทยมาเอาใจแม่ยก Wannable อย่างถึงที่สุด เช่น คังแดเนียล: รักนะ,  ยุนจีซอง: นอนไม่หลับหรอ ผมโทรหานะ รวมไปถึงแต่ละ member ได้แสดงท่าทางตอนชิมอาหารไทยด้วย 
 
หลังจากช่วง talk จะเป็นช่วงโซโลของแต่ละคนและการแสดงยูนิต ซึ่งการแสดงโซโลส่วนมากจะเป็นการเต้น มีแค่แจฮวาน ที่เป็นการแสดงร้องเดี่ยวแบบสดๆ ที่สร้างความตกตะลึงและประทับใจอย่างที่สุด และยุนจีซอง ที่เป็น DJ แคสแผ่นเท่ๆ ที่เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่เราเพิ่งจะเคยเห็น
 
โดยการแสดงยูนิตแรกคือ Unit Lean On Me ซึ่งเสียงร้องบัลลาดแน่นๆ จาก ยุนจีซอง ฮวังมินฮยอน และฮาซองอุน สะกดคนดูทั้งฮอลล์ให้นิ่งซาบซึ้งไปกับพวกเขา ช่วยจดจำผมและเพลงนี้ เพลงๆ นี้เพื่อคุณเท่านั้น...นับจากนี้ตราบจนชั่วนิรันดร์
 
หลังจากนั้นคือ NO1 ที่มีไลควานลิน แพจินยอง และพัคจีฮุน ซึ่งทั้ง 3 ได้แสดงความรักที่พร้อมจะปกป้องคนที่รักออกมาได้ดีมาก เนื้อหาหลักของการแสดงที่ดูโตกว่าอายุจริงของสมาชิก...ใช่แล้ว พวกนายโตขึ้นมากจริงๆ 
 
หลังจากนั้นคั่นด้วยการแสดงของสมาชิกทั้งหมดและตามมาจนถึงเพลง I’ll remember ซึ่งทาง Wannable ไทยได้สร้างโปรเจกต์พิเศษขึ้นจากการระดมทุนหลักแสน และทีมงานอาสาสมัคร Wanna One TH project เตรียมงานนี้ข้ามวันข้ามคืนเพื่อทำอีเวนท์โมเมนท์นี้ โดยทุกที่นั่งและที่ยืนต่างชูป้ายกระดาษที่มีข้อความแปลเป็นไทยว่า “จุดเริ่มต้นของความทรงจำอันแสนงดงาม คือตั้งแต่วันที่ฉันได้พบกับ Wanna one”
 
ในส่วนวันที่ 5 สิงหาคม ได้ใช้ตอนเพลงสุดท้ายI promise you โดยใช้คำว่า “เราจะอยู่ด้วยกันเสมอ ในความทรงจำของกันและกัน”
 
จากนั้นต่อที่ Unit The Heal เป็นยูนิตที่ 3 โดยมีอีแดฮวี ออกมาเล่นเปียโน และองซองอู โซโลแดนซ์โดยแสดงถึงเวลานับถอยหลังของนาฬิกาทรายที่เข้ากับบรรยากาศพร้อมนับถอยหลังของคอนเสิร์ต และอายุของวงไปเรื่อยๆ 
 
ขอบคุณมากๆนะ ความทรงจำเกี่ยวกับคุณ จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันยิ้มได้ ฉันจะพยายามมีชีวิตที่ดี ฉันจะเป็นคนที่ดีขึ้นและกลับมาหาคุณเช่นกัน.....
 
หลังจากที่ซาบซึ้งไปกับยูนิตทั้ง 3 เรามาร่วมสนุกไปกับแนวดนตรีสดใสๆ ละทิ้งความเครียดแล้วกระโดดแบบจิ้งโจ้ไปกับยูนิตสุดท้ายคือ Triple Position คือคังแดเนียล พัคอูจิน และคิมแจฮวาน รวมแนวดนตรีจังหวะสดๆ ที่สั่งให้ร่างกายเราต้องขยับตามไปกับพวกเขาอย่างอัตโนมัติ และตัดเข้าการแสดงรวมอีกกครั้งจนมาถึง เพลง Gold ที่ทางเหล่า Thai Wannable เตรียมโปรเจกต์พิเศษที่จะเซอร์ไพรส์สุดท้ายให้ Wanna One 
 
นั่นคือการปิดแท่งไฟแล้วหยิบแหวนไฟสีทองขึ้นมาเปลี่ยนแทน และโซนบัตรนั่งชั้นบนเปิดกล่องไฟแล้วแปรเป็นคำว่า 황금길만 걷자 หรือ “มาเดินบนเส้นทางสีทองกันเถอะ” ซึ่งโปรเจกต์ไฟนี้ วันสุดท้ายได้เปลี่ยนเป็นสีชมพูและใช้คำว่า 영원히 약속해 “ขอสัญญาตลอดไป” ในช่วงเพลง Always จนทั้งบรรดาแฟนคลับและศิลปินต้องหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งและประทับใจ
 
คอนเสิร์ตดำเนินมาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง และประมาณ 38 โชว์อย่างเต็มอิ่มตามแผนจนในที่สุดเราต้องบอกลาWanna One กันแล้ว ถือเป็นการปิดฉากคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรก (และครั้งเดียว) ของ Wanna One ในประเทศไทย