Connect with us

Subscribe

Life

ศาสนาคือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

เรื่อง : โตมร ศุขปรีชา

แต่บางครั้งศาสนาก็ไม่ใช่คำตอบของทุกคน 

เมื่อประมาณห้าสิบปีที่แล้ว นักมานุษยวิทยาชาวแคนาดาคนหนึ่งชื่อ แอนโธนี วอลเลซ (Anthony Wallace) เคยทำนายเอาไว้อย่างมั่นอกมั่นใจว่า ในเวลาอีกไม่นาน สิ่งที่เรียกว่า ‘ศาสนา’ จะต้องเสื่อมสลายลงไป เพราะอำนาจของสิ่งใหม่ที่เรียกว่า ‘วิทยาศาสตร์’ จะเข้ามาแทนที่

เขาบอกว่า ‘ความเชื่อ’ ในพลังของสิ่งเหนือธรรมชาติ อันเป็นแกนกลางของศาสนานั้น กำลังจะตายลงทั่วโลก ทั้งนี้ก็เพราะเกิดการกระจายตัวของความรู้แบบวิทยาศาสตร์ ที่มากพอ แพร่หลายไปทั่ว

ฟังๆ ดูก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะมันสอดคล้องกับสิ่งที่นักปรัชญาฝรั่งเศสสมัยศตวรรษที่ 19 เคยคิดเอาไว้เลย

นักปรัชญาที่ว่ามีชื่อว่า ออกุสต์ คอมเต (Auguste Comte) เขาเป็นนักปรัชญาสายก้าวหน้าที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ คอมเตบอกว่า วิวัฒนาการของ ‘ประวัติศาสตร์ความรู้’ ของมนุษย์นั้น แบ่งออกได้เป็นสามขั้นตอน นั่นคือ 1) ศาสนา 2) อภิปรัชญา และ 3) วิทยาศาสตร์

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะมนุษย์เริ่มต้นจากความกลัวก่อน จึงสร้างศาสนาและพระเจ้าขึ้นมาเป็นผู้ดูแลคุ้มครอง ทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคงทางใจ แต่พอสังคมเริ่มพัฒนาขึ้น ความเป็นอยู่ไม่อันตรายเหมือนก่อน ผู้คนก็เริ่มครุ่นคิดโน่นนั่นนี่ ตรึกตรองออกมาเป็นปรัชญาต่างๆ ซึ่งแม้จะเป็นการคาดคะเน แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ครั้นวิทยาการเจริญก้าวหน้ามากขึ้น การคาดคะเนเหล่านี้ก็ได้รับการยืนยันจากการทดลองอีกต่อหนึ่ง จนกลายเป็น ‘วิทยาศาสตร์’ ที่สามารถอธิบายและทำซ้ำการทดลองต่างๆ ได้

ถ้ามองอะไรๆ เป็น ‘เส้นตรง’ อย่างวอลเลซและคอมเต ก็น่าเชื่ออยู่ไม่น้อยศาสนาคงต้องหมดไปในเวลาไม่ช้านี้ โดยมีวิทยาศาสตร์มาทดแทนแน่ๆ แต่ทอดตาดูทั่วโลกในปัจจุบันนี้ คำถามก็คือจริงหรือเปล่าที่ศาสนากำลังจะหมดไป

คำตอบก็คือ – ไม่จริง !

แม้ว่าตอนนี้มีคนที่ประกาศตัวว่าไม่นับถือพระเจ้าหรือไม่มีศาสนาเพิ่มขึ้นมาก จากข้อมูลของ Pew Research Center : Religion & Public Life ที่พบว่าผลสำรวจประชากรทั่วโลกในการนับถือศาสนาช่วงปี 2010-2015 จำนวนคนไม่นับถือศาสนาที่มีมากถึง 1,200 ล้านคน โดยเป็นอันดับสามรองจากศาสนาคริสต์จำนวน 2.3 พันล้านคน และศาสนาอิสสาม 1.8 พันล้านคน ซึ่งประเทศที่ไม่นับถือศาสนามากที่สุดคือประเทศจีน รองลงมาประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา 

มีหลายคนให้ความเห็นไว้ว่าเกิดมาจากสองสาเหตุ หนึ่งคือ ก็เพราะตัวศาสนาเองนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น องค์กรเกี่ยวกับศาสนา นักบวช ทำตัวน่าผิดหวังจนเกิดภาวะเสื่อมศรัทธา และสอง ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ข้อมูลต่างๆที่ชัดเจนกว่าข้อมูลทางศาสนาได้รับการเผยแพร่ จนทำให้คนไม่สนใจการหาคำตอบทางศาสนามากเท่าเดิม

สถิติที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ กลุ่มประเทศที่มีคนไม่นับถือศาสนาสูง คือกลุ่มที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูง รวมถึงกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ให้ผูกพันกับศาสนามากมายอยู่แล้ว งานวิจัยบางตัวถึงขั้นได้เห็นผลลัพธ์ที่ว่า คนที่มีศาสนามีน้ำใจน้อยกว่าคนไม่มีศาสนา รวมถึงผลวิจัยที่ว่า คนมีรายได้สูงและการศึกษาสูง มักไม่นับถือศาสนาอีกด้วย

แต่ ! อย่าลืมว่าคนไม่นับถือศาสนายังเป็นรองคนที่นับถือศาสนาอยู่ 

เราลองหันมามองฝั่งคนนับถือศาสนาหรือถึงขั้นเคร่งศาสนาดูบ้าง เราจะพบตัวเลขของ Pew Research Center นั้นคนที่ประกาศตัวว่านับถือศาสนาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคนบอกว่าตัวเองเป็นคริสต์ราว 223 ล้านคน เขาคาดการณ์ว่าในอีกราว 50 ปีข้างหน้า ตัวเลขจะเพิ่มเป็น 226 ล้านคน แต่ที่น่าสนใจมากกว่าก็คือตัวเลขของชาวมุสลิม ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันจะเพิ่มจาก 213 ล้านคน ก้าวกระโดดไปเป็น 232 ล้านคนเลยทีเดียว และอิหร่าน ตุรกี อินเดีย อัลจีเรีย อิสราเอล เหล่านี้คือตัวอย่างของประเทศที่เปลี่ยนจากรัฐบาลแบบ ‘รัฐโลกวิสัย’ (Secular State) หรือเป็นรัฐแบบฆราวาส ไปเป็นรัฐบาลที่ผูกพันกับศาสนา (เรียกว่า Religious Governments)

อีกปัจจัยที่ทำให้จำนวนประชากรศาสนาอิสลามคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นที่สุดในโลกนั้น เป็นเพราะอายุของประชากรชาวอิสลามที่ในขณะนี้อยู่ในวัยหนุ่มสาว และเคร่งครัดต่อศาสนามาก จึงไม่ค่อยมีการคุมกำเนิด ส่งผลให้ผู้หญิงหนึ่งคนมีลูกอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 3.1 ในขณะที่ประชากรชาวคริสต์นั้นมีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าและมีอัตราการเกิด 2.7 ทำให้ในอนาคตอัตราการเสียชีวิตจึงมากกว่าการเกิดนั่นเอง 

นอกจากนี้ยังเคยมีการสำรวจในอเมริกาและในอังกฤษที่ระบุว่าศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ผู้คนเปลี่ยนไปนับถือมากขึ้นเรื่อยๆ 

หลักฐานเหล่านี้บอกเราว่า ศาสนาจะไม่ ‘หายไป’ ในเวลาอันใกล้นี้หรอก ศาสนายังอยู่ วิทยาศาสตร์ไม่ได้ทำลายศาสนา

คำถามที่ชวนคิดกันต่อก็คือ แล้วอะไรทำให้ศาสนายังคงอยู่ต่อไปได้ ?

Written By

เสี้ยวหนึ่งของวัฒนธรรมประชาธิปไตยในอังกฤษ

Vision

โลกอันกว้างใหญ่ไพศาลของ ‘บอร์ดเกม’

Entertainment

การตายที่น่าเศร้า แต่ไม่ไร้ค่าของเด็กชาย ‘อดัม’

Life

อักษะกาแฟ

Life

(เลิก) ต้อนรับนักท่องเที่ยวดุจญาติมิตร

Life

โฮโม เซเปียนส์ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup